arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ทุติยปัณณาสก์ · ฉันนวรรค

๑. ปโลกสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในฉันนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ทุติยปัณณาสก์ ฉันนวรรค ปโลกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๑๘ หน้า ๗๐–๗๑

หน้า ๗๐

(๙) ๔. ฉันนวรรค

๑. ปโลกธัมมสูตร

ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าโลก

{๑๐๑} [๘๔] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี...

ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกกันว่า ‘โลก โลก’ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงเรียกกันว่าโลก’

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ สิ่งใดมีความแตกสลายเป็นธรรมดา นี้เรียกว่าโลกในอริยวินัย ก็อะไรเล่ามีความแตกสลายเป็นธรรมดา จักษุแลมีความแตกสลายเป็นธรรมดา รูปทั้งหลาย มีความแตกสลาย เป็นธรรมดา จักขุวิญญาณมีความแตกสลายเป็นธรรมดา จักขุสัมผัสมีความแตกสลายเป็นธรรมดา แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็มีความแตกสลายเป็นธรรมดา ... มโนมีความแตกสลายเป็นธรรมดา ธรรมารมณ์มีความแตกสลายเป็นธรรมดา มโนวิญญาณมีความแตกสลายเป็นธรรมดา มโนสัมผัสมีความแตกสลายเป็นธรรมดา แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็มีความแตกสลายเป็นธรรมดา ดูก่อนอานนท์ สิ่งใดมีความแตกสลายเป็นธรรมดา นี้เรียกว่าโลกในอริยวินัย”

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อริยวินัย วินัยของพระอริยเจ้า หลักการของพระอริยเจ้า หลักคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือพระพุทธศาสนา (ที.สี.อ. ๒๑๓)
หน้า ๗๑

๒. สุญญตโลกสูตร

ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่าโลกว่างเปล่า

{๑๐๒} [๘๕] ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์... ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า ‘โลกว่างเปล่า โลกว่างเปล่า’ ดังนี้ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงเรียกว่าโลกว่างเปล่า”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ เพราะว่างเปล่าจากอัตตา หรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ฉะนั้นจึงเรียกว่า โลกว่างเปล่า อะไรเล่าว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา คือ จักษุแลว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา รูปทั้งหลายว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา จักขุวิญญาณว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา จักขุสัมผัสว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา แม้สุขเวทนาทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยก็ว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ... มโนว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ธรรมารมณ์ว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา มโนวิญญาณว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา มโนสัมผัสว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนาหรืออทุกขมสุขเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยก็ว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ดูก่อนอานนท์ เพราะว่างเปล่าจากอัตตาหรือจากสิ่งที่เนื่องด้วยอัตตา ฉะนั้น จึงเรียกว่าโลกว่างเปล่า”

๓. สังขิตตธัมมสูตร

ว่าด้วยธรรมเพื่อความเป็นผู้อยู่ผู้เดียว

{๑๐๓} [๘๖] ท่านพระอานนท์นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง ... ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอประทานพระวโรกาส

จบ ๑. ปโลกสูตร