พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สักกสังยุต · ปฐมวรรค
๘. วิโรจนอสุรินทสูตร เล่ม ๑๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๘๙๐–๘๙๔ (Royal Thai)8/10 in ปฐมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุต ปฐมวรรค วิโรจนอสุรินทสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 25 · Chaloem Phrakiat Volume 15)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 15, pp. 384–385
๘. เวโรจนอสุรินทสูตร
ว่าด้วยจอมอสูรกับท้าวสักกะสำแดงคำสุภาษิต
{๘๙๐} [๒๕๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ก็สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับพักผ่อนอยู่ที่พักกลางวันครั้งนั้นแล ท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพกับท้าวเวโรจนะจอมอสูร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ยืนพิงบานพระทวารองค์ละข้าง
{๘๙๑} ลำดับนั้นแล ท้าวเวโรจนะจอมอสูรได้ตรัสคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
เป็นชายควรพยายามรํ่าไปจนกว่าประโยชน์จะสำเร็จ ประโยชน์จะงดงามได้ด้วยความสำเร็จ นี้เป็นถ้อยคำของเวโรจนะ
{๘๙๒} ท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพตรัสว่า
เป็นชายควรพยายามรํ่าไปจนกว่าประโยชน์จะสำเร็จ ประโยชน์ทั้งหลายจะงดงามได้ด้วยความสำเร็จ ประโยชน์อื่นที่ยิ่งกว่าขันติไม่มี
{๘๙๓} ท้าววิโรจนะจอมอสูรตรัสว่า
สรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมมีหน้าที่ในสิ่งนั้นๆ ตามสมควร ส่วนการอยู่ร่วมกันของสรรพสัตว์ทั้งปวง เป็นเพียงการเกี่ยวข้องกันเท่านั้น ประโยชน์ทั้งหลายจะงดงามได้ด้วยความสำเร็จ นี้เป็นถ้อยคำของเวโรจนะ
{๘๙๔} ท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพตรัสว่า
สรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมมีหน้าที่ในสิ่งนั้น ๆ ตามสมควร ส่วนการอยู่ร่วมกันของสรรพสัตว์ทั้งปวง เป็นเพียงการเกี่ยวข้องกันเท่านั้น ประโยชน์ทั้งหลายจะงดงามได้ด้วยความสำเร็จ ไม่มีประโยชน์อื่นยิ่งกว่าขันติ
๙. อรัญญกายตนอิสิสูตร
ว่าด้วยกลิ่นของผู้มีศีล
{๘๙๕} [๒๕๕] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤๅษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรม หลายท่านด้วยกันอาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงบังด้วยใบไม้ในราวป่า ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพกับท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้เสด็จเข้าไปหาฤๅษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นถึงที่อยู่
{๘๙๖} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรสวมรองเท้าหนาหลายชั้น สะพายพระขรรค์ มีผู้กั้นร่มให้ เข้าไปสู่อาศรมทางประตูพิเศษ แล้วเข้าไปใกล้ฤๅษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นห่างไปถึงวา ส่วนท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพทรงถอดฉลองพระบาท ประทานพระขรรค์ให้แก่ผู้อื่น รับสั่งให้ลดฉัตร เสด็จเข้าไปสู่อาศรมทางประตูธรรมดา ทรงยืนประคองอัญชลี นมัสการฤๅษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นอยู่ใต้ลม{๘๙๗} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้น ฤๅษีผู้มีศีลมีกัลยาณธรรมเหล่านั้นได้ กล่าวกะท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพด้วยคาถาว่า
กลิ่นของฤๅษีผู้บำเพ็ญพรตมานานย่อมออกจากกายฟุ้งไปตามลม ดูก่อนท้าวสหัสนัยน์ ขอมหาบพิตรถอยไป จากที่นี้ กลิ่นของพวกฤๅษีเหม็น มหาบพิตร
End of ๘. วิโรจนอสุรินทสูตร