arnon.worldSign in

อานิสังสวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 367–377 (Royal Thai)5/5 in ทุติยปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

อานิสังสวรรคที่ ๕

๑. ปาตุภาวสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค ปาตุภาวสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๙๖ ฉนฺนํ ภิกฺขเว ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ กตเมสํ ฉนฺนํ ตถาคตสฺส อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ตถาคตปฺปเวทิตสฺส ธมฺมวินยสฺส เทเสตา ปุคฺคโล ทุลฺลโภ โลกสฺมึ อริยายตเน ปจฺจาชาโต ทุลฺลโภ ๑ โลกสฺมึ อินฺทฺริยานํ อเวกลฺลตา ทุลฺลภา โลกสฺมึ อชฬตา อเนฬมูคตา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กุสลธมฺมจฺฉนฺโท ทุลฺลโภ โลกสฺมึ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ฉนฺนํ ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมินฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความปรากฏขึ้นแห่งเหตุ ๖ ประการเป็นของหาได้อยากในโลก เหตุ ๖ ประการเป็นไฉน คือความปรากฏขึ้นแห่งพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า๑ บุคคลผู้แสดงธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศแล้ว ๑ ความเกิดขึ้นในมัชฌิมประเทศ (ที่มีพระอริยเจ้า) ๑ ความเป็นผู้มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง ๑ ความไม่เป็นใบ้บ้าน้ำลาย ๑ ความพอใจในกุศลธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความปรากฏขึ้นแห่งเหตุ ๖ ประการนี้แลเป็นของหาได้อยากในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๑

๒. อานิสังสสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อานิสังสสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๙๗ ฉยิเม ภิกฺขเว อานิสํสา โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย กตเม ฉ สทฺธมฺมนิยโต โหติ อปริหานธมฺโม โหติ ปริยนฺตกตสฺส ทุกฺขํ น ๒ โหติ อสาธารเณน ญาเณน สมนฺนาคโต โหติ เหตุ จสฺส สุทิฏฺโฐ เหตุสมุปฺปนฺนา จ ธมฺมา อิเมหิ โข ภิกฺขเว ฉ อานิสํสา โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยายาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ๖ ประการนี้๖ ประการเป็นไฉน คือบุคคลย่อมเป็นผู้แน่นอนในพระสัทธรรม ๑ ย่อมเป็นผู้มีความไม่เสื่อมเป็นธรรมดา ๑ เขาผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้วย่อมไม่มีทุกข์ ๑ เป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ ๑เขาเห็นเหตุแล้วด้วยดี ๑ และเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในการกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ๖ ประการนี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๒

๓. อนิจจสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อนิจจสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๙๘ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ กญฺจิ สงฺขารํ นิจฺจโต สมนุปสฺสนฺโต อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ อนุโลมิกาย ขนฺติยา อสมนฺนาคโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ สมฺมตฺตนิยามํ อโนกฺกมมาโน โสตาปตฺติผลํ วา สกทาคามิผลํ วา อนาคามิผลํ วา อรหตฺตํ วา สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ

โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ สพฺพสงฺขาเร ๑ อนิจฺจโต สมนุปสฺสนฺโต อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต ภวิสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมมาโน โสตาปตฺติผลํ วา สกทาคามิผลํ วา อนาคามิผลํ วา อรหตฺตํ วา สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ

๑ ม. ยุ. ปจฺจาชาติ ทุลฺลภา ฯ ๒ ม. นสทฺโท นตฺถิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นสังขารไรๆ โดยความเป็นของเที่ยงจักเป็นผู้ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ไม่ประกอบด้วยขันติที่สมควรแล้ว จักก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน ข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อไม่ก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน จักกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผลอนาคามิผลหรืออรหัตผล ข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของไม่เที่ยง จักเป็นผู้ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ เธอประกอบด้วยขันติที่สมควรแล้ว

จักก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน จักกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล หรือ

