พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ · สัพพวรรค
๒. ปหานสูตร ที่ ๑ เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสัพพวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ปัณณาสก์ที่ ๑ สัพพวรรค ปหานสูตร ที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๙–๒๐
๓. สัพพวรรค
๑. สัพพสูตร
ว่าด้วยสิ่งทั้งปวง
{๒๔} [๒๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี ...
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสิ่งทั้งปวงแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังสิ่งนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งทั้งปวงเป็นไฉน คือ จักษุกับรูป โสตะกับเสียง ฆานะกับกลิ่น ชิวหากับรส กายกับโผฏฐัพพะ มโนกับธรรมารมณ์ นี้เรียกว่าสิ่งทั้งปวง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ‘เราขอปฏิเสธสิ่งทั้งปวงนี้แล้วจักบัญญัติสิ่งอื่น’ วาจาของผู้นั้นพึงเป็นเพียงคำกล่าวเท่านั้น ครั้นถูกถามเข้าก็คงตอบไม่ได้ และจะอึดอัดใจยิ่งขึ้น ข้อนั้น เพราะเหตุอะไร เพราะว่าถูกถามในสิ่งที่เหลือวิสัย”
๒. ปหานสูตร
ว่าด้วยธรรมสำหรับละสิ่งทั้งปวง
{๒๕} [๒๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเพื่อละสิ่งทั้งปวงแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมเพื่อละ สิ่งทั้งปวงเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุ รูป จักขุวิญญาณ จักขุสัมผัส เป็นสิ่งที่ควรละ แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้น เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นสิ่งที่ควรละ โสตะ... ฆานะ... ชิวหา ... กาย... มโน ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัส เป็นสิ่งที่ควรละ แม้สุขเวทนา
- ๑ในที่นี้ มโน หมายถึงภวังคจิต (จิตที่เป็นองค์แห่งภพอยู่ระหว่างปฏิสนธิและจุติ) มโนวิญญาณ หมายถึงชวนจิต (จิตที่แล่นอยู่ในอารมณ์) ที่เกิดร่วมกับอาวัชชนจิต (จิตที่คนึงหาอารมณ์ใหม่) มโนสัมผัส หมายถึงผัสสะ (ความกระทบอารมณ์)ที่เกิดร่วมกับภวังคจิต (สํ.สฬา.อ. ๖)
ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นสิ่งที่ควรละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นธรรมเพื่อละสิ่งทั้งปวง”
๓. อภิญญาปริญญาปหานสูตร
ว่าด้วยธรรมเพื่อรู้ยิ่งรอบรู้แล้วละสิ่งทั้งปวง
{๒๖} [๒๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมแก่เธอทั้งหลายเพื่อรู้ยิ่ง เพื่อรอบรู้แล้วละสิ่งทั้งปวง เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมเพื่อรู้ยิ่งเพื่อรอบรู้แล้วละสิ่งทั้งปวงเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักษุ รูป จักขุวิญญาณ จักขุสัมผัสเป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่งควรรอบรู้แล้วละเสีย แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่งควรรอบรู้แล้วละเสีย โสตะ... ฆานะ... ชิวหา... กาย... มโน ธรรมารมณ์ มโนวิญญาณ มโนสัมผัสเป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่งควรรอบรู้แล้วละเสีย แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้น เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ยิ่งควรรอบรู้แล้วละเสีย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นธรรมเพื่อรู้ยิ่งเพื่อรอบรู้แล้วละสิ่งทั้งปวง
๔. ปฐมอปริชานนสูตร
ว่าด้วยผู้ยังไม่รู้ยิ่งย่อมละสิ่งทั้งปวงไม่ได้ สูตรที่ ๑
{๒๗} [๒๖] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ยังไม่รู้ยิ่ง ยังไม่กำหนดรู้ ยังไม่คลายกำหนัด ยังละไม่ได้ซึ่งสิ่งทั้งปวง ย่อมเป็นผู้ไม่สามารถจะสิ้นทุกข์ได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งทั้งปวงที่บุคคลผู้ยังไม่รู้ยิ่ง ยังไม่กำหนดรู้ ยังไม่คลายกำหนัด ยังละไม่ได้ ย่อมเป็นผู้ไม่สามารถจะสิ้นทุกข์ได้ คืออะไรคือ จักษุที่บุคคลผู้ยังไม่รู้ยิ่ง ยังไม่กำหนดรู้ ยังไม่คลายกำหนัด ยังละไม่ได้
จบ ๒. ปหานสูตร ที่ ๑