พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน อนุโลมติกปัฏฐาน · อุปาทินนัตติกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๐
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๗๖–๑๖๕๙ (Royal Thai)7/7 in อุปาทินนัตติกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อนุโลมติกปัฏฐาน อุปาทินนัตติกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 40 · Mahachula Volume 40 · Mahamakut Volume 86 · Chaloem Phrakiat Volume 40)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 40, pp. 889–956
๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๔๗๖} [๕๑] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยปัจจัย (๑){๑๔๗๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)
{๑๔๗๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๓){๑๔๗๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่
ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)
{๑๔๘๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑){๑๔๘๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒){๑๔๘๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐาน ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๑๔๘๓} [๕๒] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศล
และอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... กลิ่น ... รส... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ...ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะรูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
... คันธายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... รสายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๑){๑๔๘๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิด เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน กลิ่น ... รส
... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยทิพพจักขุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยเจโตปริยญาณขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่อิทธิญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
{๑๔๘๕} [๕๓] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง
แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑){๑๔๘๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ อากาสานัญจายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่วิญาณัญจายตนวิบากโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะวิบากโดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญาณ ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๒){๑๔๘๗} [๕๔] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคและผลโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
{๑๔๘๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยทั้งหลายรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๒)
อธิปติปัจจัย
{๑๔๘๙} [๕๕] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลทำจักขุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ทำโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑){๑๔๙๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่สั่งสมไว้ก่อน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระเสกขะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาโวทาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ทำรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ยินดีเพลิดเพลินเพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑){๑๔๙๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัยที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรคและผล โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัยที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นนิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทานโดยอธิปติปัจจัยที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)
{๑๔๙๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรม ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอามณ์ฃอง อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓)
อนันตรปัจจัย
{๑๔๙๓} [๕๖] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ปัญจวิญญาณเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบากโดยอนันตรปัจจัย มโนธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากโดยอนันดรปัจจัย (๑){๑๔๙๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอนันตรปัจจัย คือ ภวังค์เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่
โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอนันตรปัจจัย (๑)
{๑๔๙๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)
{๑๔๙๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๓){๑๔๙๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อน
ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ... ผลเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอนันตรปัจจัย (๑){๑๔๙๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอนันตรปัจจัย คือ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สมนันตรปัจจัย
{๑๕๐๐} [๕๗] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสมนันตรปัจจัย (สมนันตรปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย)
สหชาตปัจจัย
{๑๕๐๑} [๕๘] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทั้งหลาย ... ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
... มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ... มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ ... มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ ... มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปโดยสหชาตปัจจัย สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ... มหาภูตรูป ๑ ... (๑){๑๕๐๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๒)
{๑๕๐๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๓)
{๑๕๐๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอาารมณ์ของอุปาทาน ... มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ...มหาภูตรูป ๑ ... มหาภูตทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่อุปาทานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสหชาตปัจจัย (๑)
{๑๕๐๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา
และทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๒)
{๑๕๐๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๓){๑๕๐๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
โดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๑){๑๕๐๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๑)
อัญญมัญญปัจจัย
{๑๕๐๙} [๕๙] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัญญมัญญปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ...มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ... มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์มีมหาภูตรูป ๑ ... (๑){๑๕๑๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัญญมัญญปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... (๑){๑๕๑๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)
นิสสยปัจจัย
{๑๕๑๒} [๖๐] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดย
นิสสยปัจจัย ... ในปฏิสนธิขณะ ... มหาภูตรูป ๑ ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มีมหาภูตรูป ๑ ... จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย (๑)
{๑๕๑๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยนิสสยปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย (๒){๑๕๑๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย คือ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย (๓)
{๑๕๑๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยนิสสยปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลายโดยนิสสยปัจจัย (๔)
{๑๕๑๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๑ วาร
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๓ วาร
{๑๕๑๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยนิสสยปัจจัย ... ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยนิสสยปัจจัย (๑){๑๕๑๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
โดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยนิสสยปัจจัย (๑){๑๕๑๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยนิสสยปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
โดยนิสสยปัจจัย ... ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดย นิสสยปัจจัย (๑)
อุปนิสสยปัจจัย
{๑๕๒๐} [๖๑] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ กายิกสุขเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข (และ)กายิกทุกขัโดยอุปนิสสยปัจจัย กายิกทุกข์เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข(และ) กายิกทุกข์ ... อุตุเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข(และ)กายิกทุกข์ ... โภชนะเป็น ปัจจัยแก่กายิกสุข(และ)กายิกทุกข์ ... กายิกสุข ... กายิกทุกข์ ... อุตุ ... โภชนะเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข(และ)กายิกทุกข์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑){๑๕๒๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยกายิกสุข จึงให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนา อภิญญา สมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ อาศัยกายิกทุกข์ ... อุตุ ... โภชนะ ... จึงให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ กายิกสุข ... กายิกทุกข์ ... อุตุ ... โภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{๑๕๒๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยกายิกสุขจึงทำมรรคให้เกิดขึ้น เข้าผลสมาบัติ อาศัยกายิกทุกข์ ... อุตุ โภชนะ จึงทำมรรคให้เกิดขึ้น เข้าผลสมาบัติ กายิกสุข ... กายิกทุกข์ ... อุตุ ... โภชนะเป็นปัจจัยแก่มรรค ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{๑๕๒๓} [๖๒] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน จึงให้ทานสมาทานศีล รักษาอุโบสถ ทำฌาน วิปัสสนา อภิญญา สมาบัติให้เกิดขึ้นก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน จึงให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
... ศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะที่เป็นสกาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย บริกรรมแห่ง
ปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน ... บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ปาณาติบาตเป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ... นิยตมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ ... (๑)
{๑๕๒๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน จึงทำตนให้เดือดร้อนให้เร่าร้อน เสวยทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นมูล อาศัยศีลที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสนาสนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน จึงทำตนให้เดือดร้อนให้เร่าร้อน เสวยทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นมูล ศรัทธาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสนาสนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายิกสุขและกายิกทุกข์โดยอุปนิสสยปัจจัย กุศลกรรมและอกุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒){๑๕๒๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย บริกรรมแห่งทุติยมรรค ... บริกรรมแห่ง
ตติยมรรค ... บริกรรมแห่งจตุตถมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{๑๕๒๖} [๖๓] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย ทุติยมรรคเป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ... ตติยมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ... มรรคเป็นปัจจัยแก่สมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
{๑๕๒๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ผลสมาบัติเป็นปัจจัยแก่กายิกสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{๑๕๒๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...
ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายอาศัยมรรคจึงทำสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เห็นแจ้งสังขารทั้งหลายโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มรรคของพระอริยะทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (และ)ความฉลาดในฐานะและอฐานะ โดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
ปุเรชาตปัจจัย
{๑๕๒๙} [๖๔] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นแจ้งโสตะ ... ฆาน ... ชิวหา ... กายะ ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากย่อมเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะรูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... คันธายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... รสายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัยที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดปุเรซาตปัจจัย (๑)
{๑๕๓๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้ง จักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นแจ้งโสตะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสกาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความเพลิดเพลินนั้น ราคะ ...โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยทิพพจักขุที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
{๑๕๓๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ วัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
{๑๕๓๒} [๖๕] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่
เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ (๑)
{๑๕๓๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยปุเรชาตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เสียง ... กลิ่น. ... รส ... โผฏฐัพพะโดยความเป็นสภาวะที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากย่อมเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะที่เป็นสภาวที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๒){๑๕๓๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย คือ รูปายตนะและจักขายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะและกายายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดย ปุเรชาตปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่
ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
{๑๕๓๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย คือรูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
ปัจฉาชาตปัจจัย
{๑๕๓๖} [๖๖] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
{๑๕๓๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิ
ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ อันเป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)
{๑๕๓๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๓){๑๕๓๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑){๑๕๔๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒){๑๕๔๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๓){๑๕๔๒} [๖๗] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย
(๑){๑๕๔๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒){๑๕๔๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)
อาเสวนปัจจัย
{๑๕๔๕} [๖๘] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทานโดยอาเสวนปัจจัย (๑)
{๑๕๔๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาเสวนปัจจัย คือ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๒)
กัมมปัจจัย
{๑๕๔๗} [๖๙] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย เจตนาเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยกัมมปัจจัย (๑)
{๑๕๔๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)
{๑๕๔๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย
(๑){๑๕๕๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากและกฏัตตารูปทั้งหลายโดย
กัมมปัจจัย (๒)
{๑๕๕๑} [๗๐] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็น
อารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ กุศลเจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๑)
{๑๕๕๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒){๑๕๕๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)
วิปากปัจจัย
{๑๕๕๔} [๗๑] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและ
ทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปากปัจจัย (๑){๑๕๕๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย (๒)
{๑๕๕๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย (๓){๑๕๕๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒โดยวิปากปัจจัย (๑)
{๑๕๕๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายอันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย (๒)
{๑๕๕๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๒ และแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปากปัจจัย (๓)
อาหารปัจจัย
{๑๕๖๐} [๗๒] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่อัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่กายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๑)
{๑๕๖๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๑){๑๕๖๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึด ครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๓){๑๕๖๓} [๗๓] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๑)
{๑๕๖๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๒){๑๕๖๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย
(๓){๑๕๖๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย (๑)
{๑๕๖๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย (๒)
{๑๕๖๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
โดยอาหารปัจจัย อาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูป ทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย (๓)
{๑๕๖๙} [๗๔] สภาวธรรมที่ตัณหา และทิฏฐิยึดครอง และเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๑){๑๕๗๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหา
และทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๒){๑๕๗๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอาหารปัจจัย (๓)
อินทริยปัจจัย
{๑๕๗๒} [๗๕] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ อินทรีย์ทั้งหลาย ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย จักขุนทรีย์ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทรียปัจจัย (๑){๑๕๗๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๒)
{๑๕๗๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและและ ทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๓)
{๑๕๗๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา
และทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๑)
{๑๕๗๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๑){๑๕๗๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๒){๑๕๗๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอินทริยปัจจัย คือ อินทรีย์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๓)
ฌานปัจจัย
{๑๕๗๙} [๗๖] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยฌานปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง
ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๑)
{๑๕๘๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๒){๑๕๘๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดย
ฌานปัจจัย (๓){๑๕๘๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๑){๑๕๘๓} [๗๗] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๑){๑๕๘๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๒)
{๑๕๘๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง และไม่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย (๓)
มัคคปัจจัย
{๑๕๘๖} [๗๘] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑){๑๕๘๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยมัคคปัจจัย (๒){๑๕๘๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย (๓)
{๑๕๘๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย (๑){๑๕๙๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย
(๑){๑๕๙๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย (๒){๑๕๙๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย (๓)
สัมปยุตตปัจจัย
{๑๕๙๓} [๗๙] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์'ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑){๑๕๙๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดย สัมปยุตตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑){๑๕๙๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานโดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสัมปยุตตปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)
วิปปยุตตปัจจัย
{๑๕๙๖} [๘๐] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่
หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑){๑๕๙๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)
{๑๕๙๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
{๑๕๙๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครอง และเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๔){๑๖๐๐} [๘๑] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาซาตวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม
ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม
ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้
อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่ง
เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
{๑๖๐๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒){๑๖๐๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
{๑๖๐๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุ ตตปัจจัย (๑)
{๑๖๐๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)
{๑๖๐๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครอง และเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
อัตถิปัจจัย
{๑๖๐๖} [๘๒] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ... มหาภูตรูป ๑ ... มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มีมหาภูตรูป ๑ ... มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาสัมพนะ เห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ชิวหา ... กาย ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... กลิ่น ... รส... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาสัมพนะ
รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... คันธายตนะเป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... รสายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหา และทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้
อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
{๑๖๐๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุ โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้นพระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งโสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... รูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยทิพพจักขุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อัน เป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๖๐๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๓){๑๖๐๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อัน เป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๔)
{๑๖๑๐} [๘๓] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ... มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอุปาทายรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๑ ...
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๑)
{๑๖๑๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งรูปที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ... เสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตายินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๖๑๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิ ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๓)
{๑๖๑๓} [๘๔] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย (๑){๑๖๑๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๖๑๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัยได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่ง เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๓)
{๑๖๑๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และ กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกายนี้ อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๔){๑๖๑๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาดอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานนี้ ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๕){๑๖๑๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๖){๑๖๑๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่
ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา
และทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกายที่เป็น
สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ
ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานนี้ซึ่งเกิดก่อนโดย
อัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกายนี้อันเป็นสภาวธรรมที่
ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิ
ไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๗)
{๑๖๒๐} [๘๕] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง
ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน รูปชีวิตินทรีย์
เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ
ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหาชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย (๒){๑๖๒๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง
ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซี่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๑){๑๖๒๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็น อารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{๑๖๒๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานและที่ตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๓)
{๑๖๒๕} [๘๖] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ รูปายตนะและจักขายตนะที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตกิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะและกายายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาทิฏฐิ ไม่ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและกพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยกพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นอินทริยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอิตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและมหาภูตรูปเป็น ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ รูปายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหา ทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทาน ... โผฏฐัพพายตนะที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครอง แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและกพฬิงการาหารที่ เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย
กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่ เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัยมีอย่างเดียว คือ อาหารอัตถิปัจจัย ได้แก่ กพฬิงการาหารที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมซึ่ง ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน กพฬิงการาหาร ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)
นัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยและอวิคตปัจจัย
{๑๖๒๙} [๘๗] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ ของอุปาทานโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคต ปัจจัย (ย่อ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๖๓๐} [๘๘] ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในอารัมมณปัจจัย มี ๖ วาร
ในอธิปติปัจจัย ,, ๕ ,,
ในอนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ๙ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ๑๑ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ๙ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาร
ในปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๙ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ๒ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ๘ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ๖ ,,
ในอาหารปัจจัย ,, ๑๒ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ๗ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ๗ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ๗ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ๓ ,,
ในวิปปปยุตตปัจจัย ,, ๑๐ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ๒๓ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ๗ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ๗ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ๒๓ ,,
สภาคะ
{๑๖๓๑} ในอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในสหชาตปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๖ ,,
ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปปปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,, (ย่อ)
(จำนวนอุปาทินนติกะ พึงนับเหมือนจำนวนกุสลติกะที่นับโดยวิธีการสาธยาย ผู้มีปัญญาพึงนับเหมือนวิธีนับในอุปาทินนติกะซึ่งลึกซึ้งและสุขุมกว่าวิธีนับแห่งกุสลติกะ)
จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๑๖๓๒} [๘๙] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย ... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑){๑๖๓๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย (๒){๑๖๓๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
{๑๖๓๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย (๔)
{๑๖๓๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย (๑){๑๖๓๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย (๒){๑๖๓๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{๑๖๓๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย (๔){๑๖๔๐} [๙๐] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
{๑๖๔๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
{๑๖๔๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๓){๑๖๔๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานมี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย (๔){๑๖๔๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานมี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย (๕){๑๖๔๕} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานและที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๖)
{๑๖๔๖} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย (๗){๑๖๔๗} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานมี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตปัจจัย อินทริยปัจจัย (๑)
{๑๖๔๘} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย (๒){๑๖๔๙} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย (๑){๑๖๕๐} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย
แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๓ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย (๒){๑๖๕๑} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๒ อย่าง คือ ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย (๓){๑๖๕๒} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาว ธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๔ อย่าง คือ ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย (๑){๑๖๕๓} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและ ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๔ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย (๒)
{๑๖๕๔} สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่ ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน มีอย่างเดียว คือ อาหารปัจจัย (๓){๑๖๕๕} สภาวธรรมที่ตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและ ทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน มี ๓ อย่าง คือ ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๖๕๖} [๙๑] ในนเหตุปัจจัย มี ๒๔ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย มี ๒๔ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนอนันตรปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนสมนันตรปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนสหชาตปัจจัย ,, ๒๐ ,,
ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ๒๐ ,,
ในนนิสสยปัจจัย ,, ๒๐ ,,
ในนอุปนิสสยปัจจัย ,, ๒๓ ,,
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ๒๓ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๑๗ ,,
ในนอาเสวนปัจจัย มี ๒๔ วาร
ในนกัมมปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนอาหารปัจจัย ,, ๒๐ ,,
ในนอินทริยปัจจัย ,, ๒๒ ,,
ในนฌานปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนมัคคปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ๒๐ ,,
ในนวิปปปยุตตปัจจัย ,, ๑๔ ,,
ในโนอัตถิปัจจัย ,, ๙ ,,
ในโนนัตถิปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในโนวิคตปัจจัย ,, ๒๔ ,,
ในโนอวิคตปัจจัย ,, ๙ ,,
ทุกนัย
{๑๖๕๗} [๙๒] ในนอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒๔ วาร (ย่อ)(การนับจำนวนปัจจนียะ ในอุปาทินนติกะ พึงให้พิสดารเหมือนกับการนับจำนวนปัจจนียะ ในกุสลติกะ ที่ให้พิสดารไว้แล้ว)
จบ ปัจจนียะ
๓.ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
{๑๖๕๘} [๙๓] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในนอธิปติปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร
ในนอนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในนสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในนอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในนอาหารปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนอินทริยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนฌานปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในโนนัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในโนวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
เหตุฆฏนา
[๙๔] ในนอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๗ วารในนอธิปติปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร
ในนอนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,, ...
ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๔ ,, ...
ในนวิปากปัจจัย กับ ... มี ๔ วาร ...
ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๔ ,,
ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในโนนัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในโนวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
(การนับจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในอุปาทินนติกะ พึงนับเหมือนการนับจำนวนอนุโลมปัจจนียะ ในกุสลติกะ ที่จำแนกไว้แล้ว)
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๑๖๕๙} [๙๕] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๖ วาร
ในอธิปติปัจจัย กับ ... มี ๕ วาร
ในอนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๙ ,,
ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๑๑ ,,
ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๙ ,,
ในปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๙ ,,
ในอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๒ ,,
ในกัมมปัจจัย ,, ,, ๘ ,,
ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๖ ,,
ในอาหารปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑๒ วาร
ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในฌานปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,
ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๑๐ ,,
ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๒๓ ,,
ในนัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,
ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๒๓ ,, (ย่อ)
(การนับจำนวนปัจจนียานุโลม ในอุปาทินนติกะ พึงนับเหมือนการนับจำนวนปัจจนียานุโลม ในกุสลติกะ ที่จำแนกไว้แล้ว)
จบ อุปาทินนติกะ ที่ ๔
๕. สังกิลิฏฐติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๖๖๐} [๑] สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมอง อาศัยสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองอาศัย สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองและที่ ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่ เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓){๑๖๖๑} สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองอาศัย สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น สภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของความเศร้าหมองเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์
End of ปัญหาวาร