arnon.worldSign in

วลาหกวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 101–110 (Royal Thai)1/5 in ตติยปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ตติยปัณณาสก์

วลาหกวรรคที่ ๑

วลาหกสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค วลาหกสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ จตฺตาโรเม ภิกฺขเว วลาหกา กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาสิตา โหติ โน กตฺตา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล กตฺตา โหติ โน ภาสิตา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก วสฺสิตา โน คชฺชิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ภาสิตา โหติ โน กตฺตา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาสิตา จ โหติ กตฺตา จ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา จ [๑] วสฺสิตา จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่าดูกรภิกษุทั้งหลายวลาหก (เมฆ) ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ วลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ ให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่าง ๑ ไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ คำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่าง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหก ๔ อย่างนี้แล ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจวลาหกคำรามไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามจำพวก ๑ ดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยจำพวก ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ชอบพูดแต่ไม่ชอบทำ บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใดเรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตกแต่ไม่คำรามอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ทำ แต่ไม่ชอบพูด บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำราม แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจวลาหกไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เป็นคนไม่ชอบพูดทั้งไม่ชอบทำ บุคคลเป็นดุจวลาหกไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย

วลาหกไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ชอบพูดด้วยชอบทำด้วยบุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยวลาหก๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๑

วลาหกสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค วลาหกสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว วลาหกา กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร คชฺชิตา โน วสฺสิตา วสฺสิตา โน คชฺชิตา เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ

อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ โน คชฺชิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก วสฺสิตา โน คชฺชิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว วลาหโก คชฺชิตา จ [๑] วสฺสิตา จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ ยุ. โหติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหก ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ วลาหกคำราม

แต่ไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ ให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่าง ๑ ทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่าง ๑ คำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่าง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายวลาหก ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกไม่คำราม แต่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกจำพวก ๑ ดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ เล่าเรียนธรรม คือ

สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถาอุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ เขาไม่รู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำราม แต่ไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใดเรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ได้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ แต่เขารู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกให้ฝนตก แต่ไม่คำรามอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกให้ฝนตกแต่ไม่คำราม แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเป็นดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ไม่ได้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ ทั้งเขาไม่รู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกทั้งไม่คำรามทั้งไม่ให้ฝนตก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ... เวทัลละ ทั้งเขารู้ทั่วถึงตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจวลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย วลาหกคำรามด้วยให้ฝนตกด้วย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๒

กุมภสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค กุมภสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กุมฺภา กตเม จตฺตาโร ตุจฺโฉ ปิหิโต ปูโร วิวโฏ ตุจฺโฉ วิวโฏ ปูโร ปิหิโต อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กุมฺภา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม กุมฺภูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร ตุจฺโฉ ปิหิโต ปูโร วิวโฏ ตุจฺโฉ วิวโฏ ปูโร ปิหิโต ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ ปิหิโต อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ

ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ ปิหิโต เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว กุมฺโภ ตุจฺโฉ ปิหิโต ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปูโร โหติ วิวโฏ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปูโร โหติ วิวโฏ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว กุมฺโภ ปูโร วิวโฏ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ วิวโฏ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ วิวโฏ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว กุมฺโภ ตุจฺโฉ วิวโฏ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปูโร โหติ ปิหิโต อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปูโร โหติ ปิหิโต เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว กุมฺโภ ปูโร ปิหิโต ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร กุมฺภูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ ยุ. โหติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย หม้อ ๔ ชนิดนี้ ๔ ชนิดเป็นไฉน คือ หม้อเปล่าปิดชนิด ๑หม้อเต็มเปิดชนิด ๑ หม้อเปล่าเปิดชนิด ๑ หม้อเต็มปิดชนิด ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย หม้อ ๔ ชนิดนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันบุคคลเปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก

๔ จำพวกเป็นไฉน คือบุคคลดุจหม้อเปล่าปิดจำพวก ๑ ดุจหม้อเต็มเปิดจำพวก ๑ ดุจหม้อเปล่าเปิดจำพวก ๑ ดุจหม้อเต็มปิดจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหม้อเปล่าปิดอย่างไรการก้าว การถอย การเหลียว การแล การคู้ การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ล้วนแต่น่าเลื่อมใส แต่เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจหม้อเปล่าปิดอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หม้อเปล่าปิด แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหม้อเต็มเปิดอย่างไร การก้าว การถอย การเหลียว การแล การคู้การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่น่าเลื่อมใส แต่เขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธนี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจหม้อเต็มเปิดอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายหม้อเต็มเปิด แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจหม้อเปล่าเปิดอย่างไร การก้าว การถอย การเหลียว การแล การคู้การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ไม่น่าเลื่อมใส ทั้งเขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัยนี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาบุคคลเป็นดุจหม้อเปล่าเปิดอย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย หม้อเปล่าเปิด แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหม้อเต็มปิดอย่างไร การก้าว การถอย การเหลียว การแล การคู้ การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้น่าเลื่อมใส ทั้งเขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจหม้อเต็มปิดอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หม้อเต็มปิด แม้ฉันใด

เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยหม้อ ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๓

อุทกรหทสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค อุทกรหทสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อุทกรหทา กตเม จตฺตาโร อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อุทกรหทา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อุตฺตาโน คมฺภีโรกาโส คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ

ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ

ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส8 ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อุทกรหโท คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำ ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ ห้วงน้ำตื้น

เงาลึกอย่าง ๑ ห้วงน้ำลึกเงาตื้นอย่าง ๑ ห้วงน้ำตื้นเงาตื้นอย่าง ๑ห้วงน้ำลึกเงาลึกอย่าง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำ ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจห้วงน้ำตื้นเงาลึกจำพวก ๑ดุจห้วงน้ำลึกเงาตื้นจำพวก ๑ ดุจห้วงน้ำตื้นเงาตื้นจำพวก ๑ ดุจห้วงน้ำลึกเงาลึกจำพวก ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำตื้นเงาลึกอย่างไร การก้าว การถอยการเหลียว การแลการคู้ การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ล้วนน่าเลื่อมใสแต่เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำตื้นเงาลึกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำตื้นเงาลึก แม้ฉันใดเรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำลึกเงาตื้นอย่างไร การก้าว ฯลฯ การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่น่าเลื่อมใส แต่เขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัยนี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำลึกเงาตื้นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำลึกเงาตื้น แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำตื้นเงาตื้นอย่างไร การก้าว ฯลฯการทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่น่าเลื่อมใสทั้งเขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำตื้นเงาตื้นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายห้วงน้ำตื้นเงาตื้น แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจห้วงน้ำลึกเงาลึกอย่างไร การก้าว ฯลฯ การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ล้วนน่าเลื่อมใส ทั้งเขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์

นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาบุคคลเป็นดุจห้วงน้ำลึกเงาลึกอย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย ห้วงน้ำลึกเงาลึกแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเปรียบด้วยห้วงน้ำ ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๔

อัมพสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค อัมพสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว อมฺพานิ กตมานิ จตฺตาริ อามํ ปกฺกวณฺณี ๑ ปกฺกํ อามวณฺณี อามํ อามวณฺณี ปกฺกํ ปกฺกวณฺณี อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อมฺพานิ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม อมฺพูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อาโม ปกฺกวณฺณี ปกฺโก อามวณฺณี อาโม อามวณฺณี ปกฺโก ปกฺกวณฺณี ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาโม โหติ ปกฺกวณฺณี อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ ฯ

โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาโม โหติ ปกฺกวณฺณี เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว อมฺพํ อามํ ปกฺกวณฺณี ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ อามวณฺณี อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ( ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ

ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ อามวณฺณี เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว อมฺพํ ปกฺกํ อามวณฺณี ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาโม โหติ อามวณฺณี อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาโม โหติ อามวณฺณี เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว อมฺพํ อามํ อามวณฺณี ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ ปกฺกวณฺณี อิธ ภิกฺขเว เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมฺมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ ปกฺกวณฺณี เสยฺยถาปิ ตํ ภิกฺขเว อมฺพํ ปกฺกํ ปกฺกวณฺณี ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อมฺพูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ๑ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. ปกฺกวณฺณิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วง ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างเป็นไฉน คือ มะม่วงดิบ

ผิวสุกอย่าง ๑ มะม่วงสุกผิวดิบอย่าง ๑ มะม่วงดิบผิวดิบอย่าง ๑มะม่วงสุกผิวสุกอย่าง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วง ๔ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจมะม่วงดิบผิวสุกจำพวก ๑ดุจมะม่วงสุกผิวดิบจำพวก ๑ ดุจมะม่วงดิบผิวดิบจำพวก ๑ ดุจมะม่วงสุกผิวสุกจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจมะม่วงดิบผิวสุกอย่างไร การก้าวการถอย การเหลียว การแลการคู้ การเหยียด การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวรของบุคคลบางคนในโลกนี้ ล้วนน่าเลื่อมใสแต่เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาบุคคลเป็นดุจมะม่วงดิบผิวสุกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วงดิบผิวสุก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจมะม่วงสุกผิวดิบอย่างไร การก้าว ฯลฯ

การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่น่าเลื่อมใส แต่เขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจมะม่วงสุกผิวดิบอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วงสุกผิวดิบ แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจมะม่วงดิบผิวดิบอย่างไรการก้าว ฯลฯ การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่น่าเลื่อมใส ทั้งเขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธนี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา บุคคลเป็นดุจมะม่วงดิบผิวดิบอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วงดิบผิวดิบ แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจมะม่วงสุกผิวสุกอย่างไร การก้าว ฯลฯ การทรงสังฆาฏิ บาตรและจีวร ของบุคคลบางคนในโลกนี้ น่าเลื่อมใส ทั้งเขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาบุคคลเป็นดุจมะม่วงสุกผิวสุกอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย มะม่วงสุกผิวสุกแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย

บุคคลเปรียบด้วยมะม่วง ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลกนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๕

มูสิกาสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค มูสิกาสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว มูสิกา กตมา จตสฺโส คาธํ กตฺตา โน วสิตา วสิตา โน คาธํ กตฺตา เนว คาธํ กตฺตา โน วสิตา คาธํ กตฺตา จ วสิตา จ อิมา โข ภิกฺขเว จตสฺโส มูสิกา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม มูสิกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร คาธํ กตฺตา โน วสิตา วสิตา โน คาธํ กตฺตา เนว คาธํ กตฺตา โน วสิตา คาธํ กตฺตา จ วสิตา จ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ

อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว มูสิกา คาธํ กตฺตา โน วสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล วสิตา โหติ โน คาธํ กตฺตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล

วสิตา โหติ โน คาธํ กตฺตา เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว มูสิกา วสิตา โน คาธํ กตฺตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว มูสิกา เนว คาธํ กตฺตา [๑] โน วสิตา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา จ โหติ วสิตา จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถํ อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ โส อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ยถาภูตํ ปชานาติ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา จ โหติ วสิตา จ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว มูสิกา คาธํ กตฺตา จ [๑] วสิตา จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร มูสิกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ อิโต ปรํ ฉฏฺฐสุตฺตํ นฏฺฐํ ขายติ ฯ ตถา หิ วุตฺตํ ตพฺพณฺณนายํ ปญฺจเม อามํ

ปกฺกวณฺณีติ อามกํ หุตฺวา โอโลเกนฺตานํ ปกฺกสทิสํ ขายติ ฯ เอวํ สพฺพปทานิ

ทฏฺฐพฺพานิ ฯ ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว ฯ สตฺตเม คาธํ วุจฺจติ วิสโย โย จ คาธํ ขนติ

น จ ตตฺถ วสติ โส คาธํ กตฺตา โน วสิตาติ วุจฺจตีติ ฯ ทิสฺสมานโปตฺถเกสุ

ปน ตํ นฏฺฐเมว โหติ ฯ

๑ ม. โหติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนู ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉนคือ หนูขุดรู

แต่ไม่อยู่จำพวก ๑ อยู่แต่ไม่ขุดรูจำพวก ๑ ไม่ขุดรูไม่อยู่จำพวก ๑ขุดรูด้วยอยู่ด้วยจำพวก ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนู ๔ จำพวกนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยหนู๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก๔ จำพวกเป็นไฉน คือ บุคคลดุจหนูขุดรูแต่ไม่อยู่จำพวก ๑ดุจหนูอยู่แต่ไม่ขุดรูจำพวก ๑ ดุจหนูไม่ขุดรูไม่อยู่จำพวก ๑ ดุจหนูขุดรูด้วยอยู่ด้วยจำพวก ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหนูขุดรูแต่ไม่อยู่อย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเล่าเรียนธรรมคือ สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ แต่เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

บุคคลเป็นดุจหนูขุดรูแต่ไม่อยู่อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนูขุดรูแต่ไม่อยู่ แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหนูอยู่แต่ไม่ขุดรูอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ (ไม่) เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ฯลฯ เวทัลละแต่เขาทราบชัดตามความเป็นจริงว่านี้ทุกข์ ฯลฯ บุคคลเป็นดุจหนูอยู่แต่ไม่ขุดรูอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนูอยู่แต่ไม่ขุดรู แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหนูไม่ขุดรูไม่อยู่อย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ฯลฯ เวทัลละ เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ บุคคลเป็นดุจหนูไม่ขุดรูไม่อยู่อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย หนูไม่ขุดรูไม่อยู่ แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหนูขุดรูด้วยอยู่ด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ ฯลฯ เวทัลละ ทั้งทราบชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาบุคคลเป็นดุจหนูขุดรูด้วยอยู่ด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย หนูขุดรูด้วยอยู่ด้วย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยหนู ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๗

พลิพัททสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค พลิพัททสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว พลิวทฺทา ๒ กตเม จตฺตาโร สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ ปรควจณฺโฑ โน สควจณฺโฑ สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ เนว สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร พลิวทฺทา ฯ เอวเมว ๓ โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม พลิวทฺทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ ปรควจณฺโฑ โน สควจณฺโฑ สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ เนว สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สควจณฺโฑ โหติ โน ปรควจณฺโฑ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สกปริสํ อุพฺเพเชตา ๔ โหติ โน ปรปริสํ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล สควจณฺโฑ โหติ โน ปรควจณฺโฑ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว พลิวทฺโท สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปรควจณฺโฑ โหติ โน สควจณฺโฑ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปรปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ โน สกปริสํ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล ปรควจณฺโฑ โหติ โน สควจณฺโฑ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว พลิวทฺโท ปรควจณฺโฑ โน สควจณฺโฑ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สควจณฺโฑ จ โหติ ปรควจณฺโฑ จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สกปริสญฺจ อุพฺเพเชตา โหติ ปรปริสญฺจ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล สควจณฺโฑ จ โหติ ปรควจณฺโฑ จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว พลิวทฺโท สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว สควจณฺโฑ โหติ โน ปรควจณฺโฑ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว สกปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ โน ปรปริสํ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว สควจณฺโฑ โหติ โน ปรควจณฺโฑ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว พลิวทฺโท เนว สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร พลิวทฺทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ ม. โหติ ฯ ๒ โป. พลิพทฺธา ฯ ม. พลีพทฺธา ฯ ๓ ยุ. เอวํ โข ฯ

๔ โป. อุพฺเพชิตา ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โคพลิพัท ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉนคือ โคเป็นผู้

ข่มเหงโคฝูงตน ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นจำพวก ๑ ข่มเหงโคฝูงอื่นไม่ข่มเหงโคฝูงตนจำพวก ๑ข่มเหงโคฝูงตนด้วย ข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยจำพวก ๑ไม่ข่มเหงโคฝูงตนด้วย ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายโคพลิพัท ๔ จำพวกนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน

บุคคลเปรียบด้วยโคพลิพัท ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือบุคคลดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตน ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นจำพวก ๑ ดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงอื่น ไม่ข่มเหงโคฝูงตนจำพวก ๑ ดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตนด้วยข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยจำพวก ๑ ดุจโคพลิพัทไม่ข่มเหงโคฝูงตนด้วย ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตนไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ยังบริษัทของตนให้หวาดเสียว ไม่ยังบริษัทของบุคคลคนอื่นให้หวาดเสียว บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตน

ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย โคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตน ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงอื่น ไม่ข่มเหงโคฝูงตนอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังบริษัทอื่นให้หวาดเสียว ไม่ยังบริษัทของตนให้หวาดเสียว บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงอื่น ไม่ข่มเหงโคฝูงตนอย่างนี้แล

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โคพลิพัทข่มเหงโคฝูงอื่น ไม่ข่มเหงโคฝูงตนแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตนด้วยข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังบริษัทของตนและบริษัทของบุคคลอื่นให้หวาดเสียว บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตนด้วย ข่มเหงโคฝูงอื่นด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายโคพลิพัทข่มเหงโคฝูงตนด้วย ข่มเหงโคฝูงอื่นด้วย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทไม่ข่มเหงโคฝูงตนไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่ยังบริษัทของตนและบริษัทของบุคคลอื่นให้หวาดเสียว บุคคลเป็นดุจโคพลิพัทไม่ข่มเหงโคฝูงตน ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย โคพลิพัทไม่ข่มเหงโคฝูงตน ไม่ข่มเหงโคฝูงอื่น แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยโคพลิพัท ๔จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบวรรคที่ ๘

รุกขสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค รุกขสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว รุกฺขา กตเม จตฺตาโร เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร เผคฺคุ สารปริวาโร สาโร เผคฺคุปริวาโร สาโร สารปริวาโร อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร รุกฺขา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม รุกฺขูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร เผคฺคุ สารปริวาโร สาโร เผคฺคุปริวาโร สาโร สารปริวาโร ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ เผคฺคุปริวาโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม ปริสาปิสฺส [๑] ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ เผคฺคุปริวาโร เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว รุกฺโข เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ สารปริวาโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม ปริสา จ ขฺวสฺส โหติ สีลวตี กลฺยาณธมฺมา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ สารปริวาโร เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว รุกฺโข เผคฺคุ สารปริวาโร ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สาโร โหติ เผคฺคุปริวาโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม ปริสา จ ขฺวสฺส โหติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล สาโร โหติ เผคฺคุปริวาโร เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว รุกฺโข สาโร เผคฺคุปริวาโร ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล สาโร โหติ สารปริวาโร อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม ปริสาปิสฺส โหติ สีลวตี กลฺยาณธมฺมา เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล สาโร โหติ สารปริวาโร เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว รุกฺโข สาโร สารปริวาโร ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร รุกฺขูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

