พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อานาปานสังยุต · เอกธรรมวรรค
กัปปินสูตร เล่ม ๑๙
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๒๑–๑๓๒๖ (Royal Thai)7/10 in เอกธรรมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อานาปานสังยุต เอกธรรมวรรค กัปปินสูตร (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 31 · Chaloem Phrakiat Volume 19)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 19, pp. 477–478
๗. มหากัปปินสูตร
ว่าด้วยพระมหากัปปินะเจริญอานาปานสติสมาธิ
{๑๓๒๑} [๙๘๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี ...
{๑๓๒๒} ก็สมัยนั้นแล ท่านพระมหากัปปินะนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทอดพระเนตรเห็นท่านพระมหากัปปินะนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า จึงได้ตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นร่างกายภิกษุนั่นไหวหรือเอียงบ้างไหม”{๑๓๒๓} ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เวลาใดพวกข้าพระองค์เห็นท่านผู้มีอายุนั้นนั่งอยู่ในท่ามกลางสงฆ์ หรือนั่งในที่ลับรูปเดียว เวลานั้น พวกข้าพระองค์มิได้เห็นกายของท่านผู้มีอายุนั้นไหวหรือเอียงเลย”{๑๓๒๔} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดีย่อมไม่มี เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งสมาธิใด ภิกษุนั้นเป็นผู้ได้สมาธินั้น ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก{๑๓๒๕} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดี ย่อมไม่มีเพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งสมาธิอะไร เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งอานาปานสติสมาธิดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่ออานาปานสติสมาธิอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างไร ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดีย่อมไม่มี
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้อยู่ในป่าก็ดีอยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ที่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก (พึงขยายเนื้อความให้พิสดารจนกระทั่งถึงย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณาเห็นปฏินิสสัคคะหายใจเข้า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณาเห็นปฏินิสสัคคะหายใจออก){๑๓๒๖} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่ออานาปานสติสมาธิอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดีย่อมไม่มี”
๘. ปทีโปปมสูตร
ว่าด้วยอานิสงส์แห่งการเจริญอานาปานสติสมาธิ
{๑๓๒๗} [๙๘๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธิอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
{๑๓๒๘} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็อานาปานสติสมาธิอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างไร ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ที่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก ... (พึงขยายเนื้อความให้พิสดารจนกระทั่งถึงย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณาเห็นปฏินิสสัคคะหายใจเข้า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณา เห็นปฏินิสสัคคะหายใจออก) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่ออานาปานสติสมาธิ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างนี้แล ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
End of กัปปินสูตร