arnon.world

ปฐมวรรค

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๒๑–๔๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในอนมตัคคสังยุตต์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อนมตัคคสังยุตต์

ปฐมวรรคที่ ๑

๑. ติณกัฏฐสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ติณกัฏฐสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ฯเปฯ เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้นมีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส ยํ อิมสฺมึ ชมฺพูทีเป ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ ตจฺเฉตฺวา เอกชฺฌํ สํหเรยฺย เอกชฺฌํ สํหริตฺวา จตุรงฺคุลํ จตุรงฺคุลํ ฆฏิกํ กริตฺวา นิกฺขิเปยฺย อยํ เม มาตา ตสฺสา เม มาตุ อยํ มาตาติ ฯ อปริยาทินฺนา จ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส มาตุ มาตโร อสฺสุ อถ อิมสฺมึ ชมฺพูทีเป ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ เอวํ ทีฆรตฺตํ โข ๑ ภิกฺขเว ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตํ ติปฺปํ ปจฺจนุภูตํ พฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ กฏสี ๒ วฑฺฒิตา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ ปฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า บุรุษตัดทอนหญ้า ไม้กิ่งไม้ ใบไม้

ในชมพูทวีปนี้ แล้วจึงรวมกันไว้ ครั้นแล้ว พึงกระทำให้เป็นมัดๆ ละ ๔ นิ้ว วางไว้ สมมติว่า

นี้เป็นมารดาของเรา นี้เป็นมารดาของมารดาของเรา โดยลำดับ มารดาของมารดาแห่งบุรุษนั้นไม่พึงสิ้นสุด ส่วนว่า หญ้าไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ ในชมพูทวีปนี้ พึงถึงการหมดสิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏพวกเธอได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็นป่าช้า ตลอดกาลนาน

เหมือนฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวงพอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๑

๒. ปฐวีสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ปฐวีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯ

๑ ม. ยุ. โว ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ โป. ยุ. กฏสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ปุริโส อิมํ มหาปฐวึ โกลฏฺฐิมตฺตํ โกลฏฺฐิมตฺตํ คุฬิกํ ๑ กริตฺวา นิกฺขิเปยฺย อยํ [๒]- เม ปิตา ตสฺส เม ปิตุ อยํ ปิตาติ ฯ อปริยาทินฺนา จ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส ปิตุ ปิตโร อสฺสุ อถายํ มหาปฐวี ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ เอวํ ทีฆรตฺตํ โข ภิกฺขเว ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตํ ติปฺปํ ปจฺจนุภูตํ พฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ กฏสี วฑฺฒิตา ฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า บุรุษปั้นมหาปฐพีนี้ให้เป็นก้อน ก้อนละเท่าเม็ดกระเบาแล้ววางไว้ สมมติว่า นี้เป็นบิดาของเรา นี้เป็นบิดาของบิดาของเรา โดยลำดับบิดาของบิดาแห่งบุรุษนั้นไม่พึงสิ้นสุด ส่วนมหาปฐพีนี้ พึงถึงการหมดสิ้นไป ข้อนั้นเพราะเหตุไรเพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏพวกเธอได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็นป่าช้า ตลอดกาลนานเหมือนฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง

พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๒

๓. อัสสุสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค อัสสุสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ยํ วา โว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ อมนาปสมฺปโยคา มนาปวิปฺปโยคา กนฺทนฺตานํ โรทนฺตานํ อสฺสุ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ ยํ วา จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ ยถา โข มยํ ภนฺเต ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาม เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยํ โน อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ อมนาปสมฺปโยคา มนาปวิปฺปโยคา กนฺทนฺตานํ โรทนฺตานํ อสฺสุ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. มตฺติกาคุฬิกํ ฯ ๒ ยุ. โข ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พวกเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำตาที่หลั่งไหลของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมา คร่ำครวญร้องไห้อยู่ เพราะประสบสิ่งที่ไม่พอใจ เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่พอใจ โดยกาลนานนี้ กับน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔สิ่งไหนจะมากกว่ากัน ฯ

