รูปวิภัตติ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๑๔–๖๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๓ ในรูปกัณฑ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
รูปวิภัตติ
เอกกนิเทศ
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี รูปกัณฑ์ รูปวิภัตติ เอกกนิเทศ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
สพฺพํ รูปํ นเหตุเมว อเหตุกเมว เหตุวิปฺปยุตฺตเมว สปฺปจฺจยเมว สงฺขตเมว รูปเมว โลกิยเมว สาสวเมว สญฺโญชนิยเมว คนฺถนิยเมว โอฆนิยเมว โยคนิยเมว นีวรณิยเมว ปรามฏฺฐเมว อุปาทานิยเมว สงฺกิเลสิกเมว อพฺยากตเมว อนารมฺมณเมว อเจตสิกเมว จิตฺตวิปฺปยุตฺตเมว เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมเมว อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกเมว นสวิตกฺกสวิจารเมว นอวิตกฺกวิจารมตฺตเมว อวิตกฺกอวิจารเมว นปีติสหคตเมว นสุขสหคตเมว นอุเปกฺขาสหคตเมว เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเมว เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกเมว เนวอาจยคามินอปจยคามิเมว เนวเสกฺขนาเสกฺขเมว ปริตฺตเมว กามาวจรเมว นรูปาวจรเมว นอรูปาวจรเมว ปริยาปนฺนเมว โนอปริยาปนฺนเมว อนิยตเมว อนิยฺยานิกเมว อุปฺปนฺนํ ฉหิ วิญฺญาเณหิ วิญฺเญยฺยเมว อนิจฺจเมว ชราภิภูตเมว เอวํ เอกวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
เอกกนิทฺเทโส ฯ
รูปทั้งหมด ไม่ใช่เหตุทั้งนั้น ไม่มีเหตุทั้งนั้น วิปปยุตจากเหตุทั้งนั้น เป็น
ไปกับด้วยปัจจัยทั้งนั้น เป็นสังขตธรรมทั้งนั้น เป็นรูปธรรมทั้งนั้น เป็นโลกิยธรรมทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของคันถะทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของโอฆะทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของโยคะทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของปรามาสทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของอุปาทานทั้งนั้น เป็นอารมณ์ของสังกิเลสทั้งนั้น เป็นอัพยากตธรรมทั้งนั้น ไม่มีอารมณ์ทั้งนั้น ไม่ใช่เจตสิกทั้งนั้น วิปปยุจากจิตทั้งนั้น ไม่ใช่วิบากและไม่ใช่ธรรมเป็นเหตุแห่งวิบากทั้งนั้น ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของสังกิเลสทั้งนั้น ไม่ใช่ธรรมมีทั้งวิตกทั้งวิจารทั้งนั้น ไม่ใช่ธรรมไม่มีวิตกแต่มีวิจารทั้งนั้น ไม่มีทั้งวิตกทั้งวิจารทั้งนั้นไม่ใช่ธรรมที่สหรคตด้วยปีติทั้งนั้น ไม่ใช่ธรรมที่สหรคตด้วยสุขทั้งนั้น ไม่ใช่ธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาทั้งนั้น อันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ไม่ประหาณทั้งนั้น ไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ ประหาณทั้งนั้น ไม่เป็นเหตุให้จุติปฏิสนธิและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานทั้งนั้น เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลทั้งนั้น เป็นปริตตธรรมทั้งนั้น เป็นกามาวจรธรรมทั้งนั้น ไม่ใช่รูปาวจรธรรมทั้งนั้น ไม่ใช่อรูปาวจรธรรมทั้งนั้น เป็นปริยาปันนธรรมทั้งนั้น ไม่ใช่อปริยาปันนธรรมทั้งนั้น เป็นอนิยตธรรมทั้งนั้น เป็นนิยยานิกธรรมทั้งนั้น เป็นปัจจุบันธรรม อันวิญญาณ ๖ พึงรู้ทั้งนั้น ไม่เที่ยงทั้งนั้น อันชราครอบงำแล้วทั้งนั้น
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๑ อย่างนี้.
เอกกนิเทศ จบ.
ทุกนิเทศ
อุปาทาภาชนีย์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี รูปกัณฑ์ รูปวิภัตติ อุปาทาภาชนีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อากาสธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
รูปเป็นอุปาทา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะคันธายตนะ รสายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ อากาสธาตุรูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ รูปชรตา รูปอนิจจตา กพฬิงการาหาร
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เยน จกฺขุนา อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปสฺสิ วา ปสฺสติ วา ปสฺสิสฺสติ วา ปสฺเส วา จกฺขุํเปตํ จกฺขายตนํเปตํ จกฺขุธาตุเปสา จกฺขุนฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ เนตฺตํเปตํ นยนํเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ จกฺขุมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา จกฺขุํเปตํ จกฺขายตนํเปตํ จกฺขุธาตุเปสา จกฺขุนฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ เนตฺตํเปตํ นยนํเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ จกฺขุํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ รูปมฺหิ สนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา จกฺขุํเปตํ จกฺขายตนํเปตํ จกฺขุธาตุเปสา จกฺขุนฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ เนตฺตํเปตํ นยนํเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ จกฺขุํ นิสฺสาย รูปํ อารพฺภ จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ
ยํ จกฺขุํ นิสฺสาย รูปํ อารพฺภ จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯํ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ จกฺขุํ นิสฺสาย รูปารมฺมโณ จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ จกฺขุํ นิสฺสาย รูปารมฺมณา จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา จกฺขุํเปตํ จกฺขายตนํเปตํ จกฺขุธาตุเปสา จกฺขุนฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ เนตฺตํเปตํ นยนํเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า จักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, สัตว์นี้เห็นแล้ว หรือเห็นอยู่ หรือจักเห็น หรือพึงเห็น ซึ่งรูปอันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ด้วยจักขุใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า จักขุบ้าง จักขายตนะบ้าง จักขุธาตุบ้าง จักขุนทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้างวัตถุบ้าง เนตรบ้าง นัยนะบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า จักขายตนะ
รูปที่เรียกว่า จักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, รูปอันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบหรือพึงกระทบ ที่จักขุใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า จักขุบ้าง จักขายตนะบ้าง จักขุธาตุบ้าง จักขุนทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้างวัตถุบ้าง เนตรบ้าง นัยนะบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า จักขายตนะ
รูปที่เรียกว่า จักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, จักขุใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รูปอันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้, นี้เรียกว่า จักขุบ้างจักขายตนะบ้าง จักขุธาตุบ้าง จักขุนทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง เนตรบ้าง นัยนะบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า จักขายตนะ.
รูปที่เรียกว่า จักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เพราะอาศัยจักขุใด จักขุสัมผัสปรารภรูป เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยจักขุใด เวทนา อันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณปรารภรูป เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ
เพราะอาศัยจักขุใด จักขุสัมผัส มีรูปเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยจักขุใด เวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณ มีรูปเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า จักขุบ้าง จักขายตนะบ้าง จักขุธาตุบ้าง จักขุนทรีย์บ้าง โลกบ้างทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง เนตรบ้าง นัยนะบ้าง ฝั่งนี้บ้างบ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า จักขายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ยํ โสตํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เยน โสเตน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน สทฺทํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ สุณิ วา สุณาติ วา สุณิสฺสติ วา สุเณ วา โสตํเปตํ โสตายตนํเปตํ โสตธาตุเปสา โสตินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ยํ โสตํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ โสตมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ สทฺโท อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โสตํเปตํ โสตายตนํเปตํ โสตธาตุเปสา โสตินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ยํ โสตํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ โสตํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ สทฺทมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โสตํเปตํ โสตายตนํเปตํ โสตธาตุเปสา โสตินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ยํ โสตํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ โสตํ นิสฺสาย สทฺทํ อารพฺภ โสตสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ โสตํ นิสฺสาย สทฺทํ อารพฺภ โสตสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ
โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ โสตํ นิสฺสาย สทฺทารมฺมโณ โสตสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ โสตํ นิสฺสาย สทฺทารมฺมณา โสตสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา โสตํเปตํ โสตายตนํเปตํ โสตธาตุเปสา โสตินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า โสตายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, สัตว์นี้ฟังแล้ว หรือฟังอยู่ หรือจักฟัง หรือพึงฟัง ซึ่งเสียงอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยโสตใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โสตบ้างโสตายตนะบ้าง โสตธาตุบ้าง โสตินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โสตายตนะ
รูปที่เรียกว่า โสตายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เสียงอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่โสตใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โสตบ้างโสตายตนะบ้าง โสตธาตุบ้าง โสตินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โสตายตนะ
รูปที่เรียกว่า โสตายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, โสตใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่เสียงอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โสตบ้างโสตายตนะบ้าง โสตธาตุบ้าง โสตินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โสตายตนะ
รูปที่เรียกว่า โสตายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เพราะอาศัยโสตใด โสตสัมผัสปรารภเสียง เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยโสตใด เวทนาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ โสตวิญญาณปรารภเสียง เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยโสตใด โสตสัมผัส มีเสียงเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยโสตใด เวทนาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ โสตวิญญาณ มีเสียงเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า โสตบ้าง โสตายตนะบ้าง โสตธาตุบ้างโสตินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้างบ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โสตายตนะ
กตมนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ยํ ฆานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เยน ฆาเนน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน คนฺธํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ฆายิ วา ฆายติ วา ฆายิสฺสติ วา ฆาเย วา ฆานํเปตํ ฆานายตนํเปตํ ฆานธาตุเปสา ฆานินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ยํ ฆานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ ฆานมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ คนฺโธ อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา ฆานํเปตํ ฆานายตนํเปตํ ฆานธาตุเปสา ฆานินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ยํ ฆานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ ฆานํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ คนฺธมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา ฆานํเปตํ ฆานายตนํเปตํ ฆานธาตุเปสา ฆานินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ยํ ฆานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ ฆานํ นิสฺสาย คนฺธํ อารพฺภ ฆานสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ ฆานํ นิสฺสาย คนฺธํ อารพฺภ ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ
ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ ฆานํ นิสฺสาย คนฺธารมฺมโณ ฆานสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ ฆานํ นิสฺสาย คนฺธารมฺมณา ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฆานํเปตํ ฆานายตนํเปตํ ฆานธาตุเปสา ฆานินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ฆานายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า ฆานายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, สัตว์นี้ ดมแล้ว หรือดมอยู่ หรือจักดม หรือพึงดม ซึ่งกลิ่นอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยฆานะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า ฆานะบ้างฆานายตนะบ้าง ฆานธาตุบ้าง ฆานินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ฆานายตนะ
รูปที่เรียกว่า ฆานายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, กลิ่นอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่ฆานะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าฆานะบ้าง ฆานายตนะบ้าง ฆานธาตุบ้าง ฆานินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้างปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ฆานายตนะ
รูปที่เรียกว่า ฆานายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, ฆานะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่กลิ่นอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าฆานะบ้าง ฆานายตนะบ้าง ฆานธาตุบ้าง ฆานินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้างปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ฆานายตนะ.