อรหัตผล ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

จบสูตรที่ ๓

๔. ทุกขสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค ทุกขสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๙๙ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ กญฺจิ สงฺขารํ สุขโต สมนุปสฺสนฺโต ฯเปฯ สพฺพสงฺขาเร ๑ ทุกฺขโต สมนุปสฺสนฺโต ฯเปฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นสังขารไรๆ โดยความเป็นสุข ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นทุกข์ ฯลฯ

จบสูตรที่ ๔

๕. อนัตตสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อนัตตสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๐ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ กญฺจิ ธมฺมํ อตฺตโต สมนุปสฺสนฺโต ฯเปฯ สพฺพธมฺเม ๒ อนตฺตโต สมนุปสฺสนฺโต ฯเปฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นธรรมไรๆ โดยความเป็นอัตตา ฯลฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นธรรมทั้งปวงโดยความเป็นอนัตตา ฯลฯ

จบสูตรที่ ๕

๖. นิพพานสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค นิพพานสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๑ โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ นิพฺพานํ ทุกฺขโต สมนุปสฺสนฺโต อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต ภวิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ อนุโลมิกาย ขนฺติยา อสมนฺนาคโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ สมฺมตฺตนิยามํ อโนกฺกมมาโน โสตาปตฺติผลํ วา สกทาคามิผลํ วา อนาคามิผลํ วา อรหตฺตํ วา สจฺฉิกริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ ฯ

โส วต ภิกฺขเว ภิกฺขุ นิพฺพานํ สุขโต สมนุปสฺสนฺโต อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต ภวิสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ อนุโลมิกาย ขนฺติยา สมนฺนาคโต สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชติ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมมาโน โสตาปตฺติผลํ วา สกทาคามิผลํ วา อนาคามิผลํ วา อรหตฺตํ วา สจฺฉิกริสฺสตีติ ฐานเมตํ วิชฺชตีติ ฯ

๑ ม. ยุ. สพฺพสงฺขารํ ฯ ๒ ยุ. สพฺพธมฺมํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นนิพพานโดยความเป็นทุกข์ จักเป็นผู้ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้เธอไม่ประกอบด้วยขันติที่สมควรแล้ว จักก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอนข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อไม่ก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอนจักกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล

หรือ อรหัตผลข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นนิพพานโดยความเป็นสุข จักเป็นผู้ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ เธอประกอบด้วยขันติที่สมควรแล้ว จักก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน ข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ เมื่อก้าวลงสู่ความเป็นชอบและความแน่นอน จักกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล หรือ อรหัตผลข้อนั้นย่อมเป็นฐานะที่จะมีได้ ฯ

จบสูตรที่ ๖

๗. อโนทิสสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อโนทิสสูตรที่ ๑ (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๒ ฉ ภิกฺขเว อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ภิกฺขุนา สพฺพสงฺขาเรสุ อโนธึ กริตฺวา อนิจฺจสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุํ กตเม ฉ สพฺพสงฺขารา จ อนวฏฺฐิตโต ๑ ขายิสฺสนฺติ สพฺพโลเก จ เม มโน นาภิรมิสฺสติ สพฺพโลกา จ เม มโน วุหิฏฺฐสฺสติ นิพฺพานโปณญฺจ เม มานสํ ภวิสฺสติ สญฺโญชนา จ เม ปหานํ คจฺฉนฺติ ๒ ปรเมน จ สามญฺเญน สมนฺนาคโต ภวิสฺสามีติ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ภิกฺขุนา สพฺพสงฺขาเรสุ อโนธึ กริตฺวา อนิจฺจสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุนฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการ เป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในสังขารทั้งปวง แล้วยังอนิจจสัญญาให้ปรากฏ อานิสงส์ ๖ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุพิจารณาเห็นอยู่ว่าสังขารทั้งปวงจักปรากฏโดยความเป็นของไม่มั่นคง ๑ ใจของเราจักไม่ยินดีในโลกทั้งปวง ๑ ใจของเราจักออกจากโลกทั้งปวง ๑ ใจของเราจักน้อมไปสู่นิพพาน ๑สังโยชน์ทั้งหลายของเราจักถึงการละได้ ๑ และเราจักเป็นผู้ประกอบด้วยสามัญญธรรม