ภิกษุเหล่านั้นทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ ย่อมทราบธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วว่า น้ำตาที่หลั่งไหลออกของพวกข้าพระองค์ ผู้ท่องเที่ยวไปมา คร่ำครวญร้องไห้อยู่ เพราะการประสบสิ่งที่ไม่พอใจเพราะการพลัดพรากจากสิ่งที่พอใจ โดยกาลนานนี้แหละ มากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สาธุ สาธุ ภิกฺขเว สาธุ โข เม ตุเมฺห ภิกฺขเว เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาถ เอตเทว ภิกฺขเว พหุตรํ ยํ โว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ อมนาปสมฺปโยคา มนาปวิปฺปโยคา กนฺทนฺตานํ โรทนฺตานํ อสฺสุ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว มาตุมรณํ ปจฺจนุภูตํ เตสํ โว มาตุมรณํ ปจฺจนุโภนฺตานํ อมนาปสมฺปโยคา มนาปวิปฺปโยคา กนฺทนฺตานํ โรทนฺตานํ อสฺสุ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ฯ ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว ปิตุมรณํ ปจฺจนุภูตํ ... ภาตุมรณํ ปจฺจนุภูตํ ... ภคินิมรณํ ปจฺจนุภูตํ ... ปุตฺตมรณํ ปจฺจนุภูตํ ... ธีตุมรณํ ปจฺจนุภูตํ ... ญาติพฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ ... โภคพฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ ... ทีฆรตฺตํ โว ภิกฺขเว โรคพฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ เตสํ โว โรคพฺยสนํ ปจฺจนุโภนฺตานํ อมนาปสมฺปโยคา มนาปวิปฺปโยคา กนฺทนฺตานํ โรทนฺตานํ อสฺสุ ปสนฺทํ ปคฺฆริตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขเว อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ ตติยํ ฯ

ฉบับหลวง

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถูกละๆ พวกเธอทราบธรรมที่เราแสดงแล้วอย่างนี้ถูกแล้ว น้ำตาที่หลั่งไหลออกของพวกเธอ ผู้ท่องเที่ยวไปมา ฯลฯโดยกาลนานนี้แหละ มากกว่าส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย พวกเธอได้ประสบมรณกรรมของมารดาตลอดกาลนานน้ำตาที่หลั่งไหลออกของเธอเหล่านั้น ผู้ประสบมรณกรรมของมารดา คร่ำครวญร้องไห้อยู่ เพราะประสบสิ่งที่ไม่พอใจ เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่พอใจ นั่นแหละ มากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย พวกเธอได้ประสบมรณกรรมของบิดา ... ของพี่ชายน้องชาย พี่สาวน้องสาว ... ของบุตร ... ของธิดา ... ความเสื่อมแห่งญาติ ...ความเสื่อมแห่งโภคะ ... ได้ประสบความเสื่อมเพราะโรค

ตลอดกาลนาน น้ำตาที่หลั่งไหลออกของเธอเหล่านั้น ผู้ประสบความเสื่อมเพราะโรค คร่ำครวญร้องไห้อยู่ เพราะประสบสิ่งที่ไม่พอใจ เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่พอใจนั่นแหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าสงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัดพอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๓

๔. ขีรสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ขีรสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ยํ วา โว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ มาตุ ถญฺญํ ปีตํ ยํ วา จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ ยถา โข มยํ ภนฺเต ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาม เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยํ โน อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ มาตุ ถญฺญํ ปีตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน น้ำนมมารดาที่พวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมาอยู่โดยกาลนานนี้ ดื่มแล้ว กับน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ไหนจะมากกว่ากัน ฯ

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ย่อมทราบธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว น้ำนมมารดาที่พวกข้าพระองค์ผู้ท่องเที่ยวไปมาอยู่โดยกาลนาน

ดื่มแล้วนั่นแหละ มากกว่า น้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ไม่มากกว่าเลย ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สาธุ สาธุ ภิกฺขเว สาธุ โข เม ตุเมฺห ภิกฺขเว เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาถ เอตเทว ภิกฺขเว พหุตรํ ยํ โว อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา สนฺธาวตํ สํสรตํ มาตุ ถญฺญํ ปีตํ น เตฺวว จตูสุ มหาสมุทฺเทสุ อุทกํ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ จตุตฺถํ ฯ

ฉบับหลวง

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถูกละๆ พวกเธอทราบธรรมที่เราแสดงแล้วอย่างนี้ถูกแล้ว น้ำนมมารดาที่พวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมาอยู่โดยกาลนานดื่มแล้วนั่นแหละ มากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๔

๕. ปัพพตสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ปัพพตสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กีวทีโฆ นุ โข ภนฺเต กปฺโปติ ฯ ทีโฆ โข ภิกฺขุ กปฺโป โส น สุกโร สงฺขาตุํ เอตฺตกานิ วสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต อุปมา ๑ กาตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ฯลฯ เมื่อภิกษุรูปนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่ง นานเพียงไรหนอแล

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่าเท่านี้ปีเท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ

ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สกฺกา ภิกฺขูติ ภควา อโวจ เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ มหาเสโล ปพฺพโต โยชนํ อายาเมน โยชนํ วิตฺถาเรน โยชนํ อุพฺเพเธน อจฺฉิทฺโท อสุสิโร เอกฆโน ตเมนํ ปุริโส วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน กาสิเกน วตฺเถน สกึ สกึ ปริมชฺเชยฺย ขิปฺปตรํ โข โส ภิกฺขุ มหาเสโล ปพฺพโต อิมินา อุปกฺกเมน ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย น เตฺวว กปฺโป เอวํ ทีโฆ โข ๑ ภิกฺขุ กปฺโป ฯ เอวํ ทีฆานํ โข ภิกฺขุ กปฺปานํ เนโก กปฺโป สํสิโต เนกํ กปฺปสตํ สํสิตํ เนกํ กปฺปสหสฺสํ สํสิตํ เนกํ กปฺปสตสหสฺสํ สํสิตํ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขุ สํสาโร ฯเปฯ ยาวญฺจิทํ ภิกฺขุ อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ ปญฺจมํ ฯ

๑ ม. อุปมํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

ฉบับหลวง

พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุเหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่งไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบบุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น๑๐๐ ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไปสิ้นไป เพราะความพยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไป สิ้นไป กัปนานอย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้ว มิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย ในสังขารทั้งปวง

พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๕

๖. สาสปสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค สาสปสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ กีวทีโฆ นุ โข ภนฺเต กปฺโปติ ฯ ทีโฆ โข ภิกฺขุ กปฺโป โส น สุกโร สงฺขาตุํ เอตฺตกานิ วสฺสานิ อิติ วา ฯเปฯ เอตฺตกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต อุปมา กาตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุนั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่งนานเพียงไรหนอแล ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปีฯลฯ หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ

ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สกฺกา ภิกฺขูติ ภควา อโวจ เสยฺยถาปิ ภิกฺขุ อายสํ นครํ โยชนํ อายาเมน โยชนํ วิตฺถาเรน โยชนํ อุพฺเพเธน ปุณฺณํ สาสปานํ คุฬิกาพนฺธํ ๒ ตโต ปุริโส วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน เอกเมกํ สาสปํ อุทฺธเรยฺย ขิปฺปตรํ โข โส ภิกฺขุ มหาสาสปราสิ อิมินา อุปกฺกเมน ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย น เตฺวว กปฺโป เอวํ ทีโฆ โข ภิกฺขุ กปฺโป ฯ เอวํ ทีฆานํ โข ภิกฺขุ กปฺปานํ เนโก กปฺโป สํสิโต เนกํ กปฺปสตํ สํสิตํ เนกํ กปฺปสหสฺสํ สํสิตํ เนกํ กปฺปสตสหสฺสํ สํสิตํ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขุ สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

๑ ม. ยุ. โขสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ม. คุฬิกาพทฺธํ ฯ ยุ. จุฬิกาพทฺธํ ฯ

ฉบับหลวง

พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุเหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวโยชน์ ๑ กว้างโยชน์ ๑ สูงโยชน์ ๑เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด มีเมล็ดพันธุ์ผักกาดรวมกันเป็นกลุ่มก้อน บุรุษพึงหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ดเมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้น พึงถึงความสิ้นไป หมดไปเพราะความพยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป หมดไป กัปนานอย่างนี้แลบรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้วมิใช่หนึ่งกัป มิใช่ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ

พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๖

๗. สาวกสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค สาวกสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา ฯเปฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ กีวพหุกา นุ โข ภนฺเต กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตาติ ฯ พหุกา โข ภิกฺขเว กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน ภนฺเต อุปมา กาตุนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุหลายรูปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ

ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากเท่าไรหนอ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้วล่วงไปแล้ว มีมากมิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัปเท่านี้ ๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ฯ

ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สกฺกา ภิกฺขเวติ ภควา อโวจ อิธสฺสุ ภิกฺขเว จตฺตาโร สาวกา วสฺสสตายุกา วสฺสสตชีวิโน เต เจ ๑ ทิวเส ทิวเส กปฺปสตสหสฺสํ กปฺปสตสหสฺสํ อนุสฺสเรยฺยุํ ฯ อนนุสฺสริตาว ๒ ภิกฺขเว เตหิ กปฺปา อสฺสุ ฯ อถ โข เม ๓ จตฺตาโร สาวกา วสฺสสตายุกา วสฺสสตชีวิโน วสฺสสตสฺส วสฺสสตสฺส อจฺจเยน กาลํ กเรยฺยุํ ฯ เอวํ พหุกา โข ภิกฺขเว กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วา ๔ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุทั้งหลาย แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มีสาวก๔ รูปในศาสนานี้ เป็นผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิต ๑๐๐ ปีหากว่าท่านเหล่านั้นพึงระลึกถอยหลังไปได้วันละแสนกัป กัปที่ท่านเหล่านั้นระลึกไม่ถึงพึงยังมีอยู่อีก สาวก ๔ รูปของเราผู้มีอายุ ๑๐๐ ปีมีชีวิต ๑๐๐ ปี พึงทำกาละโดยล่วงไป ๑๐๐ ปีๆ โดยแท้แล กัปที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้วมีจำนวนมากอย่างนี้แล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ร้อยกัป เท่านี้พันกัปหรือว่าเท่านี้แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๗