รูปที่เรียกว่า ฆานายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เพราะอาศัยฆานะใด ฆานสัมผัสปรารภกลิ่น เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัย ฆานะใด เวทนาอันเกิดแต่ฆานสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ฆานวิญญาณ ปรารภกลิ่น เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยฆานะใด ฆานสัมผัสมีกลิ่นเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยฆานะใด เวทนาอันเกิดแต่ฆานสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ฆานวิญญาณ มีกลิ่นเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า ฆานะบ้าง ฆานายตนะบ้างฆานธาตุบ้าง ฆานินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้างฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียก ฆานายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ยา ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยาย ชิวฺหาย อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย รสํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ สายิ วา สายติ วา สายิสฺสติ วา สาเย วา ชิวฺหาเปสา ชิวฺหายตนํเปตํ ชิวฺหาธาตุเปสา ชิวฺหินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ยา ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยาย ชิวฺหาย อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย รโส อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา ชิวฺหาเปสา ชิวฺหายตนํเปตํ ชิวฺหาธาตุเปสา ชิวฺหินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ยา ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยา ชิวฺหา อนิทสฺสนา สปฺปฏิฆา รสมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา ชิวฺหาเปสา ชิวฺหายตนํเปตํ ชิวฺหาธาตุเปสา ชิวฺหินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ยา ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ ชิวฺหํ นิสฺสาย รสํ อารพฺภ ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ ชิวฺหํ นิสฺสาย รสํ อารพฺภ ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ
สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ ชิวฺหํ นิสฺสาย รสารมฺมโณ ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ยํ ชิวฺหํ นิสฺสาย รสารมฺมณา ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ชิวฺหาเปสา ชิวฺหายตนํเปตํ ชิวฺหาธาตุเปสา ชิวฺหินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ ชิวฺหายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า ชิวหายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, สัตว์นี้ ลิ้มแล้ว หรือลิ้มอยู่ หรือจักลิ้ม หรือพึงลิ้ม ซึ่งรสอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยชิวหาใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า ชิวหาบ้าง ชิวหายตนะบ้าง ชิวหาธาตุบ้าง ชิวหินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ชิวหายตนะ
รูปที่เรียกว่า ชิวหายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, รสอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่ชิวหาใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าชิวหาบ้าง ชิวหายตนะบ้าง ชิวหาธาตุบ้าง ชิวหินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้างปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ชิวหายตนะ
รูปที่เรียกว่า ชิวหายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, ชิวหาใด เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รสอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า ชิวหาบ้าง ชิวหายตนะบ้าง ชิวหาธาตุบ้าง ชิวหินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ชิวหายตนะ
รูปที่เรียกว่า ชิวหายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เพราะอาศัยชิวหาใด ชิวหาสัมผัสปรารภรส เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยชิวหาใด เวทนาอันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ ปรารภรส เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยชิวหาใด ชิวหาสัมผัส มีรสเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยชิวหาใด เวทนาอันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ มีรสเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น. นี้เรียกว่า ชิวหาบ้าง ชิวหายตนะบ้าง ชิวหาธาตุบ้าง ชิวหินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้างฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า ชิวหายตนะ
กตมนฺตํ รูปํ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เยน กาเยน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน โผฏฺฐพฺพํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ผุสิ วา ผุสติ วา ผุสิสฺสติ วา ผุเส วา กาโยเปโส กายายตนํเปตํ กายธาตุเปสา กายินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ กายมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ โผฏฺฐพฺโพ อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา กาโยเปโส กายายตนํเปตํ กายธาตุเปสา กายินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โย กาโย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โผฏฺฐพฺพมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา กาโยเปโส กายายตนํเปตํ กายธาตุเปสา กายินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท อตฺตภาวปริยาปนฺโน อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ กายํ นิสฺสาย โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ กายํ นิสฺสาย โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ
เจตนา ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ กายํ นิสฺสาย โผฏฺฐพฺพารมฺมโณ กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ กายํ นิสฺสาย โผฏฺฐพฺพารมฺมณา กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา กาโยเปโส กายายตนํเปตํ กายธาตุเปสา กายินฺทฺริยํเปตํ โลโกเปโส ทฺวาราเปสา สมุทฺโทเปโส ปณฺฑรํเปตํ เขตฺตํเปตํ วตฺถถเปตํ โอริมนฺตีรํเปตํ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า กายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, สัตว์นี้ ถูกต้องแล้ว หรือถูกต้องอยู่ หรือจักถูกต้อง หรือพึงถูกต้อง ซึ่งโผฏฐัพพะอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยกายใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า กายบ้าง กายายตนะบ้าง กายธาตุบ้าง กายินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้างปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า กายายตนะ
รูปที่เรียกว่า กายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, โผฏฐัพพะ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่กายใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า กายบ้างกายายตนะบ้าง กายธาตุบ้าง กายินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้างเขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า กายายตนะ.
รูปที่เรียกว่า กายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, กายใด เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่โผฏฐัพพะ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่ากายบ้าง กายายตนะบ้าง กายธาตุบ้าง กายินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้าง ฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า กายายตนะ
รูปที่เรียกว่า กายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ นับเนื่องในอัตภาพ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้, เพราะอาศัยกายใด กายสัมผัส ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยกายใด เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ ปรารภโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยกายใด กายสัมผัส มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะอาศัยกายใด เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า กายบ้าง กายายตนะบ้างกายธาตุบ้าง กายินทรีย์บ้าง โลกบ้าง ทวารบ้าง สมุทรบ้าง ปัณฑระบ้าง เขตบ้าง วัตถุบ้างฝั่งนี้บ้าง บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า กายายตนะ
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณณ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํลํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ จกฺขุนา อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน ปสฺสิ วา ปสฺสติ วา ปสฺสิสฺสติ วา ปสฺเส วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณณ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยมฺหิ รูปมฺหิ สนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ จกฺขุํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ
ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณณ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ
จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ จกฺขุมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ นีลํ ปีตกํ โลหิตกํ โอทาตํ กาฬกํ มญฺเชฏฺฐกํ หริ หริวณฺณํ อมฺพงฺกุรวณฺณํ ทีฆํ รสฺสํ อณณ ถูลํ วฏฺฏํ ปริมณฺฑลํ จตุรํสํ ฉฬํสํ อฏฺฐํสํ โสฬสํสํ นินฺนํ ถลํ ฉายา อาตโป อาโลโก อนฺธกาโร อพฺภา มหิกา ธูโม รโช จนฺทมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา สุริยมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา ตารกรูปานํ
วณฺณนิภา อาทาสมณฺฑลสฺส วณฺณนิภา มณิสงฺขมุตฺตาเวฬุริยสฺส วณฺณนิภา ชาตรูปรชตสฺส วณฺณนิภา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา สนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ยํ รูปํ อารพฺภ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ รูปํ อารพฺภ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํรูปารมฺมโณ จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํรูปารมฺมณา จกฺขุํ นิสฺสาย จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา รูปํเปตํ รูปายตนํเปตํ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวครามสีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียดหยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดดแสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจกแสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใดเป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, สัตว์นี้ เห็นแล้ว หรือเห็นอยู่หรือจักเห็น หรือพึงเห็น ซึ่งรูปใด อันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ด้วยจักขุ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปายตนะ.
