arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ · อนิจจวรรค

๔. พาหิรอนิจจสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในอนิจจวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ อนิจจวรรค พาหิรอนิจจสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๕–๖

หน้า ๕

๓. อัชฌัตตานัตตสูตร

ว่าด้วยความเป็นอนัตตาแห่งอายตนะภายใน

{๓} [๓] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ โสตะเป็นอนัตตา... ฆานะเป็นอนัตตา... ชิวหาเป็นอนัตตา... กายเป็นอนัตตา... มโนเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ ...

๔. พาหิรานิจจสูตร

ว่าด้วยความเป็นอนิจจังแห่งอายตนะภายนอก

{๔} [๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นของไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เสียง... กลิ่น... รส... โผฏฐัพพะ... ธรรมารมณ์ เป็นของไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญา อันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่ อัตตาของเรา’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ... รู้ชัดว่า ... มิได้มีอีก’ ดังนี้”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑โผฏฐัพพะ หมายถึงสิ่งใดๆ ที่กระทบถูกต้องกายแล้วเกิดการรับรู้ได้ เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นต้น หรือเรียกสามัญว่า สัมผัสทางกาย (นัย วิ.อ. ๑/๕๐๑) ธรรมารมณ์ อารมณ์ทางใจ สิ่งที่ใจนึกคิด ได้แก่ ธรรมารมณ์ที่เป็นไปในภูมิ ๓ (นัย ม.อุ.อ. ๑๗๘, สํ.สฬา.อ. ๒)
หน้า ๖

๕. พาหิรทุกขสูตร

ว่าด้วยความเป็นทุกข์แห่งอายตนะภายนอก

{๕} [๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เสียง... กลิ่น... รส... โผฏฐัพพะ... ธรรมารมณ์เป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญา อันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ ...

๖. พาหิราอนัตตสูตร

ว่าด้วยความเป็นอนัตตาแห่งอายตนะภายนอก

{๖} [๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้น เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ เสียง... กลิ่น... รส... โผฏฐัพพะ... ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นเธอทั้งหลาย พึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ ...

๗. อัชฌัตตานิจจาตีตานาคตสูตร

ว่าด้วยความเป็นอนิจจังแห่งอายตนะภายในทั้งที่เป็นอดีตและอนาคต

{๗} [๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุที่เป็นอดีตและอนาคตเป็นของไม่เที่ยง จะกล่าวไปไยถึงจักษุที่เป็นปัจจุบันเล่า อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วเห็นอยู่อย่างนี้

จบ ๔. พาหิรอนิจจสูตร