พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · สารีปุตตสังยุต
๔. อุเปกขาสูตร เล่ม ๑๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๑๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๐ ในสารีปุตตสังยุตมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค สารีปุตตสังยุต อุเปกขาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๗)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๒๗ หน้า ๕๔๖–๕๔๖
ที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขามีสติอยู่เป็นสุข ดังนี้ อยู่ เรานั้นมิได้คิดอย่างนี้ว่า เราเข้าตติยฌานอยู่หรือว่าเข้าตติยฌานแล้ว หรือว่าออกจากตติยฌานแล้ว ฯลฯ
จบ ปีติสูตรที่ ๓
๔. อุเปกขาสูตร
ว่าด้วยจตุตถฌาน
[๕๑๒] กรุงสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่านสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านหมดจด ผ่องใส วันนี้ ท่านพระสารีบุตรอยู่ด้วยวิหารธรรมอะไร ?
ท่านพระสารีบุตรตอบว่า อาวุโส ดังเราจะบอก เราเข้าจตุตถฌานอันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์และดับโสมนัสโทมนัสก่อน ๆได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ อาวุโส เรามิได้คิดอย่างนี้ว่าเราเข้าจตุตถฌานอยู่ หรือว่าเข้าจตุตถฌานแล้ว หรือว่าออกจากจตุตถฌานแล้ว ฯลฯ
จบ อุเปกขาสูตรที่ ๔
๕. อากาสานัญจายตนสูตร
ว่าด้วยอากาสานัญจายตนฌาน
[๕๑๓] กรุงสาวัตถี. ท่านพระอานนท์ได้เห็นท่านพระสารีบุตรมาแต่ไกล จึงกล่าวกะท่านพระสารีบุตรว่า ท่านสารีบุตร อินทรีย์ของ
จบ ๔. อุเปกขาสูตร