รูปที่เรียก รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวครามสีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียดหยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดดแสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจกแสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใดเป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, จักขุอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รูปใด อันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวครามสีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียดหยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดดแสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจกแสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใดเป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, รูปใด อันเป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่จักขุ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ ได้แก่ สีเขียวครามสีเหลือง สีแดง สีขาว สีดำ สีหงสบาท สีคล้ำ สีเขียวใบไม้ สีม่วง ยาว สั้น ละเอียดหยาบ กลม รี สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม สิบหกเหลี่ยม ลุ่ม ดอน เงา แดดแสงสว่าง มืด เมฆ หมอก ควัน ละออง แสงจันทร์ แสงอาทิตย์ แสงดาว แสงกระจกแสงแก้วมณี แสงสังข์ แสงมุกดา แสงแก้วไพฑูรย์ แสงทอง แสงเงิน หรือรูปแม้อื่นใดเป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นได้และกระทบได้ มีอยู่, เพราะปรารภรูปใด จักขุสัมผัสอาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภรูปใดเวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส
ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณอาศัยจักขุเกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ จักขุสัมผัส มีรูปใดเป็นอารมณ์อาศัยจักขุ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จักขุวิญญาณ มีรูปใดเป็นอารมณ์ อาศัยจักขุเกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้างรูปธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ โย สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโท สงฺขสทฺโท ปณวสทฺโท คีตสทฺโท วาทิตสทฺโท สมฺมสทฺโท ปาณิสทฺโท สตฺตานํ นิคฺโฆสสทฺโท ธาตูนํ สนฺนิฆาตสทฺโท วาตสทฺโท อุทกสทฺโท มนุสฺสสทฺโท อมนุสฺสสทฺโท โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ สทฺทํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ โสเตน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน สุณิ วา สุณาติ วา สุณิสฺสติ วา สุเณ วา สทฺโทเปโส สทฺทายตนํเปตํ สทฺทธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ โย สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโท สงฺขสทฺโท ปณวสทฺโท คีตสทฺโท วาทิตสทฺโท สมฺมสทฺโท ปาณิสทฺโท สตฺตานํ นิคฺโฆสสทฺโท ธาตูนํ สนฺนิฆาตสทฺโท วาตสทฺโท อุทกสทฺโท มนุสฺสสทฺโท อมนุสฺสสทฺโท โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ สทฺทมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ โสตํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา สทฺโทเปโส สทฺทายตนํเปตํ สทฺทธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ โย สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโท สงฺขสทฺโท ปณวสทฺโท คีตสทฺโท วาทิตสทฺโท สมฺมสทฺโท ปาณิสทฺโท สตฺตานํ นิคฺโฆสสทฺโท ธาตูนํ สนฺนิฆาตสทฺโท วาตสทฺโท อุทกสทฺโท มนุสฺสสทฺโท อมนุสฺสสทฺโท โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โย สทฺโท อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โสตมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา สทฺโทเปโส สทฺทายตนํเปตํ สทฺทธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ โย สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ เภริสทฺโท มุทิงฺคสทฺโท สงฺขสทฺโท ปณวสทฺโท คีตสทฺโท วาทิตสทฺโท สมฺมสทฺโท ปาณิสทฺโท สตฺตานํ นิคฺโฆสสทฺโท ธาตูนํ สนฺนิฆาตสทฺโท วาตสทฺโท อุทกสทฺโท มนุสฺสสทฺโท อมนุสฺสสทฺโท โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ สทฺทํ อารพฺภ โสตํ นิสฺสาย โสตสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ สทฺทํ อารพฺภ โสตํ นิสฺสาย โสตสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํสทฺทารมฺมโณ โสตํ นิสฺสาย โสตสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํสทฺทารมฺมณา โสตํ นิสฺสาย โสตสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา สทฺโทเปโส สทฺทายตนํเปตํ สทฺทธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า สัททายตนะ นั้น เป็นไฉน?
เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ เสียงกลองเสียงตะโพน เสียงสังข์ เสียงบัณเฑาะว์ เสียงขับร้อง เสียงประโคม เสียงกรับ เสียงปรบมือเสียงร้องของสัตว์ เสียงกระทบกันของธาตุ เสียงลม เสียงน้ำ เสียงมนุษย์ เสียงอมนุษย์หรือเสียงแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ มีอยู่, สัตว์นี้ ฟังแล้วหรือฟังอยู่ หรือจักฟัง หรือพึงฟัง ซึ่งเสียงใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยโสตอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า สัททะบ้าง สัททายตนะบ้าง สัททธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า สัททายตนะ.
รูปที่เรียกว่า สัททายตนะ นั้น เป็นไฉน?
เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ เสียงกลองเสียงตะโพน เสียงสังข์ เสียงบัณเฑาะว์ เสียงขับร้อง เสียงประโคม เสียงกรับ เสียงปรบมือเสียงร้องของสัตว์ เสียงกระทบกันของธาตุ เสียงลม เสียงน้ำ เสียงมนุษย์ เสียงอมนุษย์หรือเสียงแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ มีอยู่, โสตอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่เสียงใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า สัททะบ้าง สัททายตนะบ้างสัททธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า สัททายตนะ.
รูปที่เรียกว่า สัททายตนะ นั้น เป็นไฉน?
เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ เสียงกลองเสียงตะโพน เสียงสังข์ เสียงบัณเฑาะว์ เสียงขับร้อง เสียงประโคม เสียงกรับ เสียงปรบมือเสียงร้องของสัตว์ เสียงกระทบกันของธาตุ เสียงลม เสียงน้ำ เสียงมนุษย์ เสียงอมนุษย์หรือเสียงแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ มีอยู่, เสียงใดอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบที่โสต อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า สัททะบ้าง สัททายตนะบ้าง สัททธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า สัททายตนะ.
รูปที่เรียกว่า สัททายตนะ นั้น เป็นไฉน?
เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ เสียงกลองเสียงตะโพน เสียงสังข์ เสียงบัณเฑาะว์ เสียงขับร้อง เสียงประโคม เสียงกรับ เสียงปรบมือเสียงร้องของสัตว์ เสียงกระทบกันของธาตุ เสียงลม เสียงน้ำ เสียงมนุษย์ เสียงอมนุษย์หรือเสียงแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ มีอยู่, เพราะปรารภเสียงใด โสตสัมผัส อาศัยโสต เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภเสียงใด เวทนาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ
โสตวิญญาณ อาศัยโสตเกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ
โสตสัมผัส มีเสียงใดเป็นอารมณ์ อาศัยโสตเกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่โสตสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ โสตวิญญาณมีเสียงใดเป็นอารมณ์ อาศัยโสต เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น,นี้เรียกว่า สัททะบ้าง สัททายตนะบ้าง สัททธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า สัททายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ โย คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ อามคนฺโธ วิสคนฺโธ สุคนฺโธ ทุคฺคนฺโธ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ คนฺธํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ฆาเนน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน ฆายิ วา ฆายติ วา ฆายิสฺสติ วา ฆาเย วา คนฺโธเปโส คนฺธายตนํเปตํ คนฺธธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ โย คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ อามคนฺโธ วิสคนฺโธ สุคนฺโธ ทุคฺคนฺโธ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ คนฺธมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ฆานํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา คนฺโธเปโส คนฺธายตนํเปตํ คนฺธธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ ฯ
กตมนฺตํรูปํ คนฺธายตนํ โย คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ อามคนฺโธ วิสคนฺโธ สุคนฺโธ ทุคฺคนฺโธ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โย คนฺโธ อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ฆานมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา คนฺโธเปโส คนฺธายตนํเปตํ คนฺธธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ โย คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลคนฺโธ สารคนฺโธ ตจคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ อามคนฺโธ วิสคนฺโธ สุคนฺโธ ทุคฺคนฺโธ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ คนฺธํ อารพฺภ ฆานํ นิสฺสาย ฆานสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ คนฺธํ อารพฺภ ฆานํ นิสฺสาย ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํคนฺธารมฺมโณ ฆานํ นิสฺสาย ฆานสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํคนฺธารมฺมณา ฆานํ นิสฺสาย ฆานสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา คนฺโธเปโส คนฺธายตนํเปตํ คนฺธธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ คนฺธายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า คันธายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ กลิ่นรากไม้กลิ่นแก่นไม้ กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นใบไม้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นบูด กลิ่นเน่า กลิ่นหอมกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้มีอยู่, สัตว์นี้ ดมแล้ว หรือดมอยู่ หรือจักดม หรือพึงดม ซึ่งกลิ่นใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ แต่กระทบได้ ด้วยฆานะ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าคันธะบ้าง คันธายตนะบ้าง คันธธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า คันธายตนะ.
รูปที่เรียกว่า คันธายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ กลิ่นรากไม้กลิ่นแก่นไม้ กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นใบไม้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นบูด
กลิ่นเน่า กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น หรือกลิ่นแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ มีอยู่, ฆานะอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่กลิ่นใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้,นี้เรียกว่า คันธะบ้าง คันธายตนะบ้าง คันธธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า คันธายตนะ.
รูปที่เรียกว่า คันธายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ กลิ่นรากไม้กลิ่นแก่นไม้ กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นใบไม้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นบูด กลิ่นเน่า กลิ่นหอมกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้มีอยู่, กลิ่นใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบหรือพึงกระทบ ที่ฆานะอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า คันธะบ้าง คันธายตนะบ้างคันธธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า คันธายตนะ.
