arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อภิสมัยสังยุตต์ · ทุกขวรรค

๖. ทุติยมหารุกขสูตร เล่ม ๑๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๐–๒๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในทุกขวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อภิสมัยสังยุตต์ ทุกขวรรค ทุติยมหารุกขสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๖ หน้า ๒๖๔–๒๖๕

หน้า ๒๖๔

นั่นเอง แต่ดำรงอยู่ตราบเท่าอายุ เปรียบเหมือนมนสิการ. ความสงบแห่งวัฏฏะของพระขีณาสพ ผู้ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุเพราะความแตกแห่งขันธ์ที่มีใจครอง พึงทราบเหมือนการโปรยเขม่าในลมแรงและลอยไปในแม่น้ำ.

จบอรรถกถาทหารุกขสูตรที่ ๕

๖. ทุติยมหารุกขสูตร

ว่าด้วยต้นไม้มีอาหารกับภิกษุมีความพอใจในธรรม

[๒๑๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-ภาคเจ้า ได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้ไม้ใหญ่มีรากหยั่งลงและแผ่ไปข้าง ๆ รากทั้งหมดนั้นย่อมดูดโอชารสไปเบื้องบนเมื่อเป็นอย่างนี้ ต้นไม้ใหญ่นั้น มีอาหารอย่างนั้น มีเชื้ออย่างนั้น พึงเป็นอยู่ตลอดกาลนาน แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเห็นความพอใจเนืองๆในธรรมทั้งหลาย อันเป็นปัจจัยแห่งอุปาทานอยู่ ตัณหาย่อมเจริญ ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ฯ ล ฯ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้.

[๒๑๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่อย่างนั้น ทีนั้นบุรุษเอาจอบแต่ภาชนะ. มาตัดต้นไม้นั้นที่โคนต้นแล้ว ขุดลงไป ครั้นขุดลงไปแล้วคุ้ยเอารากใหญ่เล็กแม้เท่าก้านแฝกขึ้น ฯ ล ฯ หรือลอยในแม่น้ำมีกระแสอันเชี่ยว เมื่อเป็นอย่างนี้ต้นไม้ใหญ่นั้น ถูกตัดเอารากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ถึงความไม่มี ไม่เกิดอีกต่อไป แม้ฉันใด

หน้า ๒๖๕

ภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเห็นโทษเนื่อง ๆ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัยแห่งอุปาทานอยู่ ตัณหาย่อมดับ ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะตัณหาดับอุปาทานจึงดับ ฯ ล ฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้.

จบทุติยมหารุกขสูตรที่ ๖

อรรถกถาทุติยมหารุกขสูตรที่ ๖

ในทุติยมหารุกขสูตรที่ ๖ พระผู้มีพระภาคเจ้าเปรียบเทียบก่อนแล้วตรัสเนื้อความในภายหลัง ความต่างกันมีเพียงเท่านี้.

จบอรรถกถาทุติยมหารุกขสูตรที่ ๖

๗. ตรุณรุกขสูตร

ว่าด้วยต้นไม้อ่อนกับภิกษุมีความพอใจในธรรม

[๒๑๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระ-ภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุเห็นความพอใจเนือง ๆ ในธรรมทั้งหลายอันเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์อยู่ ตัณหาย่อมเจริญ เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ฯลฯ ความเกิดแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้.

[๒๑๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้อ่อนยืนต้นอยู่ บุรุษพึงพรวนดินใส่ปุ๋ย รดน้ำเสมอ ๆ ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ ต้นไม้อ่อนนั้น มีอาหารอย่างนั้น มีเชื้ออย่างนั้น พึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ แม้ฉันใด

จบ ๖. ทุติยมหารุกขสูตร