๘. คงคาสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค คงคาสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อญฺญตโร พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ กีวพหุกา นุ โข โภ โคตม กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตาติ ฯ พหุกา โข พฺราหฺมณ กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วาติ ฯ สกฺกา ปน โภ โคตม อุปมา กาตุนฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. เจสทฺโท นตฺถิ ฯ ๒ ยุ. อนุสฺสริตาว ฯ ๓ ม. อถ โข เต ฯ

ยุ. อถ เต ฯ ๔ ม. วาติ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล พราหมณ์ผู้หนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นพราหมณ์นั้นนั่งเรียบร้อยแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ กัปที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากเท่าไรหนอแล ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากแลมิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัปเท่านี้ ๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้๑๐๐,๐๐๐ กัป ฯ

พราหมณ์. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สกฺกา พฺราหฺมณาติ ภควา อโวจ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ ยโต จายํ คงฺคานที ปโหติ ยตฺถ จ มหาสมุทฺทํ อปฺเปติ ยา เอตสฺมึ ๑ อนฺตเร วาลิกา สา น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา วาลิกา อิติ วา เอตฺตกานิ วาลิกสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วาลิกสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ วาลิกสตสหสฺสานิ อิติ วา ๒ ฯ ตโต พหุตรา โข พฺราหฺมณ กปฺปา อพฺภตีตา อติกฺกนฺตา เต น สุกรา สงฺขาตุํ เอตฺตกา กปฺปา อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสหสฺสานิ อิติ วา เอตฺตกานิ กปฺปสตสหสฺสานิ อิติ วา ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ พฺราหฺมณ สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ เอวํ ทีฆรตฺตํ โข พฺราหฺมณ ทุกฺขํ ปจฺจนุภูตํ ติปฺปํ ปจฺจนุภูตํ พฺยสนํ ปจฺจนุภูตํ กฏสี วฑฺฒิตา ฯ ยาวญฺจิทํ พฺราหฺมณ อลเมว สพฺพสงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทิตุํ อลํ วิรชฺชิตุํ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ

๑ ยุ. ยา จ ตสฺมึ ฯ ๒ ม. วาติ ฯ

ฉบับหลวง

พ. อาจอุปมาได้ พราหมณ์ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรพราหมณ์ แม่น้ำคงคา

นี้ย่อมเกิดแต่ที่ใด และย่อมถึงมหาสมุทร ณ ที่ใดเมล็ดทรายในระยะนี้ไม่เป็นของง่ายที่จะกำหนดได้ว่าเท่านี้เม็ด เท่านี้ ๑๐๐ เม็ดเท่านี้ ๑,๐๐๐ เม็ด หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ เมล็ด ดูกรพราหมณ์ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากกว่าเมล็ดทรายเหล่านั้น มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัป เท่านี้ ๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นไม่ปรากฏ สัตว์เหล่านั้นได้เสวยทุกข์ ความเผ็ดร้อน ความพินาศ ได้เพิ่มพูนปฐพีที่เป็นป่าช้าตลอดกาลนานเหมือนฉะนั้น ดูกรพราหมณ์ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่ายในสังขารทั้งปวงพอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอวํ วุตฺเต โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์ผู้นั้นได้กราบทูลว่า แจ่มแจ้งยิ่งนัก ท่านพระโคดม แจ่มแจ้งยิ่งนัก ท่านพระโคดม ขอพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๘

