พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · นิวรณวรรค
๑. อาวรณสูตร เล่ม ๒๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๑ (Royal Thai)1/10 in นิวรณวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปัญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย ทุติยปัณณาสก์
นิวรณวรรคที่ ๑
๑. อาวรณสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ นิวรณวรรค อาวรณสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารูหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา กตเม ปญฺจ กามจฺฉนฺโท ภิกฺขเว อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อชฺฌารูโห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ พฺยาปาโท ๑ ภิกฺขเว อาวรโณ นีวรโณ เจตโส อชฺฌารูโห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรโณ ถีนมิทฺธํ ๒ ภิกฺขเว อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อชฺฌารูหํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ภิกฺขเว อาวรณํ นีวรณํ เจตโส อชฺฌารูหํ ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณํ วิจิกิจฺฉา ภิกฺขเว อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารูหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา ฯ
อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาวรณา นีวรณา เจตโส อชฺฌารูหา ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารูเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ อปฺปหาย อพลาย ปญฺญาย ทุพฺพลาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตรึ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา สีฆโสตา หารหารินี ตสฺสา ปุริโส อุภโต นงฺคลมุขานิ วิวเรยฺย เอวํ หิ โส ภิกฺขเว มชฺเฌ นทิยา โสโต วิกฺขิตฺโต วิสโฏ พฺยาทินฺโน เนว ๑ ทูรงฺคโม อสฺส น สีฆโสโต น หารหารี ๒ เอวเมว โข ภิกฺขเว โส วต ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ
นีวรเณ เจตโส อชฺฌารูเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ อปฺปหาย อพลาย ปญฺญาย ทุพฺพลาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตรึ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารูเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ ปหาย พลวติยา ปญฺญาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตรึ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว นที ปพฺพเตยฺยา ทูรงฺคมา สีฆโสตา หารหารินี ตสฺสา ปุริโส อุภโต นงฺคลมุขานิ ปิทเหยฺย เอวํ หิ โส ภิกฺขเว มชฺเฌ นทิยา โสโต อวิกฺขิตฺโต อวิสโฏ อพฺยาทินฺโน ทูรงฺคโม เจว อสฺส สีฆโสโต จ หารหารี ๒ จ เอวเมว โข ภิกฺขเว โส วต ภิกฺขุ อิเม ปญฺจ อาวรเณ นีวรเณ เจตโส อชฺฌารูเห ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ ปหาย พลวติยา ปญฺญาย อตฺตตฺถํ วา ญสฺสติ ปรตฺถํ วา ญสฺสติ อุภยตฺถํ วา ญสฺสติ อุตฺตรึ วา มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสํ สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ
๑ ยุ. วฺยาปาโท ฯ ๒ ม. สพฺพตฺถ วาเรสุ ถินมิทฺธํ ฯ
๑ โป. ยุ. น เจว ฯ ๒ ม. หารหารินี ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ ครอบงำจิตแล้ว ทำปัญญาให้ทุรพล ๕ประการเป็นไฉนนิวรณ์เครื่องกางกั้น คือ กามฉันทะ ๑ นิวรณ์เครื่องกางกั้น คือ พยาบาท ๑นิวรณ์เครื่องกางกั้น คือ ถิ่นมิทธะ ๑ นิวรณ์เครื่องกางกั้น คือ อุทธัจจกุกกุจะ ๑ นิวรณ์เครื่องกางกั้น คือ วิจิกิจฉา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ประการนี้แล ครอบงำจิตแล้ว ทำปัญญาให้ทุรพล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นไม่ละนิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ อันครอบงำจิต ทำปัญญาให้ทุรพลแล้วจักรู้จักประโยชน์ของตน ประโยชน์ของผู้อื่นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือจักทำให้แจ้งซึ่งญาณทัสสนะอันวิเศษ สามารถกระทำความเป็นอริยะยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ด้วยปัญญาที่ไม่มีกำลัง ทุรพล ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้ เปรียบเหมือนแม่น้ำที่ไหลลงจากภูเขา ไปสู่ที่ไกล มีกระแสเชี่ยว พัดสิ่งที่จะพัดไปได้ บุรุษพึงเปิดปากเหมืองแห่งแม่น้ำนั้นทั้งสองข้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ กระแสน้ำในท่ามกลางแห่งแม่น้ำนั้น ก็ซัดส่าย ไหลผิดทาง ไม่พึงไหลไปสู่ที่ไกล ไม่มีกระแสเชี่ยว ไม่พัดสิ่งที่พอจะพัดไปได้ ฉันใด
ภิกษุนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกันแลหนอไม่ละนิวรณ์ เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ อันครอบงำจิตทำปัญญาให้ทุรพลแล้วจักรู้ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือจักทำให้แจ้งซึ่งญาณทัสสนะอันวิเศษ สามารถกระทำความเป็นอริยะ ยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ ด้วยปัญญาอันไม่มีกำลัง ทุรพล ข้อนั้นไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุนั้นละนิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ ประการนี้ อันครอบงำจิต ทำปัญญาให้ทุรพลแล้ว จักรู้ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือจักทำให้แจ้งซึ่งญาณทัสสนะอันวิเศษ สามารถกระทำความเป็นอริยะ ยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ด้วยปัญญาอันมีกำลัง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ เปรียบเหมือนแม่น้ำที่ไหลลงจากภูเขาไปสู่ที่ไกล พัดสิ่งที่พอจะพัดไปได้ บุรุษพึงปิดปากเหมืองแห่งแม่น้ำนั้นทั้งสองข้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ กระแสน้ำในท่ามกลางแม่น้ำนั้น ก็จักไม่ซัด
ไม่ส่ายไหลไม่ผิดทาง พึงไหลไปสู่ที่ไกลได้ มีกระแสเชี่ยว และพัดในสิ่งที่พอพัดไปได้ฉันใด ภิกษุนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกันแลหนอ ละนิวรณ์เครื่องกางกั้น ๕ประการนี้ อันครอบงำจิตทำปัญญาให้ทุรพลแล้ว จักรู้ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หรือจักทำให้แจ้งซึ่งญาณทัสสนะอันวิเศษ สามารถกระทำความเป็นอริยะ ยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ ด้วยปัญญาอันมีกำลัง ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ
จบสูตรที่ ๑
End of ๑. อาวรณสูตร