พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย · ตติยปัณณาสก์
๕. อาภาวรรค เล่ม ๒๑
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๑–๑๕๐ (Royal Thai)5/5 in ตติยปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อาภาวรรคที่ ๕
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาภาวรรค (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)
จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว อาภา กตมา จตสฺโส จนฺทาภา สุริยาภา อคฺคาภา ปญฺญาภา อิมา โข ภิกฺขเว จตสฺโส อาภา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ จตสฺสนฺนํ อาภานํ ยทิทํ ปญฺญาภาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ แสงสว่างแห่งพระจันทร์ ๑ แสงสว่างแห่งพระอาทิตย์ ๑ แสงสว่างแห่งไฟ ๑แสงสว่างแห่งปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาแสงสว่าง ๔ ประการนี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ ฯ
จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว ปภา กตมา จตสฺโส จนฺทปฺปภา สุริยปฺปภา อคฺคิปฺปภา ปญฺญาปฺปภา อิมา โข ภิกฺขเว จตสฺโส ปภา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ จตสฺสนฺนํ ปภานํ ยทิทํ ปญฺญาปฺปภาติ ฯ
๑-๒ โป. ยุ. จ ฯ
๓ ม. สํโยชนํ ปฏิภาโณ อุคฺฆติตญฺญุ อุฏฺฐานํ
สาวชฺโช เทฺว จ สีลานิ นิกฺกฏฺฐธมฺมวาที จาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัศมี ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉนคือ รัศมีแห่ง
พระจันทร์ ๑ รัศมีแห่งพระอาทิตย์ ๑ รัศมีแห่งไฟ ๑ รัศมีแห่งปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัศมี๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดารัศมี ๔ ประการนี้ รัศมีแห่งปัญญาเป็นเลิศ ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อาโลกา กตเม จตฺตาโร จนฺทาโลโก สุริยาโลโก อคฺคาโลโก ปญฺญาโลโก อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาโลกา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ จตุนฺนํ อาโลกานํ ยทิทํ ปญฺญาโลโกติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ความสว่างแห่งพระจันทร์ ๑ ความสว่างแห่งพระอาทิตย์ ๑ ความสว่างแห่งไฟ ๑ ความสว่างแห่งปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสว่าง๔ ประการนี้ ความสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว โอภาสา กตเม จตฺตาโร จนฺโทภาโส สุริโยภาโส อคฺโคภาโส ปญฺโญภาโส อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร โอภาสา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ จตุนฺนํ โอภาสานํ ยทิทํ ปญฺโญภาโสติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอภาส ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ โอภาสแห่งพระจันทร์ ๑ โอภาสแห่งพระอาทิตย์ ๑ โอภาสแห่งไฟ ๑โอภาสแห่งปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอภาส ๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาโอภาส ๔ ประการนี้ โอภาสแห่งปัญญาเป็นเลิศ ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว ปชฺโชตา กตเม จตฺตาโร จนฺทปฺปชฺโชโต สุริยปฺปชฺโชโต อคฺคิปฺปชฺโชโต ปญฺญาปฺปชฺโชโต อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร ปชฺโชตา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ จตุนฺนํ ปชฺโชตานํ ยทิทํ ปญฺญาปฺปชฺโชโตติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความโพลง ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ความโพลงแห่งพระจันทร์ ๑ ความโพลงแห่งพระอาทิตย์ ๑ ความโพลงแห่งไฟ ๑ ความโพลงแห่งปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความโพลง ๔ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความโพลง๔ ประการนี้ ความโพลงแห่งปัญญาเป็นเลิศ ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กาลา กตเม จตฺตาโร กาเลน ธมฺมสฺสวนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา กาเลน สมโถ ๑ กาเลน วิปสฺสนา อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กาลาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ นี้ กาล ๔ เป็นไฉน คือ การฟังธรรมตาม