ชั้นเยี่ยม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการนี้แล เป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในสังขารทั้งปวง แล้วยังอนิจจสัญญาให้ปรากฏ ฯ

จบสูตรที่ ๗

๘. อโนทิสสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อโนทิสสูตรที่ ๒ (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๓ ฉ ภิกฺขเว อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ภิกฺขุนา สพฺพสงฺขาเรสุ อโนธึ กริตฺวา ทุกฺขสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุํ กตเม ฉ สพฺพสงฺขาเรสุ จ เม นิพฺพานสญฺญา ๓ ปจฺจุปฏฺฐิตา ภวิสฺสติ เสยฺยถาปิ อุกฺขิตฺตาสิเก วธเก สพฺพโลกา จ เม มโน วุฏฺฐหิสฺสติ นิพฺพาเน จ สนฺติทสฺสาวี ภวิสฺสามิ อนุสยา จ เม สมุคฺฆาตํ คจฺฉิสฺสนฺติ กิจฺจการี จ ภวิสฺสามิ สตฺถา จ ปริจิณฺโณ ภวิสฺสติ เมตฺตาวตายาติ อิเม โข ภิกฺขเว ฉ อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ภิกฺขุนา สพฺพสงฺขาเรสุ อโนธึ กริตฺวา ทุกฺขสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุนฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการเป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในสังขารทั้งปวง แล้วยังทุกขสัญญาให้ปรากฏ อานิสงส์ ๖ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุพิจารณาเห็นอยู่ว่านิพพานสัญญาในสังขารทั้งปวง จักปรากฏแก่เราเหมือนเพชฌฆาตผู้เงื้อดาบขึ้นอยู่๑ ใจของเราจักออกจากโลกทั้งปวง ๑ เราจักเป็นผู้มีปรกติเห็นสันติในนิพพาน๑ อนุสัยของเราจักถึงการเพิกถอน ๑ เราจักเป็นผู้กระทำตามหน้าที่ ๑ และเราจักบำรุงพระศาสดาด้วยความบำรุงอันประกอบด้วยเมตตา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการนี้แล เป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในสังขารทั้งปวง แล้วยังทุกขสัญญาให้ปรากฏ ฯ

จบสูตรที่ ๘

๙. อโนทิสสูตรที่ ๓

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค อโนทิสสูตรที่ ๓ (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๔ ฉ ภิกฺขเว อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว ภิกฺขุนา สพฺพธมฺเมสุ อโนธึ กริตฺวา อนตฺตสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุํ กตเม ฉ สพฺพโลเก จ อตมฺมโย ภวิสฺสามิ อหงฺการา จ เม อุปรุชฺฌิสฺสนฺติ มมงฺการา จ อุปรุชฺฌิสฺสนฺติ อสาธารเณน จ ญาเณน สมนฺนาคโต ภวิสฺสามิ เหตุ จ เม สุทิฏฺโฐ ภวิสฺสติ เหตุสมุปฺปนฺนา จ ธมฺมา อิเม โข ภิกฺขเว ฉ อานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน อลเมว6 ภิกฺขุนา สพฺพธมฺเมสุ อโนธึ กริตฺวา อนตฺตสญฺญํ อุปฏฺฐเปตุนฺติ ฯ

๑ ม. ... จ เม อนวตฺถิตา ฯ ยุ. ... จ เม อนวฏฺฐิตโต ... ฯ ๒ ม. คจฺฉิสฺสนฺติ ฯ

๓ ม. นิพฺพิทสญฺญา ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการ เป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในธรรมทั้งปวง แล้วยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏ อานิสงส์ ๖ ประการเป็นไฉน

