arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · ตุวัฏฏวรรค

สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูป เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๒–๒๙๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในตุวัฏฏวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๔. ตุวัฏฏวรรค

สิกขาบทที่ ๑๐

ว่าด้วยการไม่หลีกจาริกไป

เรื่องภิกษุณีหลายรูป

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูป (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓ หน้า ๑๓๕–๑๓๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓ หน้า ๒๓๖–๒๓๗

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนิโย ตตฺเถว ราชคเห วสฺสํ วสนฺติ ตตฺถ เหมนฺตํ ตตฺถ คิมฺหํ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “อาหุนฺทริกา ภิกฺขุนีนํ ทิสา อนฺธการา, น อิมาสํ ทิสา ปกฺขายนฺตี”ติ. อสฺโสสุํ โข ภิกฺขุนิโย เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ. อถ โข ตา ภิกฺขุนิโย ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ “เตนหิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสามิ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ สํฆสุฏฺฐุตาย ฯเปฯ สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย. เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ-

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้งนั้น พวกภิกษุณีอยู่จำพรรษาในเมือง ราชคฤห์นั่นแหละตลอดฤดูฝน อยู่ในเมืองราชคฤห์นั้นตลอดฤดูหนาว อยู่ในเมือง ราชคฤห์นั้นตลอดฤดูร้อน คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ทิศทั้งหลาย คงคับแคบมืดมนสำหรับภิกษุณี ภิกษุณีเหล่านี้จึงมองไม่เห็นทิศทาง”ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินชาวบ้านตำหนิ ประณาม โพนทะนา ลำดับนั้น ภิกษุณีเหล่านั้นจึงบอกเรื่องนี้ให้ภิกษุทั้งหลายทราบ พวกภิกษุได้นำเรื่องนี้ไปกราบ ทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมีกถาเพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ รับสั่ง กับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เราจะบัญญัติสิกขาบทแก่ ภิกษุณีทั้งหลาย โดยอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ

๑. เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์

ฯลฯ

๙. เพื่อความตั้งมั่นแห่งสัทธรรม

๑๐. เพื่อเอื้อเฟื้อวินัย

ภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุณีทั้งหลายพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

“ยา ปน ภิกฺขุนี วสฺสํวุตฺถา จาริกํ น ปกฺกเมยฺย อนฺตมโส ฉปฺปญฺจโยชนานิปิ, ปาจิตฺติยนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระบัญญัติ

ก็ภิกษุณีใดจำพรรษาแล้ว ไม่หลีกจาริกไป โดยที่สุดแม้สิ้นระยะ ทาง ๕-๖ โยชน์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

เรื่องภิกษุณีหลายรูป จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ภิกษุณีออกพรรษาแล้ว เดินทางไปได้เพียง ๓ โยชน์แล้วกลับสำนักเดิมโดยใช้เส้นทางใหม่ นับว่าได้หลีก จาริกไปสิ้นระยะทาง ๖ โยชน์ (กงฺขา.อ. ๓๘๓)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

ยา ปนาติ: ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ: ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ.

วสฺสํวุตฺถา นาม ปุริมํ วา เตมาสํ ปจฺฉิมํ วา เตมาสํ วุตฺถา.

“จาริกํ น ปกฺกมิสฺสามิ อนฺตมโส ฉปฺปญฺจโยชนานิปี”ติ ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทวิภังค์

คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด

คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มี พระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้

ที่ชื่อว่า จำพรรษาแล้ว คือ อยู่จำพรรษาต้น ๓ เดือน หรือตลอด พรรษาหลัง ๓ เดือน พอทอดธุระว่า “เราจะไม่หลีกจาริกไปโดยที่สุดแม้สิ้นระยะทาง ๕-๖ โยชน์” ต้องอาบัติปาจิตตีย์

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนาปตฺติ: สติ อนฺตราเย, ปริเยสิตฺวา ทุติยิกํ ภิกฺขุนึ น ลภติ, คิลานาย, อาปทาสุ, อุมฺมตฺติกาย, อาทิกมฺมิกายาติ. ทสมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ. ตุวฏฺฏวคฺโค จตุตฺโถ. ๕. จิตฺตาคารวคฺค ๑. ปฐมสิกฺขาปท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนาปัตติวาร

ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุณีไม่จาริกไปเมื่อมีอันตราย

๒. ภิกษุณีแสวงหาภิกษุณีผู้เป็นเพื่อนไม่ได้

๓. ภิกษุณีเป็นไข้

๔. ภิกษุณีผู้มีเหตุขัดข้อง

๕. ภิกษุณีวิกลจริต

๖. ภิกษุณีต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๑๐ จบ

ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ

จบ สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีหลายรูป