arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ · เทวทหวรรค

๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑ เล่ม ๑๘

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๑๖–๒๑๗ (Royal Thai)3/10 in เทวทหวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ปัคคัยหสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต ตติยปัณณาสก์ เทวทหวรรค ปัคคัยหสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 18 · Mahachula Volume 18 · Mahamakut Volume 28 · Chaloem Phrakiat Volume 18)

Pali (Siam Rath)

รูปารามา ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา รูปรตา รูปสมฺมุทิตา รูปวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา ๒ ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ ฯ สทฺทารามา ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา สทฺทรตา สทฺทสมฺมุทิตา สทฺทวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ ฯ คนฺธารามา รสารามา โผฏฺฐพฺพารามา ธมฺมารามา ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา ธมฺมรตา ธมฺมสมฺมุทิตา ธมฺมาวิปริณามวิราคนิโรธา ทุกฺขา ภิกฺขเว เทวมนุสฺสา วิหรนฺติ ฯ ตถาคโต จ โข ภิกฺขเว อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ รูปานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา น รูปาราโม น รูปรโต น รูปสมฺมุทิโต รูปวิณามวิปริราคนิโรธา สุโข ๑ ภิกฺขเว ตถาคโต วิหรติ ฯ สทฺทานํ คนฺธานํ รสานํ โผฏฺฐพฺพานํ ธมฺมานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา น ธมฺมาราโม น ธมฺมรโต น ธมฺมสมฺมุทิโต ธมฺมวิปริณามวิราคนิโรธา สุโข ภิกฺขเว ตถาคโต วิหรตีติ ๒ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา

๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ ๒ ม. ยุ. ทุกฺขํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดีเป็นผู้ยินดีแล้ว

ในรูป เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูป เพราะรูปแปรปรวน คลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เทวดาและมนุษย์เป็นผู้มีเสียงเป็นที่มายินดี ... เป็นผู้มีกลิ่นเป็นที่มายินดี ...

เป็นผู้มีรสเป็นที่มายินดี ... เป็นผู้มีโผฏฐัพพะเป็นที่มายินดี ... เป็นผู้มีธรรมารมณ์เป็นที่มายินดีเป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมารมณ์ เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ เพราะธรรมารมณ์แปรปรวนคลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ส่วนตถาคต ผู้เป็นอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้น ความดับไป คุณ โทษและอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งรูปทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ไม่เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดีแล้วในรูปไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูป เพราะรูปแปรปรวน คลายไปและดับไป ตถาคตย่อมอยู่เป็นสุขดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตผู้---เป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้นความดับไปคุณ โทษและอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งเสียง ... กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ...ธรรมารมณ์ ตามความเป็นจริง ย่อมไม่เป็นผู้มีธรรมารมณ์เป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมารมณ์ ไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ เพราะธรรมารมณ์แปรปรวนไป คลายไปและดับไป ตถาคตก็ย่อมอยู่เป็นสุข ฯ

ครั้นพระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ได้ตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ฯ

Pali (Siam Rath)

รูปา สทฺทา คนฺธา รสา ผสฺสา ธมฺมา จ เกวลา

อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา จ ยาวตตฺถีติ วุจฺจติ ฯ

สเทวกสฺส โลกสฺส เอเต โว สุขสมฺมตา

ยตฺถ เจ เต นิรุชฺฌนฺติ ตํ เตสํ ทุกฺขสมฺมตํ ฯ

สุขํ จ ๓ ทิฏฺฐมริเยภิ สกฺกายสฺส นิโรธนํ

ปจฺจนิกมิทํ โหติ สพฺพโลเกน ปสฺสตํ ฯ

ยํ ปเร สุขโต อาหุ ตทริยา อหุ ทุกฺขโต

ยํ ปเร ทุกฺขโต อาหุ ตทริยา สุขโต วิทู ฯ

ปสฺส ธมฺมํ ทุวิชานํ สมฺมูฬฺเหตฺถ อวิทฺทสุ

นิวุตานํ ตโม โหติ อนฺธกาโร อปสฺสตํ ฯ

สตญฺจ วิวฏํ โหติ อาโลโก ปสฺสตามิว

สนฺติเก น วิชานนฺติ มคฺคา ธมฺมสฺส อโกวิทา ฯ

ภวราคปเรเตหิ ภวโสตานุสาริภิ ๑

มารเธยฺยานุปนฺเนภิ นายํ ธมฺโม สุสมฺพุทฺโธ ๒ ฯ

โก นุ อญฺญตฺรมริเยภิ ปทํ สมฺพุทฺธมรหติ ๓

ยํ ปทํ สมฺมทญฺญาย ปรินิพฺพนฺติ อนาสวาติ ฯ ตติยํ ฯ

๑ ยุ. สุขํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. อิติสทฺโท น ทิสฺสติ ฯ

๓ ม. ยุ. จสทฺโท นตฺถิ ฯ

Royal Thai

รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์

ทั้งสิ้น อันน่าปรารถนา น่าใคร่และน่าพอใจ ที่กล่าวกันว่ามีอยู่ประมาณเท่าใด รูปารมณ์เป็นต้นเหล่านั้นนั่นแล เป็นสิ่งอันชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก สมมติว่าเป็นสุข ถ้าว่ารูปารมณ์เป็นต้นเหล่านั้นดับไปในที่ใดที่นั้น เทวดา และมนุษย์เหล่านั้นสมมติว่าเป็นทุกข์ ส่วนว่าพระอริยะเจ้าทั้งหลาย เห็นการดับสักกายะ (รูปารมณ์เป็นต้นที่บุคคลถือว่าเป็นของตน) ว่าเป็นสุข การเห็นของพระอริยะเจ้าทั้งหลายผู้เห็นอยู่นี้ย่อมเป็นข้าศึกกับชาวโลกทั้งปวง บุคคลเหล่าอื่นกล่าวสิ่งใดว่าเป็นสุขพระอริยะเจ้าทั้งหลายกล่าวสิ่งนั้นว่าเป็นทุกข์ บุคคลเหล่าอื่นกล่าวสิ่งใดว่าเป็นทุกข์ พระอริยะเจ้าทั้งหลายรู้แจ้งสิ่งนั้นว่าเป็นสุข เธอจงเห็นธรรมที่รู้ได้ยาก คนพาลผู้หลง ไม่รู้แจ้งในนิพพานนี้ ความมืดย่อมมีแก่บุคคลผู้ถูกนิวรณ์หุ้มห่อ เหมือนความมัวมนย่อมมีแก่บุคคลผู้ไม่เห็นนิพพานย่อมมีแก่สัตบุรุษ เหมือนแสงสว่างย่อมมีแก่บุคคลผู้เห็น ชนทั้งหลายแสวงหา ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมไม่รู้แจ้งนิพพานอันมีในที่ใกล้ธรรมนี้อันบุคคลผู้ถูกความกำหนัดในภพครอบงำ ผู้แล่นไปตามกระแสตัณหาในภพ ผู้อันบ่วงแห่งมารท่วมทับไม่ตรัสรู้ได้ง่าย ใครหนอ เว้นจากพระอริยะเจ้าทั้งหลายแล้วย่อมควรเพื่อจะตรัสรู้นิพพานบท ที่พระอริยะเจ้าทั้งหลายรู้โดยชอบ เป็นผู้ไม่มีอาสวะปรินิพพาน ฯ

จบสูตรที่ ๓

End of ๓. ปัคคัยหสูตร ที่ ๑