๙. ทัณฑสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ทัณฑสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ปุพฺพา โกฏิ น ปญฺญายติ อวิชฺชานีวรณานํ สตฺตานํ ตณฺหาสญฺโญชนานํ สนฺธาวตํ สํสรตํ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ ฯลฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ทณฺโฑ อุปริเวหาสํ ขิตฺโต สกิมฺปิ มูเลน นิปตติ สกิมฺปิ มชฺเฌน นิปตติ สกิมฺปิ อคฺเคน ๑ นิปตติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อวิชฺชานีวรณา สตฺตา ตณฺหาสญฺโญชนา สนฺธาวนฺตา สํสรนฺตา สกิมฺปิ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ คจฺฉนฺติ สกิมฺปิ ปรสฺมา โลกา อิมํ โลกํ อาคจฺฉนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ นวมํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ท่อนไม้ที่บุคคลโยนขึ้นบนอากาศ บางคราวก็ตกลงทางโคนบางคราวก็ตกลงทางขวาง บางคราวก็ตกลงทางปลาย แม้ฉันใดสัตว์ทั้งหลายผู้มีอวิชชาเป็นที่กางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ก็ฉันนั้นแล บางคราวก็จากโลกนี้ไปสู่ปรโลก บางคราวก็จากปรโลกมาสู่โลกนี้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๙

๑๐. ปุคคลสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อนมตัคคสังยุตต์ ปฐมวรรค ปุคคลสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๖)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ เขตพระนครราชคฤห์ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ภควา เอตทโวจ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ เอกสฺส ปุคฺคลสฺส ภิกฺขเว กปฺปํ สนฺธาวโต สํสรโต สิยา เอวํ มหา อฏฺฐิกงฺกโล อฏฺฐิปุญฺโช อฏฺฐิราสิ ยถายํ เวปุลฺโล ปพฺพโต สเจ สํหารโก อสฺส สมฺภตญฺจ น วินสฺเสยฺย ตํ กิสฺส เหตุ อนมตคฺโคยํ ภิกฺขเว สํสาโร ฯเปฯ อลํ วิมุจฺจิตุนฺติ ฯ

๑ ม. อนฺเตน ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้น

เบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ เมื่อบุคคลหนึ่งท่องเที่ยวไปมาอยู่ตลอดกัปหนึ่งพึงมีโครงกระดูก ร่างกระดูกกองกระดูก ใหญ่เท่าภูเขาเวปุลละนี้ ถ้ากองกระดูกนั้นพึงเป็นของที่จะขนมารวมกันได้ และกระดูกที่ได้สั่งสมไว้แล้ว ก็ไม่พึงหมดไป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา

เอกสฺเสเกน กปฺเปน ปุคฺคลสฺสฏฺฐิสญฺจโย

สิยา ปพฺพตสโม ราสิ อิติ วุตฺตํ มเหสินา

โส โข ปนายํ อกฺขาโต เวปุลฺโล ปพฺพโต มหา

อุตฺตโร คิชฺฌกูฏสฺส มคธานํ คิริพฺพเช ๑

ยโต จ อริยสจฺจานิ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ

ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ

อริยญฺจฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ

สตฺตกฺขตฺตุปรมํ ๒ สนฺธาวิตฺวาน ปุคฺคโล

ทุกฺขสฺสนฺตกโร โหติ สพฺพสญฺโญชนกฺขยาติ ฯ ทสมํ ฯ

ปฐมวคฺโค ปฐโม ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

ติณกฏฺฐญฺจ ปฐวี อสฺสุ ขีรญฺจ ปพฺพตํ

สาสปา สาวโก คงฺคา ทณฺโฑ จ ปุคฺคเลน จาติ ฯ

________________

ทุติยวคฺโค ทุติโย

๑ ยุ. คิริพฺพโช ฯ ๒ ม. ยุ. สสตฺตกฺขตฺตุํ ปรมํ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถาประพันธ์ต่อไปว่า

เราผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ได้กล่าวไว้ดังนี้ว่า กระดูกของบุคคลคนหนึ่งที่สะสมไว้กัปหนึ่ง พึงเป็นกองเท่าภูเขา ก็ภูเขาที่เรากล่าวนั้น คือ ภูเขาใหญ่ชื่อเวปุลละ อยู่ทิศเหนือของภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้เมืองราชคฤห์ อันมีภูเขาล้อมรอบเมื่อใดบุคคลเห็นอริยสัจ คือทุกข์ เหตุเกิดแห่งทุกข์ความล่วงพ้นทุกข์ และอริยมรรคมีองค์ ๘ อันยังสัตว์ให้ถึงความสงบทุกข์ด้วยปัญญาอันชอบ เมื่อนั้น เขาท่องเที่ยว ๗ครั้งเป็นอย่างมาก ก็เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้ เพราะสิ้นสัญโญชน์ทั้งปวง ดังนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบปฐมวรรคที่ ๑

___________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ติณกัฏฐสูตร ๒. ปฐวีสูตร ๓. อัสสุสูตร ๔. ขีรสูตร

๕. ปัพพตสูตร ๖. สาสปสูตร ๗. สาวกสูตร ๘. คงคาสูตร

๙. ทัณฑสูตร ๑๐. ปุคคลสูตร ฯ

จบ ปฐมวรรค