คือ ภิกษุพิจารณาเห็นอยู่ว่าเราเป็นผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิในโลกทั้งปวง ๑ ทิฐิอันเป็นเหตุให้กระทำความถือตัวว่าเราของเราจักดับ ๑ ตัณหาอันเป็นเหตุให้กระทำการยึดถือว่าของเราของเราจักดับ ๑ เราจักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ ๑ เราจะเห็นเหตุด้วยดี ๑ และจักเห็นธรรมที่เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการนี้แล เป็นผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในธรรมทั้งปวงแล้วยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏ ฯ

จบสูตรที่ ๙

๑๐. ภวสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค ภวสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๕ ตโยเม ภิกฺขเว ภวา ปหาตพฺพา ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตพฺพํ กตเม ตโย ภวา ปหาตพฺพา กามภโว รูปภโว อรูปภโว อิเม ตโย ภวา ปหาตพฺพา กตมาสุ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตพฺพํ อธิสีลสิกฺขาย อธิจิตฺตสิกฺขาย อธิปญฺญาสิกฺขาย อิมาสุ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตพฺพํ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อิเม ตโย ภวา ปหีนา โหนฺติ อิมาสุ จ ตีสุ สิกฺขาสุ สิกฺขิตสิกฺโข โหติ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อจฺเฉชฺชิ ตณฺหํ วิวตฺตยิ สญฺโญชนํ สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภพ ๓ นี้ควรละ ควรศึกษาในไตรสิกขา ภพ ๓ เป็นไฉนคือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพ ๓ นี้ควรละไตรสิกขาเป็นไฉน คือ อธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขาอธิปัญญาสิกขา ควรศึกษาในไตรสิกขานี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแลภพ ๓ นี้ เป็นสภาพอันภิกษุละได้แล้ว และเธอเป็นผู้มีสิกขาอันได้ศึกษาแล้วในไตรสิกขานี้

เมื่อนั้นภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้ทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

๑๑. ตัณหาสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อานิสังสวรรค ตัณหาสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๐๖ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว ตณฺหา ปหาตพฺพา ตโย จ มานา กตมา ติสฺโส ตณฺหา ปหาตพฺพา กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา อิมา ติสฺโส ตณฺหา ปหาตพฺพา กตเม ตโย มานา มาโน โอมาโน อติมาโน อิเม ตโย มานา [๑]- ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อิมา ติสฺโส ตณฺหา ปหีนา โหนฺติ อิเม จ ตโย มานา อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อจฺเฉชฺชิ ตณฺหํ วิวตฺตยิ สญฺโญชนํ สมฺมา มานาภิสมยา อนฺตมกาสิ ทุกฺขสฺสาติ ฯ

อานิสํสวคฺโค ปญฺจโม ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

ปาตุภาโว อานิสํโส อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตโต ๑

นิพฺพานํ ตโย อโนทิสํ วุตฺตา ภวา ตณฺหาย ๒ เต ทสาติ ฯ

ทุติยปณฺณาสโก นิฏฺฐิโต ฯ

____________

ปณฺณาสกาสงฺคหิโต วคฺโค

ติกวคฺโค ปฐโม

๑ ม. ยุ. ปหาตพฺพา ฯ

๑ ม. อนิจฺจทุกฺขอนตฺตโต ฯ ๒ ยุ. ภวตณฺหาย ... ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ ตัณหา ๓ เป็นไฉนคือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ มานะ ๓เป็นไฉน คือความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุละได้แล้วเมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ

จบสูตรที่ ๑๑

จบอานิสังสวรรคที่ ๕

_______________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร

๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร

๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร

๗. อโนทิสสสูตรที่ ๑ ๘. อโนทิสสูตรที่ ๒

๙. อโนทิสสูตรที่ ๓ ๑๐. ภวสูตร

๑๑. ตัณหาสูตร ฯ

จบทุติยปัณณาสก์

End of อานิสังสวรรค