arnon.world

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · ติกัณฑกีวรรค

๑. ทัตวาอวชานาติสูตร เล่ม ๒๒

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๐ ในติกัณฑกีวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ติกัณฑกีวรรคที่ ๕

๑. ทัตวาอวชานาติสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ติกัณฑกีวรรค ทัตวาอวชานาติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ปญฺจ ทตฺวา อวชานาติ สํวาเสน อวชานาติ อาเทยฺยมุโข ๔ โหติ โลโฬ โหติ มนฺโท โมมูโห โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ทตฺวา อวชานาติ อิธ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปุคฺคลสฺส เทติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ เทมิ อยํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ ตเมนํ ทตฺวา อวชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ทตฺวา อวชานาติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สํวาเสน อวชานาติ อิธ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปุคฺคเลน สทฺธึ สํวสติ เทฺว วา ตีณิ วา วสฺสานิ ตเมนํ สํวาเสน อวชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล สํวาเสน อวชานาติ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาเทยฺยมุโข โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปรสฺส วณฺเณ วา อวณฺเณ วา ภาสิยมาเน ตํ ขิปฺปญฺเญว อธิมุจฺจิโต ๑ โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาเทยฺยมุโข โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล โลโฬ ๒ โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อิตฺตรสทฺโธ โหติ อิตฺตรภตฺติ ๓ อิตฺตรเปโม อิตฺตรปสาโท เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล โลโฬ โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล มนฺโท โมมูโห โหติ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล กุสลากุสเล ธมฺเม น ชานาติ สาวชฺชานวชฺเช ธมฺเม น ชานาติ หีนปณีเต ธมฺเม น ชานาติ กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค ธมฺเม น ชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล มนฺโท โมมูโห โหติ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ ม. เจว ฯ ๒ ม. ภตฺตาโท ฯ ๓ ม. อกฺขโม จ โสเตน จาติ ฯ ยุ ... โสตรา

จาติ ฯ ๔ โป. ม. อาเธยฺยมุโข ฯ ยุ. อาทิย ... สี. อาทีย ... ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๕ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๕ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลให้แล้วย่อมดูหมิ่น ๑ บุคคลย่อมดูหมิ่นเพราะอยู่ร่วมกัน ๑ บุคคลเป็นผู้เชื่อง่าย ๑ บุคคลเป็นผู้โลเล ๑ บุคคลเป็นผู้เขลาหลงงมงาย ๑ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลให้แล้วย่อมดูหมิ่นอย่างไร บุคคลในโลกนี้ให้จีวรบิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารแก่บุคคล เขาย่อมคิดอย่างนี้ว่า เราให้ผู้นี้รับ ดังนี้ ให้แล้วย่อมดูหมิ่นบุคคลนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลให้แล้วย่อมดูหมิ่นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลย่อมดูหมิ่นเพราะอยู่ร่วมกันอย่างไร บุคคลในโลกนี้ อยู่ร่วมกับบุคคลสองสามปีย่อมดูหมิ่นผู้นั้นเพราะอยู่ร่วมกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลย่อมดูหมิ่นเพราะอยู่ร่วมกันอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นผู้เชื่อง่ายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อเขากล่าวคุณหรือโทษของผู้อื่น ย่อมน้อมใจเชื่อโดยเร็วพลัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นผู้เชื่อง่ายอย่างนี้แล

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นผู้โลเลอย่างไร คือบุคคลบางคนในโลก เป็นผู้มีศรัทธาเล็กน้อย มีความภักดีเล็กน้อยมีความรักเล็กน้อย มีความเลื่อมใสเล็กน้อย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นผู้โลเลอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้เขลาหลงงมงายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมไม่รู้กุศลธรรมและอกุศลธรรมย่อมไม่รู้ธรรมที่มีโทษและไม่มีโทษ ย่อมไม่รู้ธรรมที่เลวและประณีต ย่อมไม่รู้ธรรมฝ่ายดำและฝ่ายขาว ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นผู้เขลาหลงงมงายอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล๕ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๑

จบ ๑. ทัตวาอวชานาติสูตร