พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย · สุญญตวรรค
๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร เล่ม ๑๔
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๘๐–๓๘๗ (Royal Thai)4/10 in สุญญตวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พกฺกุลตฺเถรจฺฉริยพฺภูตสุตฺตํ ๑
๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร (๑๒๔)
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ สุญญตวรรค พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร (Royal Thai Volume 14 · Mahachula Volume 14 · Mahamakut Volume 23 · Chaloem Phrakiat Volume 14)
เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา พกฺกุโล ๒ ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อเจโล กสฺสโป อายสฺมโต พกฺกุลสฺส ปุราณคิหิสหาโย เยนายสฺมา พกฺกุโล เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา พกฺกุเลน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อเจโล กสฺสโป อายสฺมนฺตํ พกฺกุลํ เอตทโวจ กีวจิรํ ปพฺพชิโตสิ อาวุโส พกฺกุลาติ ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺสาติ ฯ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ เมถุโน ธมฺโม ปฏิเสวิโตติ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง ท่านพระพักกุลเถระอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเคยเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่ออเจละ กัสสป ผู้เป็นสหายของท่านพระพักกุละ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ในกาลก่อน เข้าไปหาท่านพระพักกุละถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ทักทายปราศรัยกับท่านพระพักกุละ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วได้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวกะท่านพระพักกุละดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ท่าน บวชมานานเท่าไรแล้ว ฯ
ท่านพระพักกุละตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เราบวชมา ๘๐ พรรษาแล้ว ฯ
อเจล. ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ชั่ว ๘๐ ปีนี้ ท่านเสพเมถุนธรรมกี่ครั้ง ฯ
น โข มํ อาวุโส กสฺสป เอวํ ปุจฺฉิตพฺพํ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ เมถุโน ธมฺโม ปฏิเสวิโตติ เอวญฺจ โข มํ อาวุโส กสฺสป ปุจฺฉิตพฺพํ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ กามสญฺญา อุปฺปนฺนปุพฺพาติ ฯ [๓] อสีติ เม อาวุโส ๔ วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ กามสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพนฺติ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ กามสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ พฺยาปาทสญฺญํ ... วิหึสาสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ วิหึสาสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ
๑ ยุ. พกฺกุลสุตฺตนฺติ ทิสฺสติ ฯ ๒ โป. พกุโล ม. พากุโล ฯ ๓ ยุ. เอตฺถนฺตเร
อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ กามสญฺญา
อุปฺปนฺนปุพฺพาตีติ ทิสฺสติ ฯ ๔ กสฺสป ฯ
พักกุล. ดูกรกัสสปผู้มีอายุ ท่านไม่ควรถามเราอย่างนั้นเลยแต่ควรจะถามเราอย่างนี้ว่า ก็ชั่ว ๘๐ ปีนี้ กามสัญญาเคยเกิดขึ้นแก่ท่านกี่ครั้งดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้สึกกามสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกกามสัญญาเคยเกิดขึ้น ชั่วเวลา ๘๐ พรรษา นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละประการหนึ่ง ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก พยาบาทสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกพยาบาทสัญญาเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา๘๐ พรรษา นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ
ประการหนึ่ง ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก วิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกวิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐พรรษา นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละประการหนึ่ง ฯ
อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ กามวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ กามวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ พฺยาปาทวิตกฺกํ ... วิหึสาวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ วิหึสาวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกกามวิตกเคยเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกกามวิตกเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐ พรรษา นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละประการหนึ่ง ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก พยาบาทวิตก ...
วิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกวิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐ พรรษา นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละประการหนึ่ง ฯ
อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ คหปติจีวรํ สาทิตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานามิ คหปติจีวรํ สาทิตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ สตฺเถน จีวรํ ฉินฺทิตา ... นาภิชานามิ สูจิยา จีวรํ สิพฺพิตา ... นาภิชานามิ รชนาย จีวรํ รชิตา ... นาภิชานามิ กฐิเน จีวรํ สิพฺพิตา ... นาภิชานามิ สพฺรหฺมจารีนํ ๑ จีวรกมฺมํ วิจาริตา ... นาภิชานามิ นิมนฺตนํ สาทิตา ... นาภิชานามิ เอวรูปํ จิตฺตํ อุปฺปนฺน- ปุพฺพํ อโห วต มํ โกจิ นิมนฺเตยฺยาติ ฯเปฯ
นาภิชานามิ อนฺตรฆเร นิสีทิตา ... นาภิชานามิ อนฺตรฆเร ภุญฺชิตา ... นาภิชานามิ มาตุคามสฺส อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตํ คเหตา ... นาภิชานามิ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทสิตา อนฺตมโส จตุปฺปทมฺปิ คาถํ ... นาภิชานามิ ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตา ... นาภิชานามิ ภิกฺขุนิยา ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ สิกฺขมานาย ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ สามเณราย ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ ปพฺพาเชตา ... นาภิชานามิ อุปสมฺปาเทตา ... นาภิชานามิ นิสฺสยํ เทตา ... นาภิชานามิ สามเณรํ อุปฏฺฐาเปตา ... นาภิชานามิ ชนฺตาฆเร นหายิตา ... นาภิชานามิ จุณฺเณน นหายิตา ... นาภิชานามิ สพฺรหฺมจาริคตฺตปริกมฺมํ ๑ สาทิตา ... นาภิชานามิ อาพาธํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ ... นาภิชานามิ เภสชฺชํ ปริหริตา ๒ อนฺตมโส หริตกีขณฺฑมฺปิ ... นาภิชานามิ อปสฺเสนกํ อปสยิตา ๓ ... นาภิชานามิ เสยฺยํ กปฺเปตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานามิ เสยฺยํ กปฺเปตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ
๑ ยุ. สพฺรหฺมจารี จีวรกมฺเม พฺยาปาริตา ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกยินดี
คหบดีจีวร ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกยินดีคหบดีจีวรชั่วเวลา ๘๐ พรรษานี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้จักใช้ ศาตราตัดจีวร ...
ไม่รู้จักใช้เข็มเย็บจีวร ... ไม่รู้จักใช้เครื่องย้อมจีวร ... ไม่รู้จักเย็บจีวรในสะดึง ... ไม่รู้จักจัดทำจีวรของเพื่อนภิกษุร่วมประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ... ไม่รู้สึกยินดีกิจนิมนต์ ... ไม่รู้สึกเคยเกิดจิตเห็นปานนี้ว่า ขอใครๆ พึงนิมนต์เราเถิด ... ไม่รู้จักนั่งในละแวกบ้าน ... ไม่รู้จักฉันอาหารในละแวกบ้าน ...ไม่รู้จักถือเอานิมิตของมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่มาตุคามแม้ที่สุดคาถา ๔ บาท ... ไม่รู้จักเข้าไปสู่สำนักของภิกษุณี ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่ภิกษุณี ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่สิกขมานา ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่สามเณรี ...ไม่รู้จักให้บรรพชา ...
ไม่รู้จักให้อุปสมบท ... ไม่รู้จักให้นิสสัย ... ไม่รู้จักใช้สามเณรอุปัฏฐาก ... ไม่รู้จักอาบน้ำในเรือนไฟ ... ไม่รู้จักใช้จุณอาบน้ำ ... ไม่รู้จักยินดีการนวดฟั้นตัวของเพื่อนภิกษุร่วมประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ... ไม่รู้จักเคยเกิดอาพาธที่สุดแม้ชั่วขณะรีดนมโคสำเร็จ ... ไม่รู้จักฉันยาที่สุดแม้ชิ้นเสมอ ... ไม่รู้จักอิงพนัก ... ไม่รู้จักสำเร