รูปที่เรียกว่า คันธายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ กลิ่นรากไม้กลิ่นแก่นไม้ กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นใบไม้ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นบูด กลิ่นเน่า กลิ่นหอมกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้มีอยู่ เพราะปรารภกลิ่นใด ฆานสัมผัส อาศัยฆานะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภกลิ่นใด เวทนาอันเกิดแต่ฆานสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ ฆานวิญญาณ อาศัยฆานะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ ฆานสัมผัส มีกลิ่นใดเป็นอารมณ์ อาศัยฆานะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่ฆานสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ
ฆานวิญญาณ มีกลิ่นใดเป็นอารมณ์ อาศัยฆานะ เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น นี้เรียกว่า คันธะบ้าง คันธายตนะบ้าง คันธธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า คันธายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ รสํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ ชิวฺหาย อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย สายิ วา สายติ วา สายิสฺสติ วา สาเย วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ รสธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยมฺหิ รสมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ชิวฺหา อนิทสฺสนา สปฺปฏิฆา ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ รสธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ โย รโส อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ชิวฺหาย อนิทสฺสนาย สปฺปฏิฆาย ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ รสธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ รสายตนํ โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส อมฺพิลํ มธุรํ ติตฺตกํ กฏุกํ โลณิกํ ขาริกํ ลมฺพิลํ กสาโว สาทุ อสาทุ โย วา ปนญฺโญปิ อตฺถิ รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ยํ รสํ อารพฺภ ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ รสํ อารพฺภ ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํรสารมฺมโณ ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํรสารมฺมณา ชิวฺหํ นิสฺสาย ชิวฺหาสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา รโสเปโส รสายตนํเปตํ รสธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รสายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่นเฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ มีอยู่, สัตว์นี้ ลิ้มแล้ว หรือลิ้มอยู่ หรือจักลิ้ม หรือพึงลิ้ม ซึ่งรสใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ด้วยชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รสบ้างรสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่นเฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ มีอยู่, ชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่รสใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่ารสบ้าง รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่นเฝื่อน ฝาด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ มีอยู่, รสใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่ชิวหาอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า รสบ้างรสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รสายตนะ.
รูปที่เรียกว่า รสายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ได้แก่ รสรากไม้รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ เปรี้ยว หวาน ขม เผ็ด เค็ม ขื่นเฝื่อน ฝาด เผ็ด อร่อย ไม่อร่อย หรือรสแม้อื่นใด ซึ่งอาศัยมหาภูตรูป ๔ อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ มีอยู่, เพราะปรารภรสใด ชิวหาสัมผัส อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภรสใด เวทนาอันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้นหรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ ชิวหาสัมผัส มีรสใดเป็นอารมณ์ อาศัยชิวหาใด เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนา อันเกิดแต่ชิวหาสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ ชิวหาวิญญาณ มีรสใดเป็นอารมณ์ อาศัยชิวหา เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า รสบ้าง รสายตนะบ้าง รสธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่ารสายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ยํ อิตฺถิยา อิตฺถีลิงฺคํ อิตฺถีนิมิตฺตํ อิตฺถีกุตฺตํ อิตฺถากปฺโป อิตฺถิตฺตํ อิตฺถีภาโว อิทนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯ
รูปที่เรียกว่า อิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงหญิง เครื่องหมายรู้ว่าหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิงของหญิง ปรารภได้ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า อิตถินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ยํ ปุริสสฺส ปุริสลิงฺคํ ปุริสนิมิตฺตํ ปุริสกุตฺตํ ปุริสากปฺโป ปุริสตฺตํ ปุริสภาโว อิทนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ฯ
รูปที่เรียกว่า ปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงชาย เครื่องหมายรู้ว่าชาย กิริยาชาย อาการชาย สภาพชาย ภาวะชายของชาย ปรากฏได้ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ปุริสินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ
รูปที่เรียกว่า ชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิต ของรูปธรรมนั้นๆ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ชีวิตินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา อภิกฺกมนฺตสฺส วา ปฏิกฺกมนฺตสฺส วา อาโลเกนฺตสฺส วา วิโลเกนฺตสฺส วา สมฺมิญฺเชนฺตสฺส วา ปสาเรนฺตสฺส วา กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ฯ
รูปที่เรียกว่า กายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
ความเคร่งตึง กิริยาที่เคร่งตึงด้วยดี ความเคร่งตึงด้วยดี การแสดงให้รู้ความหมายกิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย แห่งกายของบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศลหรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต ก้าวไปอยู่ ถอยกลับอยู่ แลดูอยู่ เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ คู้เข้าอยู่ หรือเหยียดออกอยู่ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า กายวิญญัติ
กตมนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา วาจา คิรา พฺยปฺปโถ อุทีรณํ โฆโส โฆสกมฺมํ วาจา วจีเภโท อยํ วุจฺจติ วาจา ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ฯ
รูปที่เรียกว่า วจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
การพูด การเปล่งวาจา การเจรจา การกล่าว การป่าวร้อง การโฆษณา วาจา วจีเภทแห่งบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศล หรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต อันใด นี้เรียกว่า วาจา,การแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย ด้วยวาจานั้นอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า วจีวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ โย อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหิ อิทนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ ฯ
รูปที่เรียกว่า อากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง อันมหาภูตรูป ๔ ไม่ถูกต้องแล้ว อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่าอากาสธาตุ
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ยา รูปสฺส ลหุตา ลหุปริณามตา อทนฺธนตา อวิตฺถนตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปลหุตา นั้น เป็นไฉน?
ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่หนัก แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปลหุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ยา รูปสฺส มุทุตา มทฺทวตา อกกฺขฬตา อกถินตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่แข็ง ความไม่กระด้าง แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปมุทุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ยา รูปสฺส กมฺมญฺญตา กมฺมญฺญตฺตํ กมฺมญฺญภาโว อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส๓ กมฺมญฺญตา ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งรูป อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปกัมมัญญตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย โย อายตนานํ อาจโย โส รูปสฺส อุปจโย อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
ความสั่งสมแห่งอายตนะทั้งหลาย อันใด อันนั้น เป็นความเกิดแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปอุปจยะ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ โย รูปสฺส อุปจโย สา รูปสฺส สนฺตติ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
ความเกิดแห่งรูป อันใด อันนั้น เป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปสันตติ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ยา รูปสฺส ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก... อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความเสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์ แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปชรตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา โย รูปสฺส ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา ฯ
รูปที่เรียกว่า รูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธานแห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปอนิจจตา.
กตมนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ ยมฺหิ ยมฺหิ ชนปเท เตสํ เตสํ สตฺตานํ มุขาสิยํ ทนฺตวิขาทนํ คลชฺโฌหรณียํ กุจฺฉิวิตฺถมฺภนํ ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ อิทนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา ฯ
อุปาทาภาชนียํ ฯ
รูปกณฺเฑ ปฐมภาณวารํ ๑ ฯ
รูปที่เรียกว่า กพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น น้ำมันน้ำผึ้ง น้ำอ้อย หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ อันเป็นของใส่ปาก ขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้อง ของสัตว์นั้นๆ ในชนบทใดๆ สัตว์ทั้งหลาย เลี้ยงชีวิตด้วยโอชา อันใด รูปทั้งนี้ เรียกว่ากพฬิงการาหาร.
รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทา.
อุปาทาภาชนีย์ จบ.
ปฐมภาณวาร ในรูปกัณฑ์ จบ.
ทุกนิเทศ (ต่อ)
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี รูปกัณฑ์ รูปวิภัตติ ทุกนิเทศ (ต่อ) (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ ฯ
รูปเป็นอนุปาทา นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ กาเยน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน ผุสิ วา ผุสติ วา ผุสิสฺสติ วา ผุเส วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยมฺหิ โผฏฺฐพฺพมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ กาโย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ โย โผฏฺฐพฺโพ อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ กายมฺหิ @๑ ปุริมภาณวารโต สมฺพนฺธคณนาย สตฺตมํ ภวิตพฺพํ ฯ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ
กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํโผฏฺฐพฺพารมฺมโณ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํโผฏฺฐพฺพารมฺมณา กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, สัตว์นี้ ถูกต้องแล้ว หรือถูกต้องอยู่ หรือจักถูกต้อง หรือพึงถูกต้องซึ่งโผฏฐัพพะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยกายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่าโผฏฐัพพายตนะ.
รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, กายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่โผฏฐัพพะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าโผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ.
รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, โผฏฐัพพะใด เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่กายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ.
รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด กายสัมผัสอาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ
สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ กายสัมผัส มีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ
เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ มีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้างโผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อิทนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ฯ
อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา ฯ
รูปที่เรียกว่า อาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า อาโปธาตุ.
รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทา.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นอุปาทินนะ.
รูปเป็นอนุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้นรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ สัทธายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
กตมนฺตํ รูปํ สนิทสฺสนํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ ฯ
รูปเป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสนิทัสสนะ.
รูปเป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนิทัสสนะ.
กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปเป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็น สัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์.
รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ ฯ
รูปเป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูต.
รูปไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ วิญฺญตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ วิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปนี้เรียกว่า รูปเป็นวิญญัติ.
รูปไม่เป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จิตฺตชํ จิตฺตเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น จิตฺตชํ น จิตฺตเหตุกํ น จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ
รูปเป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ที่เกิดแต่จิต มีจิตเป็นเหตุ มีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตสมุฏฐาน.
รูปไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ที่ไม่เกิดแต่จิต ไม่มีจิตเป็นเหตุ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่รูปายตนะสัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิตสมุฏฐาน.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตสหภุ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตสหภุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตสหภุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตสหภุ ฯ
รูปเป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตสหภู.
รูปไม่เป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิตตสหภู.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตานุปริวตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตานุปริวตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตานุปริวตฺติ ฯ
รูปเป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตานุปริวัติ.
รูปไม่เป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิตตานุปริวัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ ฯ
รูปเป็นภายใน นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นภายใน.
รูปเป็นภายนอก นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นภายนอก.
กตมนฺตํ รูปํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ สุขุมํ ฯ
รูปหยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปหยาบ.
รูปละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สนฺติเก ฯ
รูปไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไกล.
รูปใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน.
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น ไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนา อันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ
ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ
ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ.
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ,
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของเวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ
ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ.
รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ
กตมนฺตํ รูปํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหาสัมผัสฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของเวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ
ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขายตนํ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขายตนํ ฯ
รูปเป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใดเป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้าง ฯลฯ
รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขายตนะ.
รูปไม่เป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายายตนํ ฯ
รูปเป็นโสตายตนะ ฯลฯ เป็นฆานายตนะ ฯลฯ เป็นชิวหายตนะ ฯลฯ
เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใดเป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายายตนะ.
รูปไม่เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา ฯเปฯ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นรูปายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นรูปายตนํ ฯ
รูปเป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปายตนะ.
รูปไม่เป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
รูปเป็นสัททายตนะ ฯลฯ เป็นคันธายตนะ ฯลฯ เป็นรสายตนะ ฯลฯ
เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นโผฏฐัพพายตนะ.
รูปไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุธาตุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขุธาตุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขุธาตุ ฯ
รูปเป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขุธาตุ.
รูปไม่เป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขุธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตธาตุ ฯเปฯ ฆานธาตุ ฯเปฯ ชิวฺหาธาตุ ฯเปฯ กายธาตุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายธาตุ ฯ
รูปเป็นโสตธาตุ ฯลฯ เป็นฆานธาตุ ฯลฯ เป็นชิวหาธาตุ ฯลฯ
เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายธาตุ.
รูปไม่เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปธาตุ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ รูปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นรูปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นรูปธาตุ ฯ
รูปเป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปธาตุ.
รูปไม่เป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทธาตุ ฯเปฯ คนฺธธาตุ ฯเปฯ รสธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ
รูปเป็นสัททธาตุ ฯลฯ เป็นคันธธาตุ ฯลฯ เป็นรสธาตุ ฯลฯ
เป็นโผฏฐัพพธาตุ เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นโผฏฐัพพธาตุ.
รูปไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขุนฺทฺริยํ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขุนฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขุนทรีย์.
รูปไม่เป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขุนทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ โสตินฺทฺริยํ ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นโสตินทรีย์ ฯลฯ เป็นฆานินทรีย์ ฯลฯ เป็นชิวหินทรีย์ ฯลฯ
เป็นกายินทรีย์ ฯลฯ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายินทรีย์.
รูปไม่เป็นกายินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ยํ อิตฺถิยา อิตฺถีลิงฺคํ อิตฺถีนิมิตฺตํ อิตฺถีกุตฺตํ อิตฺถากปฺโป อิตฺถิตฺตํ อิตฺถีภาโว อิทนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอิตฺถินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอิตฺถินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงหญิง เครื่องหมายให้รู้ว่าหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิงของหญิง ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอิตถินทรีย์.
รูปไม่เป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอิตถินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ยํ ปุริสสฺส ปุริสลิงฺคํ ปุริสนิมิตฺตํ ปุริสกุตฺตํ ปุริสากปฺโป ปุริสตฺตํ ปุริสภาโว อิทนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นปุริสินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นปุริสินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงชาย เครื่องหมายให้รู้ว่าชาย กิริยาชาย อาการชาย สภาพชาย ภาวะชายของชาย ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นปุริสินทรีย์.
รูปไม่เป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นปุริสินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นชีวิตินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นชีวิตินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิตของรูปธรรมนั้นๆ อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นชีวิตินทรีย์.
รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์
กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา อภิกฺกมนฺตสฺส วา ปฏิกฺกมนฺตสฺส วา อาโลเกนฺตสฺส วา วิโลเกนฺตสฺส วา สมฺมิญฺเชนฺตสฺส วา ปสาเรนฺตสฺส วา กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
การเคร่งตึง กิริยาที่เคร่งตึงด้วยดี ความที่เคร่งตึงด้วยดี การแสดงให้รู้ความหมายกิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย แห่งกายของบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศลหรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต ก้าวไปอยู่ ถอยกลับอยู่ แลดูอยู่ เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ คู้เข้าอยู่ หรือเหยียดออกอยู่ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายวิญญัติ.
รูปไม่เป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา วาจา คิรา พฺยปฺปโถ อุทีรณํ โฆโส โฆสกมฺมํ วาจา วจีเภโท อยํ วุจฺจติ วาจา ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นวจีวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นวจีวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
การพูด การเปล่งวาจา การเจรจา การกล่าว การป่าวร้อง การโฆษณา วาจา วจีเภทแห่งบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศล หรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต อันใด นี้เรียกว่า วาจา,การแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมายด้วยวาจานั้นอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นวจีวิญญัติ
รูปไม่เป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นวจีวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ โย อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหิ อิทนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอากาสธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอากาสธาตุ ฯ
รูปเป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง อันมหาภูตรูป ๔ ไม่ถูกต้องแล้ว อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นอากาศธาตุ.
รูปไม่เป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอากาศธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อิทนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอาโปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอาโปธาตุ ฯ
รูปเป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอาโปธาตุ.
รูปไม่เป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอาโปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ยา รูปสฺส ลหุตา ลหุปริณามตา อทนฺธนตา อวิตฺถนตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นลหุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นลหุตา ฯ
รูปเป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน?
ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่หนัก แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปลหุตา.
รูปไม่เป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปลหุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ยา รูปสฺส มุทุตา มทฺทวตา อกกฺขฬตา อกถินตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นมุทุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นมุทุตา ฯ
รูปเป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่แข็ง ความไม่กระด้าง แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปมุทุตา.
รูปไม่เป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปมุทุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ยา รูปสฺส กมฺมญฺญตา กมฺมญฺญตฺตํ กมฺมญฺญภาโว อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา ฯ
รูปเป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งรูป อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปกัมมัญญตา.
รูปไม่เป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปกัมมัญญตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย โย อายตนานํ อาจโย โส รูปสฺส อุปจโย อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอุปจโย จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอุปจโย ฯ
รูปเป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
ความสั่งสมแห่งอายตนะทั้งหลาย อันใด อันนั้น เป็นความเกิดแห่งรูปนั้น รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นรูปอุปจยะ
รูปไม่เป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปอุปจยะ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ โย รูปสฺส อุปจโย สา รูปสฺส สนฺตติ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นสนฺตติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นสนฺตติ ฯ
รูปเป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
ความเกิดแห่งรูป อันใด อันนั้น เป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปสันตติ.
รูปไม่เป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปสันตติ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ยา รูปสฺส ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นชรตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นชรตา ฯ
รูปเป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความเสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์ แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปชรตา.
รูปไม่เป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปชรตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา โย รูปสฺส ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอนิจฺจตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอนิจฺจตา ฯ
รูปเป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธานแห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปอนิจจตา.
รูปไม่เป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปอนิจจตา.
กตมนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ ยมฺหิ ยมฺหิ ชนปเท เตสํ เตสํ สตฺตานํ มุขาสิยํ ทนฺตวิขาทนํ คลชฺโฌหรณียํ กุจฺฉิวิตฺถมฺภนํ ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ อิทนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ กตมนฺตํ รูปํ น กพฬึกาโร อาหาโร จกฺขายตนํ ฯเปฯ รูปสฺส อนิจฺจตา อิทนฺตํ รูปํ น กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
เอวํ ทุวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
ทุกนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ
รูปเป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น น้ำมนน้ำผึ้ง น้ำอ้อย หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ อันเป็นของใส่ปาก ขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้อง ของสัตว์นั้นๆ ในชนบทใดๆ สัตว์ทั้งหลาย เลี้ยงชีวิตด้วยโอชาอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกพฬิงการาหาร.
รูปไม่เป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รูปอนิจจตา รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกพฬิงการาหาร.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๒ อย่างนี้.
ทุกนิเทส จบ
ติกนิทเทส
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี รูปกัณฑ์ รูปวิภัตติ ติกนิทเทส (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ โนอุปาทา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ โนอุปาทา ฯ
รูปภายในเป็นอุปาทา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นอุปาทา.
รูปภายนอกที่เป็นอุปาทา นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอุปาทา.
รูปภายนอกที่เป็นอนุปาทา นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอนุปาทา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทินฺนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทินฺนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนุปาทินฺนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ๓ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนุปาทินฺนํ ฯ
รูปภายในเป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นอุปาทินนะ.
รูปภายนอกที่เป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติกพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอุปาทินนะ.
รูปภายนอกที่เป็นอนุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอนุปาทินนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ
รูปภายในเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปภายนอกที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติกพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปภายนอกที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปภายนอกที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อนิทสฺสนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ สนิทสฺสนํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนิทสฺสนํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อนิทสฺสนํ ฯ
รูปภายในที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นอนิทัสสนะ.
รูปภายนอกที่เป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นสนิทัสสนะ.
รูปภายนอกที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอนิทัสสนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ สปฺปฏิฆํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปภายในเป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นสัปปฏิฆะ.
รูปภายนอกที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปภายนอกที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอินฺทฺริยํ ฯ
รูปภายในเป็นอินทรีย์ นั้น ไฉน?
จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในเป็นอินทรีย์.
รูปภายนอกที่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อินถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นมหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ มหาภูตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นมหาภูตํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นมหาภูตํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นมหาภูต.
รูปภายนอกที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นมหาภูต.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ วิญฺญตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ วิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นวิญฺญตฺติ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นวิญฺญตฺติ ฯ
รูปภายในไม่เป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นวิญญัติ.
