arnon.world

พระอภิธรรมปิฎก · ปุคคลบัญญัติ

จตุกกมาติกา เล่ม ๓๖

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐ (Royal Thai)5/21 in ปุคคลบัญญัติ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุกฺกมาติกา

จตุกกมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก ปุคคลบัญญัติ จตุกกมาติกา (Royal Thai Volume 36 · Mahachula Volume 36 · Mahamakut Volume 79 · Chaloem Phrakiat Volume 36)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโร ปุคฺคลา ฯ อสปฺปุริโส อสปฺปุริเสน อสปฺปุริสตโร สปฺปุริโส สปฺปุริเสน สปฺปุริสตโร ฯ ปาโป ปาเปน ปาปตโร กลฺยาโณ กลฺยาเณน กลฺยาณตโร ฯ ปาปธมฺโม ปาปธมฺเมน ปาปธมฺมตโร กลฺยาณธมฺโม กลฺยาณธมฺเมน กลฺยาณธมฺมตโร ฯ สาวชฺโช วชฺชพหุโล อปฺปสาวชฺโช อนวชฺโช ฯ อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโม ฯ ยุตฺตปฏิภาโณ โน มุตฺตปฏิภาโณ มุตฺตปฏิภาโณ โน ยุตฺตปฏิภาโณ ยุตฺตปฏิภาโณ จ มุตฺตปฏิภาโณ จ เนว ยุตฺตปฏิภาโณ โน มุตฺตปฏิภาโณ ฯ จตฺตาโร ธมฺมกถิกา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร มูสิกูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร อมฺพูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร กุมฺภูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร พลิพทฺธูปมา ปุคฺคลา ฯ จตฺตาโร อาสิวิสูปมา ปุคฺคลา ฯ

อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํสิตา โหติ ฯ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํสิตา โหติ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํสิตา โหติ ฯ

อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน โน จ โข วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน โน จ โข อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อวณฺณารหสฺส จ อวณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน วณฺณารหสฺส จ วณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล เนว อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน โน จ วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสิตา โหติ ภูตํ ตจฺฉํ กาเลน ฯ อุฏฺฐานผลูปชีวี โน ปุญฺญผลูปชีวี ปุญฺญผลูปชีวี โน อุฏฺฐานผลูปชีวี อุฏฺฐานผลูปชีวี จ ปุญฺญผลูปชีวี จ เนว อุฏฺฐานผลูปชีวี โน ปุญฺญผลูปชีวี ฯ

ตโม ตมปรายโน ตโม โชติปรายโน โชติ ตมปรายโน โชติ โชติปรายโน ฯ โอณโตณโต โอณตุณฺณโต อุณฺณโตณโต อุณฺณตุณฺณโต ฯ จตฺตาโร รุกฺขูปมา ปุคฺคลา ฯ รูปปฺปมาโณร รูปปฺปสนฺโน โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโน ฯ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ โน ปรหิตาย อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ โน อตฺตหิตาย อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย เจว ปฏิปนฺโน โหติ ปรหิตาย จ อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ โน ปรหิตาย ฯ

อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตนฺตโป โหติ อตฺตปริตาปนานุโยคมนุยุตฺโต อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล ปรนฺตโป โหติ ปรปริตาปนานุโยคมนุยุตฺโต อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล อตฺตนฺตโป จ โหติ อตฺตปริตาปนานุโยคมนุยุตฺโต ปรนฺตโป จ ปรปริตาปนานุโยคมนุยุตฺโต อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล เนว อตฺตนฺตโป โหติ น อตฺตปริตาปนานุโยคมนุยุตฺโต น ปรนฺตโป น ปรปริตาปนานุ- *โยคมนุยุตฺโต โส อนตฺตนฺตโป อปรนฺตโป ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิจฺฉาโต นิพฺพุโต สีตีภูโต สุขปฏิสํเวที พฺรหฺมภูเตน อตฺตนา วิหรติ ฯ สราโค สโทโส สโมโห สมาโน ฯ

อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส น ลาภี อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี โหติ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย น ลาภี อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล ลาภี เจว โหติ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส ลาภี จ อธิปญฺญาธมฺมวิปสฺสนาย อตฺเถกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ลาภี โหติ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถสฺส น ลาภี อธิปญฺญาธมฺม- *วิปสฺสนาย ฯ อนุโสตคามี ปุคฺคโล ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล ฐิตตฺโต ปุคฺคโล ติณฺโณ ปารคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ ฯ อปฺปสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน อปฺปสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน พหุสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน พหุสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน ฯ สมณมจโล สมณปทุโม สมณปุณฺฑรีโก สมเณสุ สมณสุขุมาโล ฯ