๑ ม. ยุ. โหติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้ ๔ ชนิดนี้ ๔ ชนิดเป็นไฉน คือ ต้นไม้กะพี้มีไม้กะพี้เป็นบริวารชนิด ๑ ต้นไม้กะพี้มีไม้แก่นเป็นบริวารชนิด ๑ ต้นไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวารชนิด๑ ต้นไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารชนิด ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้ ๔ ชนิดนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันบุคคลเปรียบด้วยต้นไม้ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือบุคคลดุจไม้กะพี้มีไม้กะพี้เป็นบริวารจำพวก ๑ ดุจไม้กะพี้มีไม้แก่นเป็นบริวารจำพวก ๑ดุจไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวารจำพวก ๑ ดุจไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจไม้กะพี้มีไม้กะพี้เป็นบริวารอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม แม้บริษัทของเขาก็เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม บุคคลเป็นดุจไม้กะพี้มีไม้กะพี้เป็นบริวารอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้กะพี้มีไม้กะพี้เป็นบริวาร แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้ เปรียบฉันนั้น

ก็บุคคลเป็นดุจไม้กะพี้มีไม้แก่นเป็นบริวารอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม แต่บริษัทของเขาเป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรมบุคคลเป็นดุจไม้กะพี้มีไม้แก่นเป็นบริวารอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้กะพี้มีไม้แก่นเป็นบริวาร แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น

ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวารอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แต่บริวารของเขาเป็นคนทุศีล มีบาปธรรม บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวารอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้แก่นมีไม้กะพี้เป็นบริวาร แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แม้บริษัทของเขาก็เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม บุคคลเป็นดุจไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นไม้แก่นมีไม้แก่นเป็นบริวารแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลเปรียบด้วยต้นไม้ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๙

อาสีวิสสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ วลาหกวรรค อาสีวิสสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อาสีวิสา [๑] กตเม จตฺตาโร อาคตวิโส น โฆรวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาสีวิสา ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว จตฺตาโรเม อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม จตฺตาโร อาคตวิโส น โฆรวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส อาคตวิโส น โฆรวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ น อาคตวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ น อาคตวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส โฆรวิโส น อาคตวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ เอวํ โข ภิกฺขเว ปุคฺคโล เนว อาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส เสยฺยถาปิ โส ภิกฺขเว อาสีวิโส เนว อาคตวิโส น โฆรวิโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว จตฺตาโร อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ ฯ

วลาหกวคฺโค ปฐโม ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

เทฺว วลาหกกุมฺภา อุทกรหทา เทฺว โหนฺติ

อมฺพานิ มูสิกาพลิพทฺทา รุกฺขาอาสีวิเสน เต ทสาติ ฯ

_______________________

เกสีวคฺโค ทุติโย

๑ โป. โฆรวิสา ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษ ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉนคือ อสรพิษมี

พิษแล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ มีพิษร้ายพิษไม่แล่นจำพวก ๑ มีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยจำพวก ๑ มีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษ ๔ จำพวกนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลเปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน คือบุคคลดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่นจำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยจำพวก ๑ ดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายจำพวก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ แต่ความโกรธของเขานั้นไม่นอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้ายอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษแล่นพิษไม่ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่นอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่โกรธเนืองๆ ทีเดียว แต่ความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่นาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่นอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษร้ายพิษไม่แล่น แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยมีพิษร้ายด้วยอย่างไรบุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมโกรธเนืองๆ และความโกรธของเขานั้นนอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วยอย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษแล่นด้วยพิษร้ายด้วย

แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายอย่างไร บุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่โกรธเนืองๆ ทั้งความโกรธของเขานั้นก็ไม่นอนเนื่องอยู่นาน บุคคลเป็นดุจอสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้ายอย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย อสรพิษมีพิษไม่แล่นพิษไม่ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเปรียบด้วยอสรพิษ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบวลาหกวรรคที่ ๑

______

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. วลาหกสูตรที่ ๑ ๒. วลาหกสูตรที่ ๒

๓. กุมภสูตร ๔. อุทกรหทสูตร

๕.อุทกรหทสูตรที่ ๒ ๖. อัมพสูตร

๗. มูสิกาสูตร ๘. พลิพัททสูตร

๙. รุกขสูตร ๑๐. อาสีวิสสูตร ฯ

End of วลาหกวรรค