พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · มรรควิภังค์
สุตตันตภาชนีย์ เล่ม ๓๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๖๙–๕๗๙ (Royal Thai)1/6 in มรรควิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ มรรควิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 78 · Chaloem Phrakiat Volume 35)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 35, pp. 404–407
๑๑. มัคคังควิภังค์
๑. สุตตันตภาชนีย์
อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๑
{๕๖๙} [๔๘๖] อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ
๓. สัมมาวาจา การเจรจาชอบ
๔. สัมมากัมมันตะ การกระทำชอบ
๕. สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ
๖. สัมมาวายามะ ความพยายามชอบ
๗. สัมมาสติ ความระลึกชอบ
๘. สัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ
{๕๗๐} [๔๘๗] ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน
ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในทุกขสมุทัย ความรู้ในทุกขนิโรธ ความรู้ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ (๑){๕๗๑} สัมมาสังกัปปะ เป็นไฉน
ความดำริในอันออกจากกาม ความดำริ ในอันไม่พยาบาท ความดำริในอันไม่เบียดเบียน นี้เรียกว่าสัมมาสังกัปปะ (๒)
- ๑อริยมรรคมีองค์ ๘ (อริยอัฏฐังคิกมรรค) หมายถึงข้อปฏิบัติที่เหล่าผู้ปรารถนาพระนิพพานต้องเข้าถึง ซึ่งเป็นทางที่ดำเนินไปไกลจากกิเลสทั้งหลาย เป็นทางที่เป็นเหตุแห่งความเป็นอริยะและเป็นทางที่ให้ได้รับอริยผล (ขุ.ขุ.อ. ๗๔) พึงดูความพิสดารในมัคคสังยุต สํ.ม. (แปล) ๑๙/๑- ๑๘๑/๑-๑๑๘
{๕๗๒} สัมมาวาจา เป็นไฉน
ความงดเว้นจากการพูดเท็จ ความงดเว้นจากการพูดส่อเสียด ความงดเว้นจากการพูดคำหยาบ ความงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ นี้เรียกว่าสัมมาวาจา (๓)
{๕๗๓} สัมมากัมมันตะ เป็นไฉน
ความงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ความงดเว้นจากการลักทรัพย์ ความงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม นี้เรียกว่าสัมมากัมมันตะ (๔)
{๕๗๔} สัมมาอาชีวะ เป็นไฉน
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ละมิจฉาอาชีวะแล้ว เลี้ยงชีวิตอยู่ ด้วยสัมมาอาชีวะ นี้เรียกว่าสัมมาอาชีวะ (๕)
{๕๗๕} สัมมาวายามะ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ทำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคับประคองจิตไว้ เริ่มตั้งความเพียรเพื่อยังอกุศลธรรมอันเลวทรามซึ่งยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้น ทำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคับประคองจิตไว้ เริ่มตั้งความเพียรเพื่อละอกุศลธรรมอันเลวทรามซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ทำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคับประคองจิตไว้ เริ่มตั้งความเพียรเพื่อยังกุศลธรรมซึ่งยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ทำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคับประคองจิตไว้ เริ่มตั้งความเพียรเพื่อความตั้งมั่น เพื่อความไม่เลือนหาย เพื่อความมียิ่งขึ้น เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์แห่งกุศลธรรมซึ่งเกิดขึ้นแล้ว นี้เรียกว่าสัมมาวายามะ (๖){๕๗๖} สัมมาสติ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ พิจารณาเห็น
เวทนาในเวทนาอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ นี้เรียกว่าสัมมาสติ (๗)
{๕๗๗} สัมมาสมาธิ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้สงัดแล้วจากกาม สงัดแล้วจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌานที่มีวิตกมีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ บรรลุทุติยฌานที่มีความผ่องใสในภายใน มีภาวะที่จิตเป็นเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ‘ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข’ ดังนี้อยู่ เพราะละสุขละทุกข์ได้และเพราะโสมนัสโทมนัสดับไปก่อนแล้ว บรรลุจตุตถฌานที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ นี้เรียกว่าสัมมาสมาธิ (๘)
อริยมรรคมีองค์ ๘ นัยที่ ๒
{๕๗๘} [๔๘๘] อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ ๒. สัมมาสังกัปปะ
๓. สัมมาวาจา ๔. สัมมากัมมันตะ
๕. สัมมาอาชีวะ ๖. สัมมาวายามะ
๗. สัมมาสติ ๘. สัมมาสมาธิ
{๕๗๙} [๔๘๙] ในอริยมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัมมาทิฏฐิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อความสละ เจริญสัมมาสังกัปปะ ... เจริญสัมมาวาจา ... เจริญสัมมากัมมันตะ ... เจริญสัมมาอาชีวะ ... เจริญสัมมาวายามะ ... เจริญสัมมาสติ ... เจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปเพื่อความสละ
จบ สุตตันตภาชนีย์
๒. อภิธัมมภาชนีย์
อัฏฐังคิกวาร
{๕๘๐} [๔๙๐] มรรคมีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ ... ๘. สัมมาสมาธิ
[๔๙๑] ในธรรมเหล่านี้ มรรคมีองค์ ๘ เป็นไฉน
ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญโลกุตตรฌานอันเป็นเครื่องออกไปจากโลกนำไปสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม ... บรรลุปฐมฌานที่เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญาอยู่ในสมัยใด มรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ... สัมมาสมาธิ มีในสมัยนั้น{๕๘๑} [๔๙๒] ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น สัมมาทิฏฐิ เป็นไฉน
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ... ความไม่หลงคือธัมมวิจัย ความเห็นชอบธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ อันเป็นองค์แห่งมรรค นับเนื่องในมรรค นี้เรียกว่าสัมมาทิฏฐิ (๑)
End of สุตตันตภาชนีย์