arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขุททกวัตถุวิภังค์

ทุกนิเทศ เล่ม ๓๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๙๐๘–๙๒๕ (Royal Thai)3/13 in ขุททกวัตถุวิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขุททกวัตถุวิภังค์ ทุกนิเทศ (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 78 · Chaloem Phrakiat Volume 35)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 35, pp. 618–625

Page 618

ความตรึกอย่างแรง ... ความดำริผิดอันอิงอาศัยกามคุณในการคลุกคลีกับคฤหัสถ์เหล่านั้น นี้เรียกว่าปรานุททยตาปฏิสังยุตตวิตักกะ

{๙๐๖} [๘๘๙] ลาภสักการสิโลกปฏิสังยุตตวิตักกะ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ... ความดำริผิดอันอิงอาศัยกามคุณ ปรารภลาภสักการะและชื่อเสียง นี้เรียกว่าลาภสักการสิโลกปฏิสังยุตตวิตักกะ

{๙๐๗} [๘๙๐] อนวัญญัตติปฏิสังยุตตวิตักกะ เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมรำพึงว่า ‘คนเหล่าอื่นอย่าได้ดูหมิ่นเรา’ โดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีตระกูล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะโดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ ความตรึก ความวิตก ... ความดำริผิดอันอิงอาศัยกามคุณในความไม่อยากให้ใครดูหมิ่นนั้น นี้เรียกว่าอนวัญญัตติปฏิสังยุตตวิตักกะ

จบ เอกกนิทเทส

๒. ทุกนิทเทส

{๙๐๘} [๘๙๑] ในทุกมาติกาเหล่านั้น โกธะ เป็นไฉน

ความโกรธ อาการที่โกรธ ภาวะที่โกรธ ความคิดประทุษร้าย อาการที่คิดประทุษร้าย ภาวะที่คิดประทุษร้าย ความคิดปองร้าย อาการที่คิดปองร้าย ภาวะที่คิดปองร้าย ความยินร้าย ความยินร้ายอย่างแรง ความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต นี้เรียกว่าโกธะ

อุปนาหะ เป็นไฉน

Page 619

ความโกรธครั้งแรกชื่อว่าความโกรธ ความโกรธในเวลาต่อมาชื่อว่าความผูกโกรธไว้ ความผูกโกรธไว้ อาการที่ผูกโกรธไว้ ภาวะที่ผูกโกรธไว้ ความตั้งไว้ ความทรงไว้ ความดำรงไว้ ความสั่งสมไว้ ความผูกพันไว้ ความยึดมั่นไว้ซึ่งความโกรธ มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าอุปนาหะ (๑){๙๐๙} [๘๙๒] มักขะ เป็นไฉน

ความลบหลู่คุณท่าน อาการที่ลบหลู่คุณท่าน ภาวะที่ลบหลู่คุณท่าน อาการที่ดูหมิ่นผู้มีบุญคุณ การดูหมิ่นผู้มีบุญคุณ นี้เรียกว่ามักขะ

ปลาสะ เป็นไฉน

ความตีเสมอ อาการที่ตีเสมอ ภาวะที่ตีเสมอ ความตีตัวเสมอโดยนำความชนะของตนมาอ้าง เหตุแห่งความวิวาท ความแข่งดี ความไม่ลดละ นี้เรียกว่าปลาสะ (๒)

{๙๑๐} [๘๙๓] อิสสา เป็นไฉน

ความริษยา อาการที่ริษยา ภาวะที่ริษยา ความเกียดกัน อาการที่เกียดกัน ภาวะที่เกียดกันในลาภสักการะ การทำความเคารพ ความนับถือ การกราบไหว้ และการบูชาของผู้อื่น นี้เรียกว่าอิสสา

มัจฉริยะ เป็นไฉน

ความตระหนี่ ๕ อย่าง คือ ความตระหนี่ที่อยู่ ความตระหนี่ตระกูล ความตระหนี่ลาภ ความตระหนี่วรรณะ ความตระหนี่ธรรม ความตระหนี่ อาการที่ตระหนี่ ภาวะที่ตระหนี่ ความหวงแหน ความเหนียวแน่น ความปกปิด ความไม่เอาใจใส่ มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่ามัจฉริยะ (๓){๙๑๑} [๘๙๔] มายา เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ แล้วตั้งความปรารถนาเลวทรามไว้เพราะมีความต้องการปกปิดทุจริตนั้นเป็นเหตุ

