พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · นีวรณนีวรณียทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๔๒–๖๔๓ (Royal Thai)2/2 in นีวรณนีวรณียทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ นีวรณนีวรณียทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 501–504
๔๗. นีวรณนีวรณิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑-๔. ปัจจยานุโลมาทิ
{๖๔๑} [๘๙] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น (โดยนัยนี้ พึงจำแนกคณนา การนับทุกอย่าง นีวรณนีวรณิยทุกะเหมือนกับนีวรณทุกะ ไม่มีความต่างกัน)
๔๗. นีวรณนีวรณิยทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๖๔๒} [๙๐] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตนิวรณ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็น
นิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
อารัมมณปัจจัย
{๖๔๓} [๙๑] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์โดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์จึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์จึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๓)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณากุศลนั้น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภกุศลนั้น ราคะ ... ทิฏฐิ ... วิจิกิจฉา ... อุทธัจจะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ... ออกจากฌาน ... พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู ... โวทาน ... กิเลสที่ละได้แล้ว ... กิเลสที่ข่มได้แล้ว ... รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน เห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็น
นิวรณ์โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลีดเพลิน ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ... (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึง อาวัชชนะ) (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ... ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ... ออกจากฌาน ... ยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ... ทิฏฐิ ... วิจิกิจฉา ... อุทธัจจะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ทั้งที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ... ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ... ออกจากฌาน ... ยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (โดยนัยนี้ แม้วารทั้ง ๓ นอกนี้ก็พึงจัดเข้าไว้ด้วย) (๓)(อธิปติปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย แม้ปุเรชาตปัจจัยก็เหมือนกับอารัมมณปัจจัย แม้ในอุปนิสสยปัจจัยไม่ควรจัดโลกุตตระเข้าไว้ ย่อ พึงให้พิสดารอย่างนี้ พึงพิจารณาแล้วจึงทำเหมือนอย่างนีวรณทุกะ)
จบ นีวรณนีวรณิยทุกะ
๔๘. นีวรณนีวรณสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๖๔๔} [๙๒] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย พึงเพิ่มสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์แม้ทั้งหมด) (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... (๒)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ ทั้งที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น พึงผูกให้เป็นจักรนัย) (๓)[๙๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ แต่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (๑)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์ (๒)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ ทั้งที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์แต่ไม่เป็นนิวรณ์
End of ปัญหาวาร