จตุกฺกมาติกา นิฏฺฐิตา ฯ

Royal Thai

บุคคล ๔ จำพวก

คนที่เป็นอสัตบุรุษ

คนที่เป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่าอสัตบุรุษ

คนที่เป็นสัตบุรุษ

คนที่เป็นสัตบุรุษยิ่งกว่าสัตบุรุษ

คนลามก

คนลามกยิ่งกว่าคนลามก

คนดี

คนดียิ่งกว่าคนดี

คนมีธรรมลามก

คนมีธรรมลามกยิ่งกว่าคนมีธรรมลามก

คนมีธรรมงาม

คนมีธรรมงามยิ่งกว่าคนมีธรรมงาม

คนมีที่ติ

คนมีที่ติมาก

คนมีที่ติน้อย

คนไม่มีที่ติ

บุคคลผู้เป็นอุคฆฏิตัญญู

บุคคลผู้เป็นวิปัญจิตัญญู

บุคคลผู้เป็นเนยยะ

บุคคลผู้เป็นปทปรมะ

บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องแต่ไม่ว่องไว

บุคคลผู้โต้ตอบว่องไวแต่ไม่ถูกต้อง

บุคคลผู้โต้ตอบถูกต้องและว่องไว

บุคคลผู้โต้ตอบไม่ถูกต้องและไม่ว่องไว

บุคคลผู้เป็นธรรมกถึก ๔ ประเภท

บุคคลผู้เปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยหนู ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยโคถึก ๔ จำพวก

บุคคลผู้เปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวก

บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ไม่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว มีความเลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส

บุคคลบางคนไม่ใคร่ครวญ ไม่ไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใสบุคคลบางคนใคร่ครวญ ไตร่ตรองแล้ว พูดติเตียนคนที่ควรติเตียนบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว ไม่เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใสบุคคลบางคนใคร่ครวญไตร่ตรองแล้ว เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใสบุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล

บุคคลบางคนพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล แต่ไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล

บุคคลบางคนพูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และพูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล

บุคคลบางคนไม่พูดติเตียนคนที่ควรติเตียน อันจริงแท้ตามกาล และไม่พูดสรรเสริญคนที่ควรสรรเสริญ อันจริงแท้ตามกาล

บุคคลผู้ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญบุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญ มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นบุคคลดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่นด้วย ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วยบุคคลผู้มิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งความหมั่น ทั้งมิใช่ดำรงชีพอยู่ด้วยผลแห่งบุญด้วย

บุคคลผู้มีความมืดมามืดไป

บุคคลผู้มีความมืดมาสว่างไป

บุคคลผู้สว่างมามืดไป

บุคคลผู้สว่างมาสว่างไป

บุคคลผู้ต่ำมาแล้วต่ำไป

บุคคลผู้ต่ำมาแล้วสูงไป

บุคคลผู้สูงมาแล้วต่ำไป

บุคคลผู้สูงมาแล้วสูงไป

บุคคลผู้เปรียบด้วยต้นไม้ ๔ อย่าง

บุคคลผู้ถือรูปเป็นประมาณเลื่อมใสในรูป

บุคคลผู้ถือเสียงเป็นประมาณเลื่อมใสในเสียง

บุคคลผู้ถือความเศร้าหมองเป็นประมาณเลื่อมใสในความเศร้าหมอง

บุคคลผู้ถือธรรมเป็นประมาณเลื่อมใสในธรรม

บุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นบุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่น ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนบุคคลบางคนปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตนด้วย ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นด้วยบุคคลบางคนไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ตน ไม่ปฏิบัติเพื่อประโยชน์คนอื่นบุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนบุคคลบางคนทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนบุคคลบางคนทำตนให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนด้วยทำคนอื่นให้เดือดร้อน ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อนด้วย

บุคคลบางคนไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำตนให้เดือดร้อนไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน ไม่ขวนขวายประกอบสิ่งที่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน บุคคลนั้นไม่ทำตนให้เดือดร้อน ไม่ทำคนอื่นให้เดือดร้อน เป็นผู้หมดหิว เป็นผู้ดับแล้ว เป็นผู้เย็นแล้ว เสวยความสุขมีตนอันประเสริฐ สำเร็จอิริยาบถอยู่ในทิฏฐธรรมเทียว

บุคคลมีราคะ

บุคคลมีโทสะ

บุคคลมีโมหะ

บุคคลมีมานะ

บุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายใน แต่ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม กล่าวคืออธิปัญญา

บุคคลบางคนได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญา แต่ไม่ได้เจโตสมถะในภายในบุคคลบางคนได้เจโตสมถะในภายในด้วย ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรมคืออธิปัญญาด้วยบุคคลบางคนไม่ได้เจโตสมถะในภายในด้วย ไม่ได้ปัญญาเห็นแจ้งในธรรม คืออธิปัญญาด้วย

บุคคลผู้ไปตามกระแส

บุคคลผู้ไปทวนกระแส

บุคคลผู้ตั้งตัวได้แล้ว

บุคคลผู้ข้ามถึงฝั่งยืนอยู่บนบก เป็นพราหมณ์

บุคคลผู้มีสุตะน้อย และไม่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ

บุคคลผู้มีสุตะน้อย แต่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ

บุคคลมีสุตะมาก แต่ไม่ได้ประโยชน์เพราะสุตะ

บุคคลมีสุตะมาก และได้ประโยชน์เพราะสุตะ

สมณะไม่หวั่นไหว

สมณะดังบัวหลวง

สมณะดังบัวขาว

สมณะสุขุมาลในหมู่สมณะ

จตุกกมาติกา จบ

End of จตุกกมาติกา