arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ นิสสัคคิยกัณฑ์ · ปัตตวรรค

สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูป เล่ม ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๖–๑๒๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๐ ในปัตตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ นิสสัคคิยกัณฑ์ ปัตตวรรค สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูป (ฉบับหลวง เล่ม ๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๕ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓ หน้า ๑๐๙–๑๑๔

หน้า ๑๐๙

ได้สิ่งของที่สละแล้วคืนมา พึงน้อมเข้าไปในสิ่งของตามที่ทายกถวาย ไว้เดิม

ทุกทุกกฏ

มิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณี สำคัญว่าเป็นกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่งต้อง อาบัติทุกกฏมิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณี สงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ต้องอาบัติ

มิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณี สำคัญว่ามิใช่เป็นกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ไม่ต้องอาบัติ

อนาปัตติวาร

{๑๒๕} [๗๖๗] ภิกษุณีน้อมกัปปิยภัณฑ์ที่เหลือไปเพื่อปัจจัยอย่างอื่น ๑ ภิกษุณีขออนุญาตต่อเจ้าของแล้วน้อมไป ๑ ภิกษุณีมีอันตราย ๑ ภิกษุณี ผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๗

สิกขาบทที่ ๘

ว่าด้วยนำกัปปิยภัณฑ์ที่เจาะจงถวายภิกษุณีหมู่มากไปจ่ายเป็นอย่างอื่น

{๑๒๖} [๗๖๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล

หน้า ๑๑๐

ภิกษุณีทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในบริเวณของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งอัตคัดด้วยข้าว ยาคู จึงชาวบ้านกลุ่มนั้นได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ที่ก่อให้เกิดความพอใจ เพื่อเป็นมูลค่าข้าวยาคูสำหรับภิกษุณีทั้งหลาย ฝากไว้เป็นกัปปิยภัณฑ์ที่ร้าน ของชาวตลาดคนหนึ่ง แล้วได้เข้าไปหาภิกษุณีทั้งหลายกล่าวว่า “แม่เจ้าทั้ง หลายเจ้าข้ากัปปิยภัณฑ์เพื่อเป็นมูลค่าข้าวยาคู พวกข้าพเจ้าได้ฝากไว้ ที่ร้านของชาวตลาดชื่อโน้น ขอท่านทั้งหลายใช้ให้ใครไปนำข้าวสารจากร้าน ชาวตลาดผู้นั้นมาหุงต้มฉันเถิด”ภิกษุณีทั้งหลายให้เอากัปปิยภัณฑ์นั้นไปจ่ายเป็นเภสัชมาฉัน

ชาวบ้านกลุ่มนั้นทราบเรื่องเข้าก็พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัย อย่างหนึ่งซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งเล่า”ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินชาวบ้านกลุ่มนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่

บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เอากัปปิยกัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่า ปัจจัยอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็นปัจจัยอย่าง หนึ่ง ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งเล่า”...

ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ทราบมาว่าภิกษุณีทั้งหลายได้ให้เอากัปปิยกัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ยาคู เป็นอาหารเบาสำหรับฉันรองท้องก่อนถึงเวลาฉันอาหารหนัก เป็นของเหลว ดื่มหรือซด ได้ ไม่ใช่ของฉันให้อิ่ม เช่น ภิกษุดื่มยาคูก่อนแล้วไปบิณฑบาต โดยส่วนใหญ่แปลกันว่า ข้าวต้ม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายว่า ขนมชนิดหนึ่งทำด้วยข้าวอ่อน
หน้า ๑๑๑

เป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็น ปัจจัยอย่างหนึ่ง ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง จริงหรือ”

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน ภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่าง หนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ไป จ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งเล่า การกระทำของภิกษุณีเหล่านั้นนั่นไม่เป็นไป เพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า

พระพุทธบัญญัติ

[๗๖๙] อนึ่ง ภิกษุณีใดให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่า ปัจจัยอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็นปัจจัย อย่างหนึ่ง ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์

สิกขาบทวิภังค์

{๑๒๗} [๗๗๐] คำว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...

คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี’ ในข้อความตอนนี้

คำว่า ให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง เจาะจงเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งคือที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าแก่ปัจจัย อย่างหนึ่ง

หน้า ๑๑๒

คำว่า ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มาก คือ เขาบริจาคไว้เพื่อ ประโยชน์แก่คณะ ไม่ใช่แก่สงฆ์ ไม่ใช่แก่ภิกษุณีรูปเดียว

คำว่า ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง ความว่า สิ่งใดที่ทายกถวายไว้ เพื่อเป็นมูลค่า เว้นสิ่งนั้นเสีย ภิกษุณีให้จ่ายเป็นปัจจัยอย่างอื่นไป เป็น ทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้จ่าย เป็นนิสสัคคีย์เพราะได้ของนั้นมา คือ เป็น ของจำต้องสละแก่สงฆ์ แก่คณะ หรือแก่ภิกษุณีรูปหนึ่งดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลปัจจัยอย่างอื่นที่ได้มานั้นอันภิกษุณีพึงสละ อย่างนี้

วิธีสละ

สละแก่สงฆ์

ภิกษุณีนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ...

‘แม่เจ้า ของของข้าพเจ้าสิ่งนี้ ข้าพเจ้าให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวาย ไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจง เป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง ไปจ่ายได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ข้าพเจ้าสละของสิ่งนี้แก่ สงฆ์ ... สงฆ์พึงให้ของสิ่งนี้แก่ภิกษุณีชื่อนี้’

สละแก่คณะ

ภิกษุณีนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลายพึงให้ของสิ่ง นี้แก่ภิกษุณีชื่อนี้’

สละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง

ภิกษุณีนั้นพึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ‘ดิฉันให้ของสิ่งนี้แก่แม่เจ้า’

หน้า ๑๑๓

บทภาชนีย์

ติกนิสสัคคิยปาจิตตีย์

{๑๒๘} [๗๗๑] กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ให้จ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสงสัย ให้จ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่ง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์

กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ภิกษุณีสำคัญ ว่ามิใช่ปัจจัยที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่งให้จ่ายเป็นปัจจัย อีกอย่างหนึ่ง เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ได้สิ่งของที่สละแล้วคืนมา พึงน้อมเข้าไปในสิ่งของตามที่ทายกถวาย ไว้เดิม

ทุกทุกกฎ

มิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่งภิกษุณี สำคัญว่าเป็นกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ... ต้อง อาบัติทุกกฏมิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ... ภิกษุณี สงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ

ไม่ต้องอาบัติ

มิใช่กัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่งภิกษุณี สำคัญว่ามิใช่เป็นกัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อเป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่ง ... ไม่ต้องอาบัติ

หน้า ๑๑๔

อนาปัตติวาร

{๑๒๙} [๗๗๒] ภิกษุณีน้อมกัปปิยภัณฑ์ที่เหลือไปเพื่อปัจจัยอย่างอื่น๑ ภิกษุณีขออนุญาตต่อเจ้าของแล้วน้อมไป ๑ ภิกษุณีมีอันตราย ๑ ภิกษุณีผู้ วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล

จบ สิกขาบทที่ ๘

สิกขาบทที่ ๙

ว่าด้วยนำกัปปิยกัณฑ์ที่ถวายเจาะจงไปจ่ายเป็นปัจจัยอื่น

{๑๓๐} [๗๗๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีทั้งหลายผู้อาศัยอยู่ในบริเวณของชาวบ้านกลุ่มหนึ่งอัตคัดด้วยข้าวยาคู จึงชาวบ้านกลุ่มนั้นได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ที่ก่อให้เกิดความพอใจเพื่อเป็น มูลค่าข้าวยาคูสำหรับภิกษุณีทั้งหลาย ฝากไว้เป็นกัปปิยภัณฑ์ที่ร้านของชาว ตลาดคนหนึ่ง แล้วได้เข้าไปหาภิกษุณีทั้งหลายกล่าวว่า “แม่เจ้าทั้งหลาย เจ้าข้า กัปปิยภัณฑ์เพื่อเป็นมูลค่าข้าวยาคู พวกข้าพเจ้าได้ฝากไว้ที่ร้านของ ชาวตลาดชื่อโน้น ขอท่านทั้งหลายใช้ให้ใครไปนำข้าวสารจากร้านชาวตลาด ผู้นั้นมาหุงต้มฉันเถิด”ภิกษุณีทั้งหลายได้ขอเอามาเองแล้วให้เอากัปปิยภัณฑ์นั้นไปจ่าย เป็นเภสัชมาฉัน ชาวบ้านกลุ่มนั้นทราบเรื่องเข้าก็พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ให้เอากัปปิยภัณฑ์ที่เขาถวายไว้เพื่อ เป็นมูลค่าปัจจัยอย่างหนึ่งซึ่งเขาตั้งใจถวายแก่ภิกษุณีหมู่มากเจาะจงเป็น ปัจจัยอย่างหนึ่ง ที่ตนขอเอามาเอง ไปจ่ายเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งเล่า”

จบ สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีหลายรูป