พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · อุปาทาทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๑๐–๓๑๖ (Royal Thai)2/4 in อุปาทาทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เหตุ
๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทาทุกะ ปัจจยวาร (Royal Thai Volume 43 · Mahachula Volume 43 · Mahamakut Volume 89 · Chaloem Phrakiat Volume 43)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 43, pp. 150–153 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 43, pp. 224–229
อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ตีณิ. (โนอุปาทามูลเก ตีณิปิ ปฏิจฺจสทิสา, นินฺนานากรณา.) (๓)
อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
(บทที่มีสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเป็นมูล มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวาร ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
อารมฺมณ อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. จกฺขายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปฏิจฺจ กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. เอกํ. (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๑) อุปาทา ธมฺมํ จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปจฺจยา โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ กายวิญฺญาณสหคตํ ฯเปฯ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๑) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็น อุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ย่อ) (๑)
สุทฺธ เหตุยา ปญฺจ, อารมฺมเณ ตีณิ, อธิปติยา ปญฺจ, อนนฺตเร ตีณิ, สมนนฺตเร ตีณิ, สหชาเต ปญฺจ, อญฺญมญฺเญ ปญฺจ, นิสฺสเย ปญฺจ, อุปนิสฺสเย ตีณิ, ปุเรชาเต ตีณิ, อาเสวเน ตีณิ, กมฺเม ปญฺจ ฯเปฯ อวิคเต ปญฺจ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
นเหตุ อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. จกฺขายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปฏิจฺจ กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปฏิจฺจ อเหตุกา โนอุปาทา ขนฺธา. อเหตุก-ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โนอุปาทา จ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (ตีณิปิ. ปฏิจฺจสทิสา, นินฺนานากรณา.) (๓)
อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ กายวิญฺญาณสหคตํ ฯเปฯ อเหตุกํ โนอุปาทา เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
นอารมฺมณปจฺจยา ตีณิ, นอาเสวนปจฺจยา ปญฺจ.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่ง ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจจัย เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็น อุปาทายรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น (มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวารไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็น อุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคต ด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)เพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
นกมฺมาทิ อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. วตฺถุํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา เจตนา. (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. โนอุปาทา ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา. พาหิรํ อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ ฯเปฯ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา. (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. พาหิเร อาหารสมุฏฺฐาเน อุตุสมุฏฺฐาเน มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปํ. (๒)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นกมฺมปจฺจยา. พาหิรํ อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา อุปาทา จ รูปํ ฯเปฯ เทฺว มหาภูเต ฯเปฯ (๓)
อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา. โนอุปาทา ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ โนอุปาทา เจตนา. (๑)
นวิปากปจฺจยา ปญฺจ, นอาหารปจฺจยา ตีณิ, นอินฺทฺริยปจฺจยา ตีณิ.
นกัมมปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาทำขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปทำมหาภูตรูปที่เป็นภายนอก ที่มี อาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และ อุปาทายรูปทำมหาภูตรูป ๑ ... ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุ เป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นอุปาทายรูป ทำขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)เพราะนวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะนอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
นฌานาทิ อุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา. จกฺขายตนํ ปฏิจฺจ จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปฏิจฺจ กายวิญฺญาณํ. (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา. ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ พาหิรํ อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญ-สตฺตานํ ฯเปฯ เทฺว มหาภูเต ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา. (๑)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา. พาหิเร อาหารสมุฏฺฐาเน อุตุสมุฏฺฐาเน อสญฺญสตฺตานํ มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทา กฏตฺตารูปํ. (๒)
โนอุปาทา ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นฌานปจฺจยา. พาหิรํ อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานํ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย มหาภูตา อุปาทา จ กฏตฺตารูปํ ฯเปฯ เทฺว ฯเปฯ (๓)
อุปาทา จ โนอุปาทา จ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนอุปาทา ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา. จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๑)
นมคฺคปจฺจยา ปญฺจ, นสมฺปยุตฺตปจฺจยา ตีณิ, นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา ตีณิ, โนนตฺถิปจฺจยา ตีณิ, โนวิคตปจฺจยา ตีณิ. ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
นฌานปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็น ภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย เกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปของเหล่า อสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้ เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็น ภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
เพราะนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะโนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะโนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
สุทฺธ นเหตุยา ปญฺจ, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา ปญฺจ ฯเปฯ นกมฺเม ปญฺจ, นวิปาเก ปญฺจ, นอาหาเร ตีณิ, นอินฺทฺริเย ตีณิ, นฌาเน ปญฺจ, นมคฺเค ปญฺจ, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ.
(เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ นิสฺสยวาโรปิ กาตพฺโพ.) _____ ๖๗. อุปาทาทุก ๕. สํสฏฺฐวาร
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย มี ๕ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๕ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
(การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทําอย่างนี้)
End of ปัจจยวาร