พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ · นวปุราณวรรค
๓. สัปปายสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๐ ในนวปุราณวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ นวปุราณวรรค สัปปายสูตร ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๑๗๗–๑๗๘
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
{๒๓๑} กรรมเก่า กรรมใหม่ ความดับแห่งกรรม และข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกรรมเราได้แสดงแล้วแก่เธอทั้งหลายด้วยประการดังนี้แล กิจอันใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์ผู้เอ็นดูจะพึงทำเพื่ออนุเคราะห์แก่เหล่าสาวกกิจอันนั้นเราก็ทำแก่เธอทั้งหลายแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจเถิด อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นคำสั่งสอนของเราสำหรับเธอทั้งหลาย
๒. อนิจจนิพพานสัปปายสูตร
ว่าด้วยปฏิปทาเป็นอุปการะแก่นิพพาน
{๒๓๒} [๑๔๗] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานนั้นเป็นไฉน คือภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘จักษุไม่เที่ยง รูปทั้งหลายไม่เที่ยง จักขุวิญญาณไม่เที่ยง จักขุสัมผัสไม่เที่ยง แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็ไม่เที่ยง’ ... ภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘มโนไม่เที่ยง ธรรมารมณ์ไม่เที่ยง มโนวิญญาณไม่เที่ยง มโนสัมผัสไม่เที่ยง แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็ไม่เที่ยง’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพาน”
๓. ทุกขนิพพานสัปปายสูตร
ว่าด้วยปฏิปทาเป็นอุปการะแก่นิพพาน
{๒๓๓} [๑๔๘] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ...
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานนั้นเป็นไฉน คือ ภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘จักษุเป็นทุกข์ รูปเป็นทุกข์ จักขุวิญญาณเป็นทุกข์ จักขุสัมผัสเป็นทุกข์ แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์’ ... ภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘มโนเป็นทุกข์ ธรรมารมณ์เป็นทุกข์ มโนวิญญาณเป็นทุกข์ มโนสัมผัสเป็นทุกข์ แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นทุกข์’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพาน”
๔. อนัตตนิพพานสัปปายสูตร
ว่าด้วยปฏิปทาเป็นอุปการะแก่นิพพาน
{๒๓๔} [๑๔๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเราจักแสดงปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพานนั้นเป็นไฉน คือภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘จักษุเป็นอนัตตา รูปเป็นอนัตตา จักขุวิญญาณเป็นอนัตตา จักขุสัมผัสเป็นอนัตตา แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นอนัตตา’ ... ภิกษุในศาสนานี้เห็นว่า ‘มโนเป็นอนัตตา ธรรมารมณ์เป็นอนัตตา มโนวิญญาณเป็นอนัตตา มโนสัมผัสเป็นอนัตตา แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็เป็นอนัตตา’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้แลเป็นปฏิปทาอันเป็นอุปการะแก่นิพพาน”
จบ ๓. สัปปายสูตร ที่ ๒