รูปภายนอกที่เป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปภายนอกที่เป็นวิญญัติ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน.
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จิตฺตชํ จิตฺตเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น จิตฺตชํ น จิตฺตเหตุกํ น จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน.
รูปภายนอกที่เป็นจิตตสมุฏฐาน นั้นเป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ หรือแม้รูปอื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ สัททายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตารูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่เกิดจากจิต มีจิตเป็นเหตุ มีจิตเป็นสมุฏฐาน รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นจิตตสมุฏฐาน.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปชรตา รูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ได้แก่ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปลหุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่ไม่ได้เกิดจากจิตไม่มีจิตเป็นเหตุ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตสหภุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตสหภุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตสหภุ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตสหภุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตสหภุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตสหภุ ฯ
รูปภายในไม่เป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นจิตตสหภู.
รูปภายนอกที่เป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นจิตตสหภู.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นจิตตสหภู.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตานุปริวตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจิตฺตานุปริวตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตานุปริวตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตานุปริวตฺติ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจิตฺตานุปริวตฺติ ฯ
รูปภายในไม่เป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นจิตตานุปริวัติ.
รูปภายนอกที่เป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นจิตตานุปริวัติ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นจิตตานุปริวัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ โอฬาริกํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ สุขุมํ ฯ
รูปภายในที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่หยาบ.
รูปภายนอกที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่หยาบ.
รูปภายนอกที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ สนฺติเก รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ สนฺติเก ฯ
รูปภายในที่อยู่ใกล้ นั้นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่อยู่ใกล้.
รูปภายนอกที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่อยู่ไกล.
รูปภายนอกที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่อยู่ใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯว สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาอัน เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ
ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ
ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ.
รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ.
รูปภายในไม่เป็นที่อาศัยของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของเวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของ
สัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ.
รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปนี้ทั้งเรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ
ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกเป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของเวทนา อันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน?
รูปายาตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขายตนํ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขายตนํ ฯ
รูปภายนอกที่ไม่เป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นจักขายตนะ.
รูปภายในที่เป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นจักขายตนะ.
รูปภายในที่ไม่เป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
โสตายนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นจักขายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโสตายตนํ ฯเปฯ นฆานายตนํ ฯเปฯ นชิวฺหายตนํ ฯเปฯ นกายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นกายายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายายตนํ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นโสตายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นฆานายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นชิวหายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นกายายตนะ.
รูปภายในที่เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นกายายตนะ.
รูปภายในที่ไม่เป็นกายายตนะ นั้นเป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นกายายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นรูปายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นรูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา ฯเปฯ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นรูปายตนํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นรูปายตนํ ฯ
รูปภายในที่ไม่เป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปายตนะ.
รูปภายนอกที่เป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปายตนะ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปายาตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นสทฺทายตนํ ฯเปฯ นคนฺธายตนํ ฯเปฯ นรสายตนํ ฯเปฯ นโผฏฺฐพฺพายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นสัททายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นคันธายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นรสายตนะ ฯลฯ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ.
รูปภายนอกที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขุธาตุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขุธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุธาตุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขุธาตุ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขุธาตุ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นจักขุธาตุ.
รูปภายในที่เป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นจักขุธาตุ.
รูปภายในที่ไม่เป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นจักขุธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโสตธาตุ ฯเปฯ นฆานธาตุ ฯเปฯ นชิวฺหาธาตุ ฯเปฯ นกายธาตุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นกายธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายธาตุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายธาตุ ฯ
รูปภายนอกที่ไม่เป็นโสตธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นฆานธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นชิวหาธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นกายธาตุ.
รูปภายในที่เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน?
กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นกายธาตุ.
รูปภายในที่ไม่เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ ชิวหายตะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นกายธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นรูปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นรูปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปธาตุ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นรูปธาตุ สทฺทายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นรูปธาตุ ฯ
รูปภายในที่ไม่เป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นรูปธาตุ.
รูปภายนอกที่เป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปธาตุ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นสทฺทธาตุ ฯเปฯ นคนฺธธาตุ ฯเปฯ นรสธาตุ ฯเปฯ นโผฏฺฐพฺพธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ โผฏฺฐพฺพธาตุ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ โผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ
รูปภายในไม่เป็นสัททธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นคันธธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นรสธาตุ ฯลฯ ไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ.
รูปภายนอกที่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นโผฏฐัพพธาตุ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขุนฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นจกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุนฺทฺริยํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขุนฺทฺริยํ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นจกฺขุนฺทฺริยํ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นจักขุนทรีย์.
รูปภายในที่เป็นจักขุนทรีย์ นั้นเป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นจักขุนทรีย์.
รูปภายในที่ไม่เป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นจักขุนทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นโสตินฺทฺริยํ ฯเปฯ นฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ นชิวฺหินฺทฺริยํ ฯเปฯ นกายินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นกายินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายินฺทฺริยํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ กายินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายินฺทฺริยํ ฯ
รูปภายนอกไม่เป็นโสตินทรีย์ ฯลฯ ไม่เป็นฆานินทรีย์ ฯลฯ ไม่เป็นชิวหินทรีย์ ฯลฯ ไม่เป็นกายินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นกายินทรีย์.
รูปภายในที่เป็นกายินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่เป็นกายินทรีย์.
รูปภายในที่ไม่เป็นกายินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นกายินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอิตฺถินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอิตฺถินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อิตฺถินฺทฺริยํ ยํ อิตฺถิยา อิตฺถีลิงฺคํ อิตฺถีนิมิตฺตํ อิตฺถีกุตฺตํ อิตฺถากปฺโป อิตฺถิตฺตํ อิตฺถีภาโว อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอิตฺถินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอิตฺถินฺทฺริยํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นชีวิตถินทรีย์.
รูปภายนอกที่เป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงหญิง เครื่องหมายให้รู้ว่าหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิง ของหญิง ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอิตถินทรีย์.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอิตถินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นปุริสินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นปุริสินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ ปุริสินฺทฺริยํ ยํ ปุริสสฺส ปุริสลิงฺคํ ปุริสนิมิตฺตํ ปุริสกุตฺตํ ปุริสากปฺโป ปุริสตฺตํ ปุริสภาโว อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ ปุริสินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นปุริสินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นปุริสินฺทฺริยํ ฯ
รูปภายในที่ไม่เป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นปุริสินทรีย์.
รูปภายนอกที่เป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
ทรวดทรงชาย เครื่องหมายให้รู้ว่าชาย กิริยาชาย อาการชาย สภาพชาย ภาวะชายของชาย ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นปุริสินทรีย์.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นปุริสินทรีย์
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นชีวิตินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นชีวิตินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นชีวิตินฺทฺริยํ ฯ
รูปภายในไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นชีวิตินทรีย์รูปภายนอกที่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิต ของรูปธรรมนั้นๆ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกเป็นชีวิตินทรีย์.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นชีวิตินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นกายวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา อภิกฺกมนฺตสฺส วา ปฏิกฺกมนฺตสฺส วา อาโลเกตฺตสฺส วา วิโลเกตฺตสฺส วา สมฺมิญฺเชนฺตสฺส วา ปสาเรนฺตสฺส วา กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กายวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นกายวิญฺญตฺติ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นกายวิญฺญตฺติ ฯ
รูปภายในไม่เป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นกายวิญญัติ.
รูปภายนอกที่เป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
การเคร่งตึง กิริยาที่เคร่งตึงด้วยดี ความเคร่งตึงด้วยดี การแสดงให้รู้ ความหมายกิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย แห่งกาย ของบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศลหรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต ก้าวไปอยู่ ถอยกลับอยู่ แลดูอยู่ เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ คู้เข้าอยู่ หรือเหยียดออกอยู่ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นกายวิญญัติ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นกายวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นวจีวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นวจีวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ วจีวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา วาจา คิรา พฺยปฺปโถ อุทีรณํ โฆโส โฆสกมฺมํ วาจา วจีเภโท อยํ วุจฺจติ วาจา ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ วจีวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นวจีวิญฺญตฺติ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นวจีวิญฺญตฺติ ฯ
รูปภายในไม่เป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นวจีวิญญัติ.
รูปภายนอกที่เป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
การพูด การเปล่งวาจา การเจรจา การกล่าว การป่าวร้อง การโฆษณา วาจา วจีเภทแห่งบุคคลผู้จิตเป็นกุศล หรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต อันใด นี้เรียกว่า วาจาการแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย ด้วยวาจานั้นอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นวจีวิญญัติ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นวจีวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอากาสธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอากาสธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อากาสธาตุ โย อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหิ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อากาสธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอากาสธาตุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอากาสธาตุ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นอากาสธาตุ.
รูปภายนอกที่เป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง อันมหาภูตรูป ๔ ไม่ถูกต้องแล้ว อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปภายนอกที่เป็นอากาสธาตุ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอากาสธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอาโปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ นอาโปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ อาโปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอาโปธาตุ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ นอาโปธาตุ ฯ
รูปภายในไม่เป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นอาโปธาตุ.
รูปภายนอกที่เป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
สภาวะที่เอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ สภาวะที่เหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นอาโปธาตุ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอาโปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นลหุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นลหุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส ลหุตา ยา รูปสฺส ลหุตา ลหุปริณามตา อทนฺธนตา อวิตฺถนตา อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส ลหุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นลหุตา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นลหุตา ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปลหุตา.
รูปภายนอกที่เป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน?
ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่หนัก แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปลหุตา.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปลหุตา นั้นเป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปลหุตา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นมุทุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นมุทุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส มุทุตา ยา รูปสฺส มุทุตา มทฺทวตา อกกฺขฬตา อกถินตา อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส มุทุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นมุทุตา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นมุทุตา ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปมุทุตา.
รูปภายนอกที่เป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่แข็ง ความไม่กระด้าง แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกเป็นรูปมุทุตา.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปมุทุตา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ยา รูปสฺส กมฺมญฺญตา กมฺมญฺญตฺตํ กมฺมญฺญภาโว อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปกัมมัญญตา.
รูปภายนอกที่เป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งรูป อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปกัมมัญญตา.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกไม่เป็นรูปกัมมัญญตา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นอุปจโย จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นอุปจโย ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส อุปจโย โย อายตนานํ อาจโย โส รูปสฺส อุปจโย อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส อุปจโย ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นอุปจโย รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นอุปจโย ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปอุปจยะ.
รูปภายนอกที่เป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
ความสั่งสมแห่งอายตนะทั้งหลาย อันใด อันนั้น เป็นความเกิดแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปอุปจยะ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปอุปจยะ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นสนฺตติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นสนฺตติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส สนฺตติ โย รูปสฺส อุปจโย สา รูปสฺส สนฺตติ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส สนฺตติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นสนฺตติ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นสนฺตติ ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปสันตติ.
รูปภายนอกที่เป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
ความเกิดแห่งรูปอันใด อันนั้นเป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปสันตติ.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปสันตติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นชรตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นชรตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส ชรตา ยา รูปสฺส ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส ชรตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นชรตา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นชรตา ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่รูปชรตา.
รูปภายนอกที่เป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความเสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์ แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปชรตา.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปชรตา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นอนิจฺจตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ รูปสฺส นอนิจฺจตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส อนิจฺจตา โย รูปสฺส ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส อนิจฺจตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นอนิจฺจตา รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปสฺส นอนิจฺจตา ฯ
รูปภายในไม่เป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในไม่เป็นรูปอนิจจตา.
รูปภายนอกที่เป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธานแห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นรูปอนิจจตา.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นอนิจจตา.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ น กพฬึกาโร อาหาโร จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ น กพฬึกาโร อาหาโร ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ กพฬึกาโร อาหาโร โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ ยมฺหิ ยมฺหิ ชนปเท เตสํ เตสํ สตฺตานํ มุขาสิยํ ทนฺตวิขาทนํ คลชฺโฌหรณียํ กุจฺฉิวิตฺถมฺภนํ ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ น กพฬึกาโร อาหาโร รูปายตนํ ฯเปฯ รูปสฺส อนิจฺจตา อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ น กพฬึกาโร อาหาโร ฯ
เอวํ ติวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
ติกนิทฺเทโส ฯ
รูปภายในไม่เป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายในที่ไม่เป็นกพฬิงการาหาร.
รูปภายนอกที่เป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น น้ำมันน้ำผึ้ง น้ำอ้อย หรือว่ารูปแม้อื่นใด มีอยู่ อันเป็นของใส่ปาก ขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้องของสัตว์นั้นๆ ในชนบทใดๆ สัตว์ทั้งหลาย เลี้ยงชีวิตด้วยโอชาอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่เป็นกพฬิงการาหาร.
รูปภายนอกที่ไม่เป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ รูปอนิจจตา รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปภายนอกที่ไม่เป็นกพฬิงการาหาร.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๓ อย่างนี้.
ติกนิทเทส จบ
จตุกกนิทเทศ
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี รูปกัณฑ์ รูปวิภัตติ จตุกกนิทเทศ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๔)
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา อุปาทินฺนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา อุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา อนุปาทินฺนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา อนุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อุปาทินฺนํ กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อุปาทินฺนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อนุปาทินฺนํ น กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อนุปาทินฺนํ ฯฎ
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอุปาทินนะ.
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอนุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอนุปาทินนะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอุปาทินนะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอนุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอนุปาทินนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา อุปาทินฺนุปาทานิยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อุปาทินฺนุปาทานิยํ กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ น กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา อปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สปฺปฏิฆํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อปฺปฏิฆํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่เป็นอัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่เป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา สุขุมํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา โอฬาริกํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สุขุมํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สุขุมํ ฯ
รูปเป็นอุปาทาที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่หยาบ.
รูปเป็นอุปาทาที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่ละเอียด.
รูปเป็นอนุปาทาที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่หยาบ.
รูปเป็นอนุปาทาที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา ทูเร อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สนฺติเก โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา สนฺติเก ฯ
รูปเป็นอุปาทาที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอุปาทาที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทาที่อยู่ใกล้.
รูปเป็นอนุปาทาที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอนุปาทาที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทาที่อยู่ใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สนิทสฺสนํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ อนิทสฺสนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ อนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สนิทสฺสนํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ อนิทสฺสนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ อนิทสฺสนํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นสนิทัสสนะ.
รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะรูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นอนิทัสสนะ
รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นสนิทัสสนะ.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นอนิทัสสนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ อปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สปฺปฏิฆํ สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ อปฺปฏิฆํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นอัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ มหาภูตํ กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ นมหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ มหาภูตํ น กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ นมหาภูตํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ นมหาภูตํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอุปาทินนะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่ไม่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่ไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สุขุมํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ โอฬาริกํ สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สุขุมํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สุขุมํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่หยาบ.
รูปเป็นอุปาทินนะที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่ละเอียด.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่หยาบ.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ ทูเร กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สนฺติเก สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สนฺติเก ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอุปาทินนะที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนะที่ใกล้.
รูปเป็นอนุปาทาทินนะที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอนุปาทินนะที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะที่อยู่ใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สนิทสฺสนํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ อนิทสฺสนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ อนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สนิทสฺสนํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ อนิทสฺสนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ อนิทสฺสนํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ ที่เป็นสนิทัสสนะ.
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะรูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอนิทัสสนะ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสนิทัสสนะ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอนิทัสสนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ อปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สปฺปฏิฆํ สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ อปฺปฏิฆํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ มหาภูตํ กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ นมหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ มหาภูตํ น กมฺมสฺส กตตฺตา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ นมหาภูตํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ อากาสธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ นมหาภูตํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติกพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่ไม่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ อากาสธาตุ รูปอุปจยะรูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้ เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่ไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สุขุมํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ โอฬาริกํ สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สุขุมํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สุขุมํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่หยาบ.
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่ละเอียด.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่หยาบ.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ทูเร กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สนฺติเก สทฺทายตนํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สนฺติเก ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ใกล้.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหารที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
สัททายตนะ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ ที่กรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะที่อยู่ใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ นอินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ นอินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ อินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ นอินฺทฺริยํ กายวิญฺญตฺติ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ นอินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นสัปปฏิฆะที่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสัปปฏิฆะที่เป็นอินทรีย์.
รูปเป็นสัปปฏิฆะที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสัปปฏิฆะที่ไม่เป็นอินทรีย์.
รูปเป็นอัปปฏิฆะที่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะที่เป็นอินทรีย์.
รูปเป็นอัปปฏิฆะที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะที่ไม่เป็นอินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ มหาภูตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ นมหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ มหาภูตํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ นมหาภูตํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ นมหาภูตํ ฯ
รูปเป็นสัปปฏิฆะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสัปปฏิฆะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นสัปปฏิฆะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสัปปฏิฆะที่ไม่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอัปปฏิฆะที่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะที่เป็นมหาภูต.
รูปเป็นอัปปฏิฆะที่ไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะที่ไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ โอฬาริกํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ สุขุมํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ โอฬาริกํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ สุขุมํ กายวิญฺญตฺติ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ สุขุมํ ฯ
รูปเป็นอินทรีย์ที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์ที่หยาบ.
รูปเป็นอินทรีย์ที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์ที่ละเอียด.
รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่หยาบ.
รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ สนฺติเก จกฺขุนฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ ทูเร กายวิญฺญตฺติ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ สนฺติเก รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ สนฺติเก ฯ
รูปเป็นอินทรีย์ที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์ที่อยู่ไกล.
รูปเป็นอินทรีย์ที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์ที่อยู่ใกล้.
รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่อยู่ไกล.
รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์ที่อยู่ใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ โอฬาริกํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ สุขุมํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ สุขุมํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ สุขุมํ ฯ
รูปเป็นมหาภูตที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูตที่หยาบ.
รูปเป็นมหาภูตที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูตที่ละเอียด.
รูปไม่เป็นมหาภูตที่หยาบ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูตที่หยาบ.
รูปไม่เป็นมหาภูตที่ละเอียด นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูตที่ละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ ทูเร อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ สนฺติเก โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ สนฺติเก ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ สนฺติเก ฯ
รูปเป็นมหาภูตที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูตที่อยู่ไกล.
รูปเป็นมหาภูตที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูตที่อยู่ใกล้.
รูปไม่เป็นมหาภูตที่อยู่ไกล นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูตที่อยู่ไกล.
รูปไม่เป็นมหาภูตที่อยู่ใกล้ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ รสายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูตที่อยู่ใกล้.
