พระอภิธรรมปิฎก ยมก · สัจจยมก
อุปาทวาร เล่ม ๓๘
Text layerBuddha’s wordsItems ๘๓๓–๙๑๘ (Royal Thai)3/6 in สัจจยมก4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ยมก สัจจยมก อุปาทวาร (Royal Thai Volume 38 · Mahachula Volume 38 · Mahamakut Volume 82 · Chaloem Phrakiat Volume 38)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 38, pp. 418–459
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๘๓๓} [๒๗] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหาปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๘๓๔} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้น
- ๑ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล คำว่า อุปปาทขณะ ขณะเกิด หมายถึง ช่วงระยะที่เกิดหรือกำลังเกิดแห่งจิตดวงหนึ่ง ๆ ซึ่งจัดแบ่งเป็นอุปปาทขณะ ฐิติขณะ (ขณะดำรงอยู่) และ ภังคขณะ (ขณะดับ) คำว่า จิตที่วิปปยุตจากตัณหา หมายถึงจิตที่ปราศจากตัณหา คือไม่ประกอบด้วยโลภะ หรือจิตทั้งหมดที่เว้นจากโลภมูลจิต ๘ ดวง คำว่า ปวัตติกาล กาลที่เป็นไปอยู่ หมายถึงช่วงระยะเวลาที่ดำรงอยู่ท่ามกลางระหว่างกาลทั้ง ๒ คือ ปฏิสนธิกาล กาลที่ปฏิสนธิหรือช่วงระยะแรกเกิด และ จุติกาล กาลที่จุติหรือช่วงระยะเคลื่อนหายตายจากไป
- ๒ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา หมายถึงในขณะที่โลภมูลจิตเกิดขึ้น
- ๓จิตที่วิปปยุตจากมรรค หมายถึงจิตทั้งหมด ยกเว้นมรรคจิต ๔ ดวง
แก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคในปัญจโวการภูมิ{๘๓๕} [๒๘] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. หามิได้
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. หามิได้
อนุโลมโอกาส
{๘๓๖} [๒๙] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
- ๑ในอุปปาทขณะแห่งมรรค หมายถึงในขณะที่มรรคจิตเกิดขึ้น
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๘๓๗} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอบายภูมิอสัญญสัตตภูมิแต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิที่เหลือปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๘๓๘} [๓๐] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอบายภูมิ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิที่เหลือปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
อนุโลมปุคคโลกาส
{๘๓๙} [๓๑] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมทุยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ? ...
(คำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใด และว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด พึงจำแนกให้พิสดารเช่นเดียวกัน)
ปัจจนีกบุคคล
{๘๔๐} [๓๖<*>] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ{๘๔๑} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิ
- [๓๒] - ผู้รวบรวม
{๘๔๒} [๓๓] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิต แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและจิตที่วิปปยุตจากมรรคแก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แก่อสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและจิตที่วิปปยุตจากตัณหา แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แก่อสัญญสัตตบุคคล
ปัจจนีกโอกาส
{๘๔๓} [๓๔] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. ย่อมเกิดขึ้น
{๘๔๔} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. ย่อมเกิดขึ้น
{๘๔๕} [๓๕] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอบายภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๘๔๖} [๓๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ
{๘๔๗} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิตในอรูปภูมิ{๘๔๘} [๓๗] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใดมัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิต แต่มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาและจิตที่วิปปยุตจากมรรค แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แก่อสัญญสัตตบุคคล
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากมรรคและจิตที่วิปปยุตจากตัณหา แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แก่อสัญญสัตตบุคคล
๒. อตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๘๔๙} [๓๘] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๘๕๐} อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ตรัสรู้แล้ว
- ๑ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ (อนภิสเมตาวีนํ) หมายถึงผู้ยังไม่ได้บรรลุความรู้ยิ่งกล่าวคือการรู้แจ้งอริยสัจ ๔ ผู้ตรัสรู้แล้ว (อภิสเมตาวีนํ) หมายถึงผู้รู้แจ้งอริยสัจ ๔ แล้ว (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๗)
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๕๑} [๓๙] อนุ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ตรัสรู้แล้วปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ...
วิ.ถูกแล้ว
อนุโลมโอกาส
{๘๕๒} [๔๐] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ...