Page 620

คือปรารถนาว่า ‘ใครอย่ารู้ทันเราเลย’ ดำริว่า ‘ใครอย่ารู้ทันเราเลย’ พูดว่า ‘ใครอย่ารู้ทันเราเลย’ พยายามด้วยกายว่า ‘ใครอย่ารู้ทันเราเลย’ ความเจ้าเล่ห์ ความเป็นคนเจ้าเล่ห์ อาการที่ทำให้หลง ความลวง ความโกง ความกลบเกลื่อน ความหลีกเลี่ยง ความซ่อน ความซ่อนบัง ความปกปิด ความปิดบัง ความไม่เปิดเผย ความไม่ทำให้แจ้ง ความปิดมิดชิด การทำที่ชั่ว มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่ามายาสาเถยยะ เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นผู้โอ้อวด เป็นผู้โออวดมาก การโอ้อวด ภาวะที่โอ้อวด ความโอ้อวด ความกระด้าง ภาวะที่กระด้าง การพูดมีเหลี่ยมคู ภาวะที่พูดมีเหลี่ยมคูของบุคคลนั้น นี้เรียกว่าสาเถยยะ (๔){๙๑๒} [๘๙๕] อวิชชา เป็นไฉน

ความไม่รู้ ความไม่เห็น ... ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ นี้เรียกว่าอวิชชา

ภวตัณหา เป็นไฉน

ความพอใจในภพ ความยินดีในภพ ความเพลิดเพลินในภพ ความปรารถนาในภพ ความเยื่อใยในภพ ความเร่าร้อนในภพ ความสยบในภพ ความหมกมุ่นในภพ นี้เรียกว่าภวตัณหา (๕){๙๑๓} [๘๙๖] ภวทิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาและโลกจักมี ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าภวทิฏฐิ

วิภวทิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาจักไม่มีและโลกจักไม่มี ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าวิภวทิฏฐิ (๖)

Page 621

{๙๑๔} [๘๙๗] สัสสตทิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาเที่ยงและโลกเที่ยง ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าสัสสตทิฏฐิอุจเฉททิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาและโลกจักขาดสูญ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าอุจเฉททิฏฐิ (๗){๙๑๕} [๘๙๘] อันตวาทิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาและโลกมีที่สุด ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าอันตวาทิฏฐิอนันตวาทิฏฐิ เป็นไฉน

ความเห็นว่าอัตตาและโลกไม่มีที่สุด ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าอนันตวาทิฏฐิ (๘){๙๑๖} [๘๙๙] ปุพพันตานุทิฏฐิ เป็นไฉน

ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาสปรารภขันธ์ส่วน อดีตเกิดขึ้น นี้เรียกว่าปุพพันตานุทิฏฐิอปรันตานุทิฏฐิ เป็นไฉน

ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาสปรารภขันธ์ส่วน อนาคตเกิดขึ้น นี้เรียกว่าอปรันตานุทิฏฐิ (๙){๙๑๗} [๙๐๐] อหิริกะ เป็นไฉน

ความไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรละอาย ความไม่ละอายต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่าอหิริกะอโนตตัปปะ เป็นไฉน

Page 622

ความไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่ควรเกรงกลัว ความไม่เกรงกลัวต่อการประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย นี้เรียกว่าอโนตตัปปะ (๑๐)

{๙๑๘} [๙๐๑] โทวจัสสตา เป็นไฉน

อาการที่เป็นผู้ว่ายาก ความเป็นผู้ว่ายาก ภาวะที่เป็นผู้ว่ายาก ความยึดถือข้างขัดขืน ความพอใจทางโต้แย้ง อาการที่ไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เอื้อเฟื้อ ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟังในเมื่อถูกว่ากล่าวโดยสหธรรม นี้เรียกว่าโทวจัสสตาปาปมิตตตา เป็นไฉน

