arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · เทวตาวรรค

อรหัตตสูตร เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในเทวตาวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรค อรหัตตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๓๖ หน้า ๗๘๔–๗๘๕

หน้า ๗๘๔

เทวตาวรรควรรณนาที่ ๒

อรรถกถาอนาคามิสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอนาคามิสูตรที่ ๑ แห่งเทวตาวรรคที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อสทฺธิยํ ได้แก่ ความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา. บทว่า ทุปฺปญฺตฺตํได้แก่ ความเป็นผู้ไม่มีปัญญา.

จบอรรถกถาอนาคามิสูตรที่ ๑

๒. อรหัตตสูตร

ว่าด้วยผู้ควรบรรลุและไม่ควรบรรลุอรหัตผล

[๓๓๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๖ ประการไม่ได้แล้วย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คือถีนะ ๑ มิทธะ ๑ อุทธัจจะ ๑ กุกกุจจะ ๑ ความไม่มีศรัทธา ๑ ความประมาท ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๖ ประการนี้ไม่ได้แล้วย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัต.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ควรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ? คือ ถีนะ ๑ มิทธะ ๑อุทธัจจะ ๑ กุกกุจจะ ๑ ความไม่มีศรัทธา ๑ ความประมาท ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๖ ประการนี้ได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ควรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัต.

จบอรหัตตสูตร ๒

* อรรถกถาเป็นวรรคที่ ๗

หน้า ๗๘๕

อรรถกถาอรหัตตสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอรหัตตสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปมาทํ ได้แก่ การอยู่อย่างปราศจากสติ.

จบอรรถกถาอรหัตตสูตรที่ ๒

๓. มิตตสูตร

ว่าด้วยคุณและโทษของการมีมิตร

[๓๓๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรลามก มีสหายลามก มีเพื่อนฝูงสามก เสพ คบ เข้าไปนั่งใกล้มิตรลามกและประพฤติตามมิตรลามกเหล่านั้นอยู่ จักบำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ภิกษุไม่บำเพ็ญธรรม คือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์แล้วจักบำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ไม่บำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์แล้ว จักบำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ไม่บำเพ็ญศีลทั้งหลายให้บริบูรณ์แล้ว จักละกามราคะ รูปราคะ หรืออรูปราคะข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนฝูงดี เสพคบ เข้าไปนั่งใกล้มิตรดี และประพฤติตามมิตรเหล่านั้นอยู่ จักบำเพ็ญธรรมคือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์ ข้อนี้ย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ บำเพ็ญธรรมคือ อภิสมาจาริกวัตรให้บริบูรณ์ จักบำเพ็ญเสขธรรมให้บริบูรณ์ ข้อนี้ย่อม

จบ อรหัตตสูตร