พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · รตนวรรค
สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ เล่ม ๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๗๒–๗๗๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในรตนวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ รตนวรรค สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒ หน้า ๗๑๓–๗๑๖
อนาปัตติวาร
{๗๗๑} [๕๔๑] ภิกษุทำผ้าปิดฝีได้ขนาด ๑ ทำผ้าปิดฝีให้ตํ่ากว่าขนาด ๑ ได้ผ้าปิดฝีที่ผู้อื่นทำไว้เกินขนาดมาตัดแล้วใช้สอย ๑ ทำเป็นผ้าเพดานก็ดี ทำเป็นผ้าปูพื้นก็ดี ทำเป็นผ้าม่านก็ดี ทำเป็นเปลือกฟูกก็ดี ทำเป็นปลอกหมอนก็ดี ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ ไม่ต้องอาบัติแล
จบ กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบทที่ ๘
๙. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท
ว่าด้วยการทำผ้าอาบนํ้าฝน
เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์
{๗๗๒} [๕๔๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตผ้าอาบน้ำฝนแก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตผ้าอาบนํ้าฝนแก่ภิกษุทั้งหลายแล้ว จึงใช้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ไม่ได้ขนาด ปล่อยเลื้อยลงข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้างเที่ยวไปบรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียนโพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์จึงได้ใช้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ไม่ได้ขนาดเล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงสอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าพวกเธอใช้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ไม่ได้ขนาด จริงหรือ”
พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้ใช้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ไม่ได้ขนาดเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของปวงชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า
พระพุทธบัญญัติ
[๕๔๓] อนึ่ง ภิกษุผู้ให้ทำผ้าอาบน้ำฝนพึงให้ทำให้ได้ขนาด ขนาดในผ้านั้นดังนี้ คือ โดยยาว ๖ คืบ โดยกว้าง ๒ คืบครึ่ง โดยคืบสุคต เธอทำให้เกินขนาดนั้นไป เป็นปาจิตตีย์ มีอันให้ตัดเสียเป็นวินัยกรรม
สิกขาบทวิภังค์
{๗๗๓} [๕๔๔] ที่ชื่อว่า ผ้าอาบน้ำฝน ได้แก่ ผ้าที่ทรงอนุญาตให้ใช้ได้ ๔ เดือนแห่งฤดูฝน
คำว่า ผู้ให้ทำ คือ ทำเองก็ดี ใช้ผู้อื่นทำก็ดี ต้องให้ทำให้ได้ขนาด ขนาดในผ้านั้นดังนี้ คือ โดยยาว ๖ คืบ โดยกว้าง ๒ คืบครึ่ง โดยคืบสุคต
ทำเองก็ดี ใช้ผู้อื่นทำก็ดี ให้เกินขนาดนั้นไป ต้องอาบัติทุกกฏในเพราะประโยคที่ทำ ต้องอาบัติปาจิตตีย์เพราะได้ผ้านั้นมา พึงตัดเสียก่อนจึงแสดงอาบัติตก
บทภาชนีย์
จตุกกปาจิตตีย์
{๗๗๔} [๕๔๕] ผ้าอาบนํ้าฝนที่ตนทำค้างไว้ ตนทำต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ผ้าอาบนํ้าฝนที่ตนทำค้างไว้ ใช้ผู้อื่นทำต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ผ้าอาบนํ้าฝนที่ผู้อื่นทำค้างไว้ ตนทำต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ผ้าอาบนํ้าฝนที่ผู้อื่นทำค้างไว้ ใช้ผู้อื่นทำต่อจนสำเร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ทุกทุกกฏ
ทำเองก็ดี ใช้ผู้อื่นทำก็ดี เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ต้องอาบัติทุกกฏ
ภิกษุได้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ผู้อื่นทำไว้สำเร็จแล้วมาใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ
อนาปัตติวาร
{๗๗๕} [๕๔๖] ภิกษุทำผ้าอาบนํ้าฝนได้ขนาด ๑ ทำผ้าอาบนํ้าฝนตํ่ากว่าขนาด ๑ ได้ผ้าอาบนํ้าฝนที่ผู้อื่นทำเกินขนาดมาตัดแล้วใช้สอย ๑ ทำเป็นผ้าเพดานก็ดี ทำเป็นผ้าปูพื้นก็ดี ทำเป็นผ้าม่านก็ดี ทำเป็นเปลือกฟูกก็ดี ทำเป็นปลอกหมอนก็ดี ๑ ภิกษุผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ วัสสิกสาฏิกสิกขาบทที่ ๙
๑๐. นันทสิกขาบท
ว่าด้วยการทำจีวรมีขนาดเท่าสุคตจีวร
เรื่องพระนันทะ
{๗๗๖} [๕๔๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระนันทะ โอรสพระมาตุจฉาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้มีรูปงาม น่าดูน่าชม ต่ำกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า ๔ นิ้ว ท่านทรงจีวรมีประมาณเท่าจีวรของพระสุคต พระเถระทั้งหลายได้เห็นท่านพระนันทะมาแต่ไกล จึงลุกจากอาสนะด้วยสำคัญว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมา ท่านพระนันทะเข้ามาใกล้ จึงจำได้ ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนท่านพระนันทะจึงได้ใช้จีวรที่มีขนาดเท่าจีวรของพระสุคตเล่า” แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงสอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามท่านพระนันทะว่า “ดูก่อนนันทะ ทราบมาว่าเธอใช้จีวรที่มีขนาดเท่าจีวรของสุคต จริงหรือ”
ท่านพระนันทะทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนนันทะ ไฉนเธอจึงได้ใช้จีวรมีขนาดเท่าจีวรของสุคตเล่า การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใสหรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งขึ้นของปวงชนที่เลื่อมใสแล้ว ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ว่า
จบ สิกขาบทที่ ๙ เรื่องพระฉัพพัคคีย์