พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · เสขปริหานิยวรรค
๗. ทานสูตร เล่ม ๒๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๐๘ (Royal Thai)7/12 in เสขปริหานิยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๗. ทานสูตร
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ เสขปริหานิยวรรค ทานสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)
๓๗ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน เวฬุกณฺฑกี นนฺทมาตา อุปาสิกา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ ฉฬงฺคสมนฺนาคตํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ ฯ อทฺทสา โข ภควา ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน เวฬุกณฺฑกึ นนฺทมาตรํ อุปาสิกํ สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ ฉฬงฺคสมนฺนาคตํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปนฺตึ ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตนสิ เอสา ภิกฺขเว เวฬุกณฺฑกี นนฺทมาตา อุปาสิกา สารีปุตฺตโมคฺคลฺลานปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ ฉฬงฺคสมนฺนาคตํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ กถญฺจ ภิกฺขเว ฉฬงฺคสมนฺนาคตา ทกฺขิณา โหติ อิธ ภิกฺขเว ทายกสฺส ตีณงฺคานิ โหนฺติ ปฏิคฺคาหกานํ ตีณงฺคานิ ฯ
กตมานิ ทายกสฺส ตีณงฺคานิ อิธ ภิกฺขเว ทายโก ปุพฺเพว ทานา สุมโน โหติ ททํ จิตฺตํ ปสาเทติ ทตฺวา อตฺตมโน โหติ อิมานิ ทายกสฺส ตีณงฺคานิ กตมานิ ปฏิคฺคหกานํ ตีณงฺคานิ อิธ ภิกฺขเว ปฏิคฺคาหกา วีตราคา วา โหนฺติ ราควินยาย วา ปฏิปนฺนา วีตโทสา วา โหนฺติ โทสวินยาย วา ปฏิปนฺนา วีตโมหา วา โหนฺติ โมหวินยาย วา ปฏิปนฺนา อิมานิ ปฏิคฺคาหกานํ ตีณงฺคานิ ฯ อิติ ทายกสฺส ตีณงฺคานิ ปฏิคฺคาหกานํ ตีณงฺคานิ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ฉฬงฺคสมนฺนาคตา ทกฺขิณา โหติ เอวํ ฉฬงฺคสมนฺนาคตาย ภิกฺขเว ทกฺขิณาย น สุกรํ ปุญฺญสฺส ปมาณํ คเหตุํ เอตฺตโก ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท สุขสฺสาหาโร โสวคฺคิโก สุขวิปาโก สคฺคสํวตฺตนิโก อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตตีติ ฯ
อถ โข อสงฺเขยฺโย อปฺปเมยฺโย๔ มหาปุญฺญกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว มหาสมุทฺเท น สุกรํ อุทกสฺส ปมาณํ คเหตุํ เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสตานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสหสฺสานีติ วา เอตฺตกานิ อุทกาฬฺหกสตสหสฺสานีติ วา อถ โข อสงฺเขยฺโย อปฺปเมยฺโย มหาอุทกกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ เอวเมว โข ภิกฺขเว เอวํ ฉฬงฺคสมนฺนาคตาย ทกฺขิณาย น สุกรํ ปุญฺญสฺส ปมาณํ คเหตุํ เอตฺตโก ปุญฺญาภิสนฺโท กุสลาภิสนฺโท สุขสฺสาหาโร โสวคฺคิโก สุขวิปาโก สคฺคสํวตฺตนิโก อิฏฺฐาย กนฺตาย มนาปาย หิตาย สุขาย สํวตฺตตีติ ฯ อถ โข อสงฺเขยฺโย อปฺปเมยฺโย มหาปุญฺญกฺขนฺโธเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ฯ
ปุพฺเพว ทานา สุมโน ททํ จิตฺตํ ปสาทเย
ทตฺวา อตฺตมโน โหติ เอสา ยญฺญสฺส สมฺปทา ฯ
วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห อนาสโว ๑
เขตฺตํ ยญฺญสฺส สมฺปนฺนํ สญฺญตา พฺรหฺมจาริโน ๒ ฯ
สยํ อาจรยิตฺวาน ๓ ทตฺวา สเกหิ ปาณิภิ ฯ
อตฺตโน ปรโต เจโส ยญฺโญ โหติ มหปฺผโล ฯ
เอวํ ยชิตฺวา เมธาวี สทฺโธ มุตฺเตน เจตสา
อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลกํ ๔ ปณฺฑิโต อุปปชฺชตีติ ฯ
๑ โป. ปริปูริการึ ฯ ๒ โป. ยุ. โส ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล อุบาสิกาชื่อนันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะ ถวายทักษิณาทานอันประกอบด้วยองค์ ๖ประการ ในภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นประมุข พระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นอุบาสิกาชื่อนันทมารดา ชาวเมืองเวฬุกัณฑกะถวายทักษิณาทานอันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการ ในภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นประมุข ด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุบาสิกาชื่อนันทมารดาชาวเมืองเวฬุกัณฑกะนั้นถวายทักษิณาทานอันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการ ในภิกษุสงฆ์มีพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นประมุขก็ทักษิณาทานอันประกอบด้วยองค์ ๖ ประการเป็นอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย องค์ ๓ ของทายก
องค์ ๓ ของปฏิคาหก องค์ ๓ของทายกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทายกในศาสนานี้ก่อนให้ทาน เป็นผู้ดีใจ ๑ กำลังให้ทานอยู่ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ๑ ครั้นให้ทานแล้วย่อมปลื้มใจ ๑นี้องค์ ๓ ของทายก องค์ ๓ ของปฏิคาหกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิคาหกในศาสนานี้เป็นผู้ปราศจากราคะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจักราคะ ๑ เป็นผู้ปราศจากโทสะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโทสะ ๑ เป็นผู้ปราศจากโมหะ หรือปฏิบัติเพื่อกำจัดโมหะ ๑นี้องค์ ๓ ของปฏิคาหก องค์ ๓ของทายก องค์ ๓ ของปฏิคาหก ย่อมมีด้วยประการดังนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทักษิณาทานที่ประกอบด้วยองค์ ๖ ประการย่อมมีด้วยประการอย่างนี้แล การถือประมาณบุญแห่งทักษิณาทานที่ประกอบด้วยองค์ ๖ ประการอย่างนี้ว่า ห้วงบุญห้วงกุศลมีประมาณเท่านี้นำสุขมาให้มีอารมณ์เลิศมีสุขเป็นผล เป็นไปเพื่อสวรรค์ ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อสุข ดังนี้ ไม่ใช่ทำได้ง่าย โดยที่แท้บุญแห่งทักษิณาทานนั้น ย่อมถึงการนับว่าเป็นห้วงบุญห้วงกุศลที่จะนับไม่ได้ประมาณไม่ได้ เป็นกองบุญใหญ่ทีเดียว เปรียบเหมือนการถือเอาประมาณแห่งน้ำในมหาสมุทรว่า เท่านี้อาฬหกะ เท่านี้ร้อยอาฬหกะ เท่านี้พันอาฬหกะหรือเท่านี้แสนอาฬหกะ ไม่ใช่ทำได้ง่าย โดยที่แท้ น้ำในมหาสมุทรย่อมถึงการนับว่า เป็นห้วงน้ำที่จะนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้ เป็นห้วงน้ำใหญ่ทีเดียวฉะนั้น ฯ
ทายกก่อนแต่จะให้ทานเป็นผู้ดีใจ กำลังให้ทานอยู่ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส
ครั้นให้ทานแล้วย่อมปลื้มใจ นี้เป็นยัญสมบัติปฏิคาหกผู้สำรวมประพฤติ
พรหมจรรย์ทั้งหลาย คือ ท่านผู้ปราศจากราคะ ปราศจากโทสะ ปราศจากโมหะ ไม่มีอาสวะย่อมเป็นเขตถึงพร้อมแห่งยัญ ทายกต้อนรับปฏิคาหก
ด้วยตนเอง ถวายทานด้วยมือตนเอง ยัญนั้นย่อมมีผลมากเพราะตน
(ทายกผู้ให้ทาน) และเพราะผู้อื่น (ปฏิคาหก) ทายกผู้มีปัญญา มีศรัทธาเป็นบัณฑิต มีใจพ้นจากความตระหนี่ครั้นบำเพ็ญทานอย่างนี้แล้ว ย่อม
เข้าถึงโลกที่เป็นสุขไม่มีความเบียดเบียน ฯ
จบสูตรที่ ๗
End of ๗. ทานสูตร