arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · เทวตาวรรค

สักขิสูตร เล่ม ๒๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๔๒ (Royal Thai)7/10 in เทวตาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สักขิสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ เทวตาวรรค สักขิสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๗๑ ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณิตุํ สติ สติ อายตเน กตเมหิ ฉหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิเม หานภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อิเม ฐิติภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อิเม วิเสสภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อิเม นิพฺเพธภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อสกฺกจฺจการี จ โหติ อสปฺปายการี จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณิตุํ สติ สติ อายตเน ฯ

ฉหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณิตุํ สติ สติ อายตเน กตเมหิ ฉหิ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อิเม หานภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิเม ฐิติภาคิยา ๑ ธมฺมาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิเม วิเสสภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ ปชานาติ อิเม นิพฺเพธภาคิยา ธมฺมาติ ยถาภูตํ ปชานาติ สกฺกจฺจการี จ โหติ สปฺปายการี จ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณิตุํ สติ สติ อายตเนติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมไม่เป็นผู้ควรเพื่อถึงความเป็นผู้ควรเป็นพยานในคุณวิเศษนั้นๆ ในเมื่อเหตุมีอยู่ธรรม ๖ ประการเป็นไฉนคือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมไม่ทราบชัดตามเป็นจริงว่าธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความเสื่อม ๑ ย่อมไม่ทราบชัดตามเป็นจริงว่าธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความดำรงอยู่ ๑ ย่อมไม่ทราบชัดตามเป็นจริงว่าธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งคุณวิเศษ ๑ ย่อมไม่ทราบชัดตามเป็นจริงว่า ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งการชำแรกกิเลส ๑ เป็นผู้ไม่กระทำความเอื้อเฟื้อ ๑ไม่กระทำความสบาย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อถึงความเป็นผู้ควรเป็นพยานในคุณวิเศษนั้นๆ ในเมื่อเหตุมีอยู่ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นผู้ควรเพื่อถึงความเป็นผู้ควรเป็นพยานในคุณวิเศษนั้นๆ ในเมื่อเหตุมีอยู่ ธรรม ๖ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมทราบชัดตามเป็นจริงว่า ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความเสื่อม ๑ย่อมทราบชัดตามเป็นจริงว่า ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความดำรงอยู่ ๑ ย่อมทราบชัดตามเป็นจริงว่า ธรรมเหล่านี้ เป็นไปในส่วนแห่งการชำแรกกิเลส ๑ เป็นผู้กระทำความเอื้อเฟื้อ ๑เป็นผู้กระทำความสบาย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้ควรเพื่อถึงความเป็นผู้ควรเป็นพยานในคุณวิเศษนั้นๆ ในเมื่อเหตุมีอยู่ ฯ

จบสูตรที่ ๗

End of สักขิสูตร