พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย อานาปานสังยุต · เอกธรรมวรรค
อริฏฐสูตร เล่ม ๑๙
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๑๗–๑๓๒๐ (Royal Thai)6/10 in เอกธรรมวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อานาปานสังยุต เอกธรรมวรรค อริฏฐสูตร (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 31 · Chaloem Phrakiat Volume 19)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 19, pp. 476–477
๖. อริฏฐสูตร
ว่าด้วยพระอริฏฐะเจริญอานาปานสติ
{๑๓๑๗} [๙๘๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี ...
{๑๓๑๘}ณ ที่นี้แล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเจริญอานาปานสติกันหรือหนอ”
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้วท่านพระอริฏฐะได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญอานาปานสติอยู่”
“ดูก่อนอริฏฐะ ก็เธอเจริญอานาปานสติอย่างไรเล่า”
{๑๓๑๙} “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กามฉันท์(ความพอใจรักใคร่กาม)ในกามที่ล่วงไปข้าพระองค์ละได้แล้ว กามฉันท์ในกามที่ยังไม่มาถึงของข้าพระองค์ไปปราศแล้วปฏิฆสัญญา(ความกำหนดหมายว่าขัดเคืองใจ)ในธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นภายใน ทั้งที่เป็นภายนอกข้าพระองค์กำจัดเสียแล้ว ข้าพระองค์มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์เจริญอานาปานสติอย่างนี้แล”{๑๓๒๐} “ดูก่อนอริฏฐะ อานาปานสตินั้นมีอยู่ เราไม่ได้กล่าวว่าไม่มี ก็แต่ว่าอานาปานสติย่อมบริบูรณ์โดยกว้างขวางด้วยวิธีใด เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดีถึงวิธีนั้น เราจะบอกให้”
ท่านพระอริฏฐะทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า “ดูก่อนอริฏฐะ ก็อานาปานสติย่อมบริบูรณ์โดยกว้างขวางอย่างไรเล่า ดูก่อนอริฏฐะ ภิกษุในธรรมวินัยนี้อยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ที่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก ... ย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณาเห็นปฏินิสสัคคะหายใจเข้า ย่อมสำเหนียกว่า เราจักพิจารณาเห็นปฏินิสสัคคะหายใจออก ดูก่อนอริฏฐะ อานาปานสติย่อมบริบูรณ์โดยกว้างขวางอย่างนี้แล”
๗. มหากัปปินสูตร
ว่าด้วยพระมหากัปปินะเจริญอานาปานสติสมาธิ
{๑๓๒๑} [๙๘๓] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี ...
{๑๓๒๒} ก็สมัยนั้นแล ท่านพระมหากัปปินะนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทอดพระเนตรเห็นท่านพระมหากัปปินะนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า จึงได้ตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นร่างกายภิกษุนั่นไหวหรือเอียงบ้างไหม”{๑๓๒๓} ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เวลาใดพวกข้าพระองค์เห็นท่านผู้มีอายุนั้นนั่งอยู่ในท่ามกลางสงฆ์ หรือนั่งในที่ลับรูปเดียว เวลานั้น พวกข้าพระองค์มิได้เห็นกายของท่านผู้มีอายุนั้นไหวหรือเอียงเลย”{๑๓๒๔} พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดีย่อมไม่มี เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งสมาธิใด ภิกษุนั้นเป็นผู้ได้สมาธินั้น ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก{๑๓๒๕} ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดี ย่อมไม่มีเพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งสมาธิอะไร เพราะเจริญ เพราะทำให้มากซึ่งอานาปานสติสมาธิดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่ออานาปานสติสมาธิอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วอย่างไร ความไหวหรือความเอียงแห่งกายก็ดี ความหวั่นไหวหรือความกวัดแกว่งแห่งจิตก็ดีย่อมไม่มี
End of อริฏฐสูตร