บุคคลเหล่าใดไม่มีศรัทธา ไม่มีศีล มีการศึกษาน้อย มีความตระหนี่ มีปัญญาทราม การเสพ การเสพเป็นนิตย์ การเสพด้วยดี การคบ การคบด้วยดี ความภักดี ความจงรักภักดีแก่บุคคลเหล่านั้น ความเป็นผู้โน้มน้าวไปตามบุคคลเหล่านั้น นี้เรียกว่าปาปมิตตตา (๑๑){๙๑๙} [๙๐๒] อนาชชวะ เป็นไฉน

ความไม่ตรง ภาวะที่ไม่ตรง ความคด ความโค้ง ความงอ นี้เรียกว่าอนาชชวะ

อมัททวะ เป็นไฉน

ความไม่อ่อนน้อม ภาวะที่ไม่อ่อนน้อม ความกระด้าง ความหยาบคาย ภาวะที่กระด้าง ความแข็งกระด้าง ความถือรั้น ความไม่อ่อนน้อม นี้เรียกว่าอมัททวะ (๑๒)

{๙๒๐} [๙๐๓] อักขันติ เป็นไฉน

ความไม่อดทน ภาวะที่ไม่อดทน ความไม่อดกลั้น ความดุร้าย ความปากร้าย ความไม่แช่มชื่นแห่งจิต นี้เรียกว่าอักขันติ

Page 623

อโสรัจจะ เป็นไฉน

ความล่วงละเมิดทางกาย ความล่วงละเมิดทางวาจา ความล่วงละเมิดทั้งทางกายและทางวาจา นี้เรียกว่าอโสรัจจะ ความไม่สงบเสงี่ยม ความเป็นผู้ทุศีลแม้ทั้งหมดก็เรียกว่าอโสรัจจะ (๑๓)

{๙๒๑} [๙๐๔] อสาขัลยะ เป็นไฉน

วาจาใดเป็นปม หยาบคาย เผ็ดร้อนต่อผู้อื่น กระทบผู้อื่น ยั่วให้โกรธ ไม่เป็นไปเพื่อสมาธิ บุคคลพูดวาจาเช่นนั้น ความเป็นผู้มีวาจาไม่อ่อนหวาน ความเป็นผู้มีวาจาไม่สละสลวย ความเป็นผู้มีวาจาหยาบ ในลักษณะดังกล่าวนั้น นี้เรียกว่าอสาขัลยะ

อัปปฏิสันถาระ เป็นไฉน

ปฏิสันถาร ๒ คือ อามิสปฏิสันถาร ๑ ธัมมปฏิสันถาร ๑ บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ทำการปฏิสันถารด้วยอามิสปฏิสันถารหรือด้วยธัมมปฏิสันถาร นี้เรียกว่าอัปปฏิสันถาระ (๑๔)

{๙๒๒} [๙๐๕] อินทริยอคุตตทวารตา เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้เห็นรูปด้วยจักษุแล้วรวบถือรวม ๆ แยกถือเป็นส่วน ๆ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้วจะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันเลวทรามคืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ ชื่อว่าไม่รักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าไม่ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยโสตะ ... สูดดมกลิ่นด้วยฆานะ... ลิ้มรสด้วยชิวหา... ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย... รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยมโนแล้วรวบถือรวม ๆ แยกถือเป็นส่วนๆ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้วจะเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันเลวทรามคืออภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ ชื่อว่าไม่รักษามนินทรีย์ ชื่อว่าไม่ถึงความสำรวมในมนินทรีย์ ความไม่คุ้มครอง กิริยาที่ไม่คุ้มครอง ความไม่รักษา ความไม่สำรวมอินทรีย์ ๖ เหล่านี้ นี้เรียกว่าอินทริยอคุตตทวารตา

Page 624

โภชเนอมัตตัญญุตา เป็นไฉน

บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่พิจารณาแล้วบริโภคอาหารโดยไม่แยบคายคือ เพื่อจะเล่น เพื่อจะมัวเมา เพื่อประดับ เพื่อความงดงาม ความเป็นผู้ไม่สันโดษ ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณ การไม่พิจารณาในการบริโภคนั้น นี้เรียกว่าโภชนอมัตตัญญุตา (๑๕){๙๒๓} [๙๐๖] มุฏฐสัจจะ เป็นไฉน

