arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ · คหปติวรรค

๗. หาลิททกานิสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๑–๒๐๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๐ ในคหปติวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

หาลิททกานิสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ คหปติวรรค หาลิททกานิสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๘)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ อายสฺมา มหากจฺจาโน อวนฺตีสุ วิหรติ กุลฆเร สํปวตฺเต ๑ ปพฺพเต ฯ อถ โข หาลิทฺทกานิ ๒ คหปติ เยนายสฺมา มหากจฺจาโน เตนุปสงฺกมิ ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข หาลิทฺทกานิ คหปติ อายสฺมนฺตํ มหากจฺจานํ เอตทโวจ วุตฺตมิทํ ภนฺเต ภควตา ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ กถํ นุ โข ภนฺเต ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัจจายนะอยู่ที่เรือนสกุล ใกล้สังปวัตตบรรพต ใน

อวันตีชนบท ครั้งแล หาลิททกานิคฤหบดีเข้าไปหาท่านพระมหากัจจายนะถึงที่อยู่ ฯลฯ

ครั้นแล้ว ได้ถามท่านพระมหากัจจายนะว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ดังนี้ว่า ความต่างกันแห่งเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างกันแห่งผัสสะ ดังนี้ พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ความต่างกันแห่งผัสสะย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างกันแห่งธาตุ ความต่างกันแห่งเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างกันแห่งผัสสะ อย่างไรหนอแล ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิธ คหปติ ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ สุขเวทนิยํ จ สุขเวทนิยํ ๓ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ จกฺขุนา จ โข ปเนวํ ๔ รูปํ ทิสฺวา อมนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยํ จ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ จกฺขุนา โข ปเนวํ รูปํ ทิสฺวา อุเปกฺขฏฺฐนิยํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ จกฺขุวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ จ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ ปุน จปรํ คหปติ ภิกฺขุ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฯ ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ฯ ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ฯ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ฯ

มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ สุขเวทนิยํ จ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา ฯ มนสา โข ปเนวํ ธมฺมํ วิญฺญาย อมนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ ทุกฺขเวทนิยํ จ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา ฯ มนสา โข ปเนวํ ธมฺมํ วิญฺญาย อุเปกฺขฏฺฐานิยํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาติ มโนวิญฺญาณํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ จ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ เอวํ โข คหปติ ธาตุนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ผสฺสนานตฺตํ ผสฺสนานตฺตํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ เวทนานานตฺตนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ

๑ ม. ปปาเต ฯ ยุ. กุรรฆเร ปวตฺเต ฯ ๒ ม. ยุ. หาลิทฺทิกานิ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๓ ม. สุขเวทนิยญฺจ ฯ ๔ ม. ยุ. ปเนว ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านพระมหากัจจายนะตอบว่า ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูป

ด้วยจักษุแล้วย่อมรู้ชัดว่า รูปอย่างนี้น่าพอใจ สุขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะ อันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนา อนึ่ง ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุอย่างนั้นแล้วย่อมรู้ชัดว่ารูปอย่างนี้ไม่น่าพอใจ ทุกขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะ อันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา อีกประการหนึ่ง ภิกษุเห็นรูปด้วยจักษุอย่างนั้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่ารูปอย่างนี้เป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขาอทุกขมสุขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยจักขุวิญญาณและผัสสะ อันเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา ดูกรคฤหบดี อีกประการหนึ่ง ภิกษุฟังเสียงด้วยหูแล้ว...สูดกลิ่นด้วยจมูกแล้ว ... ลิ้มรสด้วยลิ้นแล้ว ... ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ...รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ธรรมารมณ์อย่างนี้น่าพอใจ สุขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะ อันเป็นที่ตั้งแห่งสุขเวทนาอนึ่ง ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจอย่างนี้แล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ธรรมารมณ์นี้ไม่น่าพอใจ ทุกขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะอันเป็นที่ตั้งแห่งทุกขเวทนา อีกประการหนึ่ง ภิกษุรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจอย่างนี้แล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ธรรมารมณ์อย่างนี้เป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา อทุกขมสุขเวทนาย่อมบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยมโนวิญญาณและผัสสะ อันเป็นที่ตั้งแห่งอทุกขมสุขเวทนา ดูกรคฤหบดี ความต่างกันแห่งผัสสะย่อมบังเกิดขึ้น เพราะอาศัยความต่างกันแห่งธาตุความต่างกันแห่งเวทนาย่อมบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความต่างกันแห่งผัสสะ ด้วยประการอย่างนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๗

จบ ๗. หาลิททกานิสูตร