(แม้คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทุกบท เหตุเครื่องทำให้ต่างกันในรูปแบบเป็นเหมือนกับคำว่า ในภูมิใด ในหนหลัง)
อนุโลมปุคคโลกาส
{๘๕๓} [๔๑] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใดสมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๕๔} อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่บุคคลซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ตรัสรู้แล้วปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๕๕} [๔๒] อนุ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่บุคคลซึ่งยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ตรัสรู้แล้วปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
ปัจจนีกบุคคล
{๘๕๖} [๔๓] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ...
วิ. ไม่มี
{๘๕๗} อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
{๘๕๘} [๔๔] อนุ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
ปัจจนีกโอกาส
{๘๕๙} [๔๕] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๘๖๐} [๔๖] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส{๘๖๑} อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่บุคคลที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส{๘๖๒} [๔๗] อนุ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่บุคคลที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ แต่
สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แก่อสัญญสัตตบุคคล
๓. อนาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๘๖๓} [๔๘] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นนอกนี้ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๖๔} อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ และแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อนึ่ง บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค ทุกขสัจจักเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๖๕} [๔๙] อนุ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะมรรค สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้น แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ อนึ่ง บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรคมัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้น
อนุโลมโอกาส
{๘๖๖} [๕๐] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมิใด ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๘๖๗} [๕๑] อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมินั้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่อสัญญสัตตบุคคลแต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจจักเกิดขึ้น
และสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๘๖๘} อนุ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจจักเกิดขึ้นในภูมินั้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคแก่อาปายิกบุคคล แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่มัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อนึ่ง บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค ทุกขสัจจักเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านันในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. ถูกแล้ว
{๘๖๙} [๕๒] อนุ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้จักได้เฉพาะมรรค
- ๑อาปายิกบุคคล หมายถึงบุคคลผู้เกิดอยู่ในอบายภูมิ ๔
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อนึ่ง บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ปัจจนีกบุคคล
{๘๗๐} [๕๓] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคแก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต{๘๗๑} อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
- ๑ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต หมายถึงผู้กำลังตาย (ปัจฉิมจิต จิตสุดท้าย หรือจุติจิต)
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคแก่พระอรหันต์ และเหล่าบุคคลซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต{๘๗๒} [๕๔] อนุ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่เหล่าบุคคลซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์
ปัจจนีกโอกาส
{๘๗๓} [๕๕] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๘๗๔} [๕๖] อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นแก่ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่อสัญญสัตตบุคคล แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต{๘๗๕} อนุ. ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นแก่ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าบุคคลซึ่งเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แก่บุคคลเหล่านั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคล เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่ทุกขสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยปัจฉิมจิต
{๘๗๖} [๕๗] อนุ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นแต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอปายิกบุคคลและเป็นปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุโลมบุคคล
{๘๗๗} [๕๘] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ถูกแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๗๘} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๗๙} [๕๙] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหา ในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
อนุโลมโอกาส
{๘๘๐} [๖๐] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ...
(คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด เหมือนกันทั้งหมด)
อนุโลมปุคคโลกาส
{๘๘๑} [๖๑] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต แก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมินอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
- ๑ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต หมายถึงในขณะที่ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๘๒} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาส ในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต แก่ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๘๓} [๖๒] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น
วิ. มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปัจจนีกบุคคล
{๘๘๔} [๖๓] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. ไม่มี
{๘๘๕} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๘๖} [๖๔] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
ปัจจนีกโอกาส
{๘๘๗} [๖๕] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๘๘๘} [๖๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต แก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ{๘๘๙} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิต
และผลจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในอุปปาทขณะแห่งอุปปัตติจิต ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในภังคขณะแห่งอุปปัตติจิต ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ{๘๙๐} [๖๗] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ได้ตรัสรู้แล้วในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ผู้ยังไม่ได้ตรัสรู้ในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๘๙๑} [๖๘] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันตัในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่นอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังเกิดอยู่ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
{๘๙๒} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และแก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล{๘๙๓} [๖๙] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะมรรค สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
อนุโลมโอกาส
{๘๙๔} [๗๐] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ...
