พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · อาสวสาสวทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๐๔ (Royal Thai)2/2 in อาสวสาสวทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ อาสวสาสวทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 307–309
(ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี ก็มีอย่างนี้ พึงทำเหมือนอาสวทุกะ ไม่มีความต่างกัน)
๑๗. อาสวสาสวทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
(ในปัญหาวาร เหตุปัจจัยก็ดี อารัมมณปัจจัยก็ดี ไม่ควรจัดโลกุตตระเข้า ควรจัดว่า พระเสกขะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน แม้ในอธิปติปัจจัย บัณฑิตทราบแล้วก็ควรจัดไว้ทั้งหมด)
อนันตรปัจจัย
{๔๐๔} [๑๑๒] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
[๑๑๓] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแกโคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะซึ่งเกิดก่อน
ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)[๑๑๔] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาวสวะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโดยอนันตรปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงให้พิสดารอย่างนี้ทั้งหมด) (๓)(แม้ในอาสวทุกะ อนันตรปัจจัยก็พึงทำไว้เหมือนกับทุกะนี้ อาวัชชนะก็ดี วุฏฐานะก็ดี ท่านแสดงไว้อย่างนี้ ย่อ ทั้งหมดบริบูรณ์แล้ว พึงทำให้เหมือนกับอาสวทุกะ ไม่มีความต่างกัน)
จบ อาสวสาสวทุกะ
๑๘. อาสวอาสวสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๔๐๕} [๑๑๕] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะอาศัย สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่สัมปยุตด้วยอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) อวิชชาสวะอาศัยภวาสวะเกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) อวิชชาสวะอาศัยทิฏฐาสวะเกิดขึ้น (๑)
End of ปัญหาวาร