ความระลึกไม่ได้ ความตามระลึกไม่ได้ ความหวนระลึกไม่ได้ ความระลึกไม่ได้ ภาวะที่ระลึกไม่ได้ ภาวะที่ทรงจำไม่ได้ ความเลื่อนลอย ความหลงลืม นี้เรียกว่ามุฏฐสัจจะ

อสัมปชัญญะ เป็นไฉน

ความไม่รู้ ความไม่เห็น ... ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูลคือโมหะ นี้เรียกว่าอสัมปชัญญะ (๑๖)

{๙๒๔} [๙๐๗] สีลวิปัตติ เป็นไฉน

ความล่วงละเมิดทางกาย ความล่วงละเมิดทางวาจา ความล่วงละเมิดทั้งทางกายและทางวาจา นี้เรียกว่าสีลวิปัตติ ความวิบัติแห่งศีล ความทุศีลแม้ทั้งหมดก็เรียกว่าสีลวิปัตติ

ทิฏฐิวิปัตติ เป็นไฉน

ความเห็นว่า ‘ทานที่บุคคลให้แล้วไม่มีผล การบูชาไม่มีผล ... สมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ผู้ทำโลกนี้และโลกหน้าให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองแล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ไม่มีในโลก’ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ... การถือเอาโดยวิปลาส มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่าทิฏฐิวิปัตติ มิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมดก็เรียกว่าทิฏฐิวิปัตติ (๑๗){๙๒๕} [๙๐๘] อัชฌัตตสัญโญชนะ สังโยชน์ภายใน เป็นไฉน

Page 625

สังโยชน์เบื้องตํ่า ๕ จัดเป็นอัชฌัตตสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องสูง ๕ จัดเป็นพหิทธาสัญโญชนะ สังโยชน์ภายนอก (๑๘)

จบ ทุกนิทเทส

๓. ติกนิทเทส

{๙๒๖} [๙๐๙] ในติกมาติกาเหล่านั้น อกุศลมูล ๓ เป็นไฉน

คือ โลภะ โทสะ โมหะ

บรรดาอกุศลมูล ๓ นั้น โลภะ เป็นไฉน

ความกำหนัด ความกำหนัดนัก ความคล้อยตามอารมณ์ ความยินดี ความเพลิดเพลิน ความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน ความกำหนัดนักแห่งจิต ความอยาก ความสยบอยู่ ความหมกมุ่น ความใคร่ ความรักใคร่ ความข้องอยู่ ความจมอยู่ ความไขว้เขว ความหลอกลวง ธรรมชาติที่ผลิต ธรรมชาติที่ก่อให้เกิด ธรรมชาติที่ร้อยรัดใจ ธรรมชาติดุจข่ายดักใจ ธรรมชาติที่กำซาบใจ ธรรมชาติที่ซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ธรรมชาติดุจเส้นด้ายร้อยใจ ธรรมชาติที่เกาะติดใจ ธรรมชาติที่เร่งเร้าใจ ธรรมชาติที่เป็นเพื่อนใจ ธรรมชาติที่ตั้งความปรารถนา ธรรมชาติที่นำไปสู่ภพ ตัณหาดุจป่า ตัณหาดุจละเมาะไม้ ความเชยชิด ความเสน่หา ความห่วงใย ความผูกพัน ความหวัง อาการที่หวัง ภาวะที่หวัง ความหวังในรูป ความหวังในเสียง ความหวังในกลิ่น ความหวังในรส ความหวังในโผฏฐัพพะ ความหวังในลาภ ความหวังในทรัพย์ ความหวังในบุตร ความหวังในชีวิต ธรรมชาติที่กระหายอยาก ธรรมชาติที่กระหายอยากไปทั่ว ธรรมชาติที่กระหายอยากยิ่ง ความกระหายอยาก อาการที่กระหายอยาก ภาวะที่กระหายอยาก ความละโมบ อาการที่ละโมบ ภาวะที่ละโมบ ธรรมชาติที่

End of ทุกนิเทศ