กาล ๑ การสนทนาธรรมตามกาล ๑ การสงบตามกาล ๑ การพิจารณาตามกาล ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กาล ๔ นี้แล ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กาลา สมฺมาภาวิยมานา สมฺมา- อนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ กตเม จตฺตาโร กาเลน ธมฺมสฺสวนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา กาเลน สมโถ กาเลน วิปสฺสนา อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กาลา สมฺมาภาวิยมานา สมฺมาอนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว อุปริปพฺพเต ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต [๑] อุทกํ ยถานินฺนํ ปวตฺตมานํ ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา ปริปูเรติ ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา ปริปูรา กุโสพฺเภ ปริปูเรนฺติ กุโสพฺภา ปริปูรา มหาโสพฺเภ ปริปูเรนฺติ มหาโสพฺภา ปริปูรา กุนฺนทิโย ปริปูเรนฺติ กุนฺนทิโย ปริปูรา มหานทิโย ปริปูเรนฺติ มหานทิโย ปริปูรา สมุทฺทสาครํ ๒ ปริปูเรนฺติ เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเม จตฺตาโร กาลา สมฺมาภาวิยมานา์ สมฺมาอนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺตีติ ฯ
๑ ม. กาเลน สมฺมสนา ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ นี้ อันบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้เป็นไปโดยชอบย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ กาล ๔ เป็นไฉนคือ การฟังธรรมตามกาล ๑ การสนทนาตามกาล ๑ การสงบตามกาล ๑การพิจารณาตามกาล ๑ กาล ๔ นี้แล อันบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ
ให้เป็นไปโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อฝนเม็ดใหญ่ตกบนภูเขา น้ำไหลไปตามที่ลุ่ม ย่อมยังซอกเขา ลำธารและห้วยให้เต็มซอกเขา ลำธารและห้วยเต็มแล้ว ย่อมยังหนองให้เต็ม หนองเต็มแล้วย่อมยังบึงให้เต็ม บึงเต็มแล้ว ย่อมยังแม่น้ำน้อยให้เต็ม แม่น้ำน้อยเต็มแล้วย่อมยังแม่น้ำใหญ่ให้เต็ม แม่น้ำใหญ่เต็มแล้ว ย่อมยังสมุทรสาครให้เต็มแม้ฉันใด กาล ๔ นี้ อันบุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้เป็นไปโดยชอบย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะโดยลำดับ ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯ
จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีทุจฺจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ มุสาวาโท ปิสุณา วาจา ผรุสา วาจา สมฺผปฺปลาโป อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีทุจฺจริตานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉนคือ พูดเท็จ ๑พูดส่อเสียด ๑ พูดคำหยาบ ๑ พูดเพ้อเจ้อ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายวจีทุจริต ๔ ประการนี้แล ฯ
จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว วจีสุจริตานิ กตมานิ จตฺตาริ สจฺจวาจา อปิสุณวาจา สณฺหวาจา มนฺตาภาสา ๓ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ วจีสุจริตานีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ พูดจริง ๑พูดไม่ส่อเสียด ๑ พูดอ่อนหวาน ๑ พูดด้วยปัญญา ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้แล ฯ
จตฺตาโรเม ภิกฺขเว สารา กตเม จตฺตาโร สีลสาโร สมาธิสาโร ปญฺญาสาโร วิมุตฺติสาโร อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร สาราติ ฯ
อาภาวคฺโค ปญฺจโม ฯ
ตติโย ปณฺณาสโก นิฏฺฐิโต ฯ
[๔]
จตุตฺถปณฺณาสโก
อินฺทฺริยวคฺโค ปฐโม
๑ โป. ม. ยุ. ตํ ฯ ๒ ม. สมุทฺทํ ฯ ๓ ม มนฺตภาสา ฯ ๔ ม. ยุ.
ตสฺสุทฺทานํ
อาภา ปภา จ อาโลกา โอภาสา เจว ปชฺโชตา
เทฺว กาลา จริตา เทฺว จ โหนฺติ สาเรน เต ทสาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สาระ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ สีลสาระ ๑สมาธิสาระ ๑ ปัญญาสาระ ๑ วิมุตติสาระ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สาระ ๔ ประการนี้แล ฯ
จบอาภาวรรคที่ ๕
จบตติยปัณณาสก์
End of ๕. อาภาวรรค