(แม้คำที่กำหนดว่า ในภูมิใด พึงทำเหมือนกันกับคำที่กำหนดว่า แก่บุคคลใดในภูมิใด)
อนุโลมปุคคโลกาส
{๘๙๕} [๗๑] อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมินอกนี้ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
{๘๙๖} อนุ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล และแก่ผู้กำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่น ผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะ
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
{๘๙๗} [๗๒] อนุ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหาแต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้จักได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ปัจจนีกบุคคล
{๘๙๘} [๗๓] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตใน
อรูปภูมิ แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ{๘๙๙} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต และแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ{๙๐๐} [๗๔] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ปุถุชนเหล่านั้นก็หาไม่
มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่แก่ผู้เข้านิโรธสมาบัติ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
ปัจจนีกโอกาส
{๙๐๑} [๗๕] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโลกาส
{๙๐๒} [๗๖] อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสุมทยสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แก่บุคคลซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นใน
อุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และแก่ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
{๙๐๓} อนุ. ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และแก่ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในอุปปาทขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังเกิดอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และแก่ผู้กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและทุกขสัจก็
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคจิต แก่พระอรหันต์ในภังคขณะแห่งจิต แก่อาปายิกบุคคล แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคซึ่งกำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิตในอรูปภูมิ และแก่ผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
{๙๐๔} [๗๗] อนุ. สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอาปายิกบุคคลและแก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรคในภังคขณะแห่งตัณหาในเมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๐๕} [๗๘] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น แต่สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นนอกนี้ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น
วิ. ถูกแล้ว
{๙๐๖} อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ และแก่เหล่าปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
{๙๐๗} [๗๙] อนุ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ และแก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใด ...
วิ. ถูกแล้ว
อนุโลมโอกาส
{๙๐๘} [๘๐] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ...
อนุโลมปุคคโลกาส
{๙๐๙} [๘๑] อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตต มรรคในลำดับแห่งจิตใด แก่บุคคลเหล่านั้นในลำดับแห่งจิตนั้น และแก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและสมุทยสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. สมุทยสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
สมุทยสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้
{๙๑๐} อนุ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรค แก่อาปายิกบุคคล แก่ผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล แต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่ทุกขสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและทุกขสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรค
{๙๑๑} [๘๒] อนุ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคและแก่อาปายิกบุคคลแต่มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรคปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักเกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แต่สมุทยสัจเคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ บุคคลเหล่าใดจักได้เฉพาะอรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด มัคคสัจจักเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นและแก่บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้เฉพาะมรรค
ปัจจนีกบุคคล
{๙๑๒} [๘๓] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ.ไม่มี
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
{๙๑๓} อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ.เคยเกิดขึ้นแล้ว
{๙๑๔} [๘๔] อนุ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นหรือ ?
วิ. ไม่มี
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้น ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
ปัจจนีกโอกาส
{๙๑๕} [๘๕] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ...
ปัจจนีกปุคคโสกาส
{๙๑๖} [๘๖] อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. จักเกิดขึ้น
ปฏิ. หรือว่าสมุทยสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. เคยเกิดขึ้นแล้ว
{๙๑๗} อนุ. ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ.จักเกิดขึ้น
ปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด ทุกขสัจไม่เคยเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ.เคยเกิดขึ้นแล้ว
{๙๑๘} [๘๗] อนุ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลใดในภูมิใด มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในภูมินั้นหรือ ?
วิ. สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้อยู่ในชั้นสุทธาวาสในเมื่อจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ แต่มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมัคคสัจก็จักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคลปฏิ. หรือว่ามัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ?
วิ. มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค แก่พระอรหันต์ แก่เหล่าปุถุชนผู้จักไม่ได้เฉพาะมรรคและแก่อาปายิกบุคคล แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นผู้เป็นอสัญญสัตตบุคคล
จบ อุปปาทวาร
๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมบุคคล
{๙๑๙} [๘๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดย่อมดับไป สมุทยสัจของบุคคลนั้นย่อมดับไปหรือ ?
วิ. ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นผู้กำลังจุติอยู่ทั้งหมดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากตัณหาในปวัตติกาลย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
End of อุปาทวาร