รูปายตนํ ทิฏฺฐํ สทฺทายตนํ สุตํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ มุตํ สพฺพํ รูปํ มนสา วิญฺญาตํ รูปํ ฯ
เอวํ จตุพฺพิเธน รูปสงฺคโห ฯ
จตุกฺกํ ฯ
รูปที่เห็นได้ คือ รูปายตนะ
รูปที่ฟังได้ คือ สัททายตนะ
รูปที่รู้ได้ คือ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะรูปที่รู้แจ้งได้ด้วยใจ คือ รูปทั้งหมด.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๔ อย่างนี้.
จตุกกนิทเทศ จบ
-------------
กตมนฺตํ รูปํ ปฐวีธาตุ ยํ กกฺขฬํ ขรคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อุปาทินฺนํ วา อนุปาทินฺนํ วา อิทนฺตํ รูปํ ปฐวีธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อุปาทินฺนํ วา อนุปาทินฺนํ วา อิทนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ เตโชธาตุ ยํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อุปาทินฺนํ วา อนุปาทินฺนํ วา อิทนฺตํ รูปํ เตโชธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ วาโยธาตุ ยํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา อุปาทินฺนํ วา อนุปาทินฺนํ วา อิทนฺตํ รูปํ วาโยธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อุปาทา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทา ฯ เอวํ ปญฺจวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
ปญฺจกํ ฯ
ปัญจกนิทเทศ
รูปที่เรียกว่า ปฐวีธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ธรรมชาติที่แข็ง ธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายใน หรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ปฐวีธาตุ.
รูปที่เรียกว่า อาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า อาโปธาตุ
รูปที่เรียกว่า เตโชธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ความร้อน ธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่น ธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่น ธรรมชาติที่อบอุ่นเป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่าเตโชธาตุ.
รูปที่เรียกว่า วาโยธาตุ นั้น เป็นไฉน?
ความพัดไปมา ธรรมชาติที่พัดไปมา ธรรมชาติเครื่องค้ำจุนรูป เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า วาโยธาตุ.
รูปที่เป็น อุปาทา นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่เป็นอุปาทา.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๕ อย่างนี้
ปัญจกนิทเทศ จบ
-------------------------
รูปายตนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สทฺทายตนํ โสตวิญฺเญยฺยํ รูปํ คนฺธายตนํ ฆานวิญฺเญยฺยํ รูปํ รสายตนํ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺเญยฺยํ รูปํ สพฺพํ รูปํ มโนวิญฺเญยฺยํ รูปํ ฯ เอวํ ฉพฺพิเธน รูปสงฺคโห ฯ
ฉกฺกํ ฯ
ฉักกนิทเทศ
รูปอันจักขุวิญญาณพึงรู้ คือ รูปายตนะ
รูปอันโสตวิญญาณพึงรู้ คือ สัททายตนะ
รูปอันฆานวิญญาณพึงรู้ คือ คันธายตนะ
รูปอันชิวหาวิญญาณพึงรู้ คือ รสายตนะ
รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ คือ โผฏฐัพพายตนะรูปอันมโนวิญญาณพึงรู้ คือ รูปทั้งหมด
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๖ อย่างนี้.
ฉักกนิทเทศ จบ
------------------------
รูปายตนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สทฺทายตนํ โสตวิญฺเญยฺยํ รูปํ คนฺธายตนํ ฆานวิญฺเญยฺยํ รูปํ รสายตนํ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺเญยฺยํ รูปํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ มโนธาตุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สพฺพํ รูปํ มโนวิญฺญาณธาตุวิญฺเญยฺยํ รูปํ ฯ เอวํ สตฺตวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
สตฺตกํ ฯ
สัตตกนิทเทศ
รูปอันจักขุวิญญาณพึงรู้ คือ รูปายตนะ
รูปอันโสตวิญญาณพึงรู้ คือ สัททายตนะ
รูปอันฆานวิญญาณพึงรู้ คือ คันธายตนะ
รูปอันชิวหาวิญญาณพึงรู้ คือ รสายตนะ
รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ คือ โผฏฐัพพายตนะรูปอันมโนธาตุพึงรู้ คือ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ
รูปอันมโนวิญญาณธาตุพึงรู้ คือ รูปทั้งหมด
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๗ อย่างนี้.
สัตตกนิทเทศ จบ
-------------------
รูปายตนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สทฺทายตนํ โสตวิญฺเญยฺยํ รูปํ คนฺธายตนํ ฆานวิญฺเญยฺยํ รูปํ รสายตนํ ชิวฺหาวิญฺเญยฺยํ รูปํ มนาปิโย โผฏฺฐพฺโพ สุขสมฺผสฺโส กายวิญฺเญยฺยํ รูปํ อมนาปิโย โผฏฺฐพฺโพ ทุกฺขสมฺผสฺโส กายวิญฺเญยฺยํ รูปํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ มโนธาตุวิญฺเญยฺยํ รูปํ สพฺพํ รูปํ มโนวิญฺญาณธาตุวิญฺเญยฺยํ รูปํ ฯ เอวํ อฏฺฐวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
อฏฺฐกํ ฯ
อัฏฐกนิทเทศ
รูปอันจักขุวิญญาณพึงรู้ คือ รูปายตนะ
รูปอันโสตวิญญาณพึงรู้ คือ สัททายตนะ
รูปอันฆานวิญญาณพึงรู้ คือ คันธายตนะ
รูปอันชิวหาวิญญาณพึงรู้ คือ รสายตนะ
รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ที่มีสัมผัสเป็นสุข คือ โผฏฐัพพะ อันเป็นที่ชอบใจรูปอันกายวิญญาณพึงรู้ที่มีสัมผัสเป็นทุกข์ คือ โผฏฐัพพะ อันไม่เป็นที่ชอบใจรูปอันมโนธาตุพึงรู้ คือ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะรูปอันมโนวิญญาณธาตุพึงรู้ คือ รูปทั้งหมด
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๘ อย่างนี้.
อัฏฐกนิทเทศ จบ
---------------
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โสตินฺทฺริยํ ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ ฯ เอวํ นววิเธน รูปสงฺคโห ฯ
นวกํ ฯ
นวกนิทเทศ
รูปที่เรียกว่า จักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า จักขุนทรีย์.
รูปที่เรียกว่า โสตินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ฆานินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ชิวหินทรีย์ฯลฯ ที่เรียกว่า กายินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า อิตถินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ปุริสินทรีย์ ฯลฯ
ที่เรียกว่า ชีวิตินทรีย์ นั้นเป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิตแห่งรูปธรรมนั้นๆ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ชีวิตินทรีย์.
รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๙ อย่างนี้.
นวกนิทเทศ จบ
-------------
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โสตินฺทฺริยํ ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ อปฺปฏิฆํ กายวิญฺญตฺติ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ น อินฺทฺริยํ อปฺปฏิฆํ ฯ เอวํ ทสวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
ทสกํ ฯ
ทสกนิทเทศ
รูปที่เรียกว่า จักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า จักขุนทรีย์.
รูปที่เรียกว่า โสตินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ฆานินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ชิวหินทรีย์ ฯลฯ
ที่เรียกว่า กายินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า อิตถินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่า ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ที่เรียกว่าชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิต แห่งรูปธรรมนั้นๆ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ชีวิตินทรีย์.
รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ที่เป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ที่เป็นสัปปฏิฆะ.
รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ที่เป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน?
กายวิญญัติ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ ที่เป็นอัปปฏิฆะ.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๑๐ อย่างนี้.
ทสกนิทเทศ จบ
--------------
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ ฯเปฯ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ ฯ เอวํ เอกาทสวิเธน รูปสงฺคโห ฯ
เอกาทสกํ ฯ
รูปวิภตฺติ ฯ
อฏฺฐมํ ภาณวารํ ๑ ฯ
__________
@๑ รูปกณฺเฑ ทุติยํ ภวิตพฺพํ ฯ อติเรกฉภาณวารํ จิตฺตุปฺปาทกณฺฑํ @อติเรกทฺวิภาณวารํ รูปกณฺฑํ ติมตฺตภาณวารํ นิกฺเขปกณฺฑํ ทฺวิมตฺตภาณวารํ @อตฺถุทฺธารกณฺฑํ อิติ อติเรกเตรสมตฺตภาณวารํ สกลํ ธมฺมสงฺคณิปฺปกรณํ @วิตฺถาริยมานํ อนนฺตปริมาณํ โหตีติ อฏฺฐสาลินิยํ นโย ฯ อิมินา ปน นเยน @กุสลธมฺเม เทฺว อกุสลธมฺเม เทฺวอพฺยากเต จิตฺตสงฺคเห เทฺวติ @จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ ฉ อิธ เทฺวติ อฏฺฐ ภาณวารา ทฏฺฐพฺพา ฯ อิติ จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ @ภาณวารโต สมฺพนฺธคณนาย อิเธว อฏฺฐมํ โหติ ฯ
เอกาทสกนิทเทศ
รูปที่เรียกว่า จักขายตนะ นั้น เป็นไฉน?
จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า จักขายตนะ.
รูปที่เรียกว่า โสตายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า ฆานายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า ชิวหายตนะฯลฯ ที่เรียกว่า กายายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า รูปายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า สัททายตนะ ฯลฯ
ที่เรียกว่า คันธายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า รสายตนะ ฯลฯ ที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ ฯลฯ เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ.
รูปเป็นอนิทัสสนะ เป็นอัปปฏิฆะ แต่นับเนื่องในธัมมายตนะ นั้น เป็นไฉน?
อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนิทัสสนะ เป็นอัปปฏิฆะแต่นับเนื่องในธัมมายตนะ.
สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๑๑ อย่างนี้.
เอกาทสกนิทเทศ จบ.
รูปวิภัตติ จบ.
ภาณวารที่ ๘ จบ.
จบ รูปวิภัตติ