arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · วังคีสสังยุต

๔. อานันทสูตร เล่ม ๑๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๓๕–๗๓๗ (Royal Thai)4/12 in วังคีสสังยุต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จตุตฺถํ อานนฺทสุตฺตํ

อานันทสูตรที่ ๔

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค วังคีสสังยุต อานันทสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 25 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

Pali (Siam Rath)

เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ อายสฺมตา วงฺคีเสน ปจฺฉาสมเณน ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต วงฺคีสสฺส อนภิรติ อุปฺปนฺนา โหติ ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ที่พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ฯ

ครั้งนั้นแล ในเวลาเช้า ท่านพระอานนท์นุ่งห่มแล้วถือบาตรและจีวร เข้าไปเที่ยวบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี มีท่านพระวังคีสะเป็นปัจฉาสมณะ ก็โดยสมัยนั้นแล ความกระสันได้เกิดขึ้น ความกำหนัดย่อมรบกวนจิตของท่านพระวังคีสะ ฯ

Pali (Siam Rath)

อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ

กามราเคน ฑยฺหามิ จิตฺตํ เม ปริฑยฺหติ

สาธุ นิพฺพาปนํ พฺรูหิ อนุกมฺปาย โคตมาติ ฯ

๑ ยุ. ธมฺมรโตติ ฯ ๒ ม. ปหิตตฺตํ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะได้กล่าวกะท่านพระอานนท์ด้วยคาถาว่าข้าพเจ้าเร่าร้อนเพราะกามราคะ จิตของข้าพเจ้ารุ่มร้อน ขอท่านจงบอกวิธีเป็นเครื่องดับราคะ เพื่ออนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด ท่านผู้โคดม ฯ

ท่านพระอานนท์จึงกล่าวว่า

Pali (Siam Rath)

สญฺญาย วิปริเยสา จิตฺตนฺเต ปริฑยฺหติ

นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ สุภํ ราคูปสญฺหิตํ

สงฺขาเร ปรโต ปสฺส ทุกฺขโต มา จ อตฺตโต

นิพฺพาเปหิ มหาราคํ มา ฑยฺหิตฺโถ ปุนปฺปุนํ

อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ

สติ กายคตา ตฺยตฺถุ นิพฺพิทาพหุโล ภว

อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ มานานุสยมุชฺชห

ตโต มานาภิสมยา อุปสนฺโต จริสฺสสีติ ฯ

Royal Thai

จิตของท่านรุ่มร้อน เพราะสัญญาอันวิปลาส ท่านจงละเว้นนิมิตอันสวยงาม อันเป็นที่ตั้งแห่งราคะเสีย ท่านจงเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของแปรปรวน โดยเป็นทุกข์และอย่าเห็นโดยความเป็นตนท่านจงดับราคะอันแรงกล้าท่านจงอย่าถูกราคะเผาผลาญบ่อยๆ ท่านจงเจริญจิตในอสุภกัมมัฏฐาน ให้เป็นจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวตั้งมั่นด้วยดีเถิด ท่านจงมีกายคตาสติ ท่านจงเป็นผู้มากด้วยความหน่าย ท่านจงเจริญความไม่มีนิมิต และจงถอนมานานุสัยเสีย เพราะการรู้เท่าถึงมานะ ท่านจักเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไป ดังนี้ ฯ

End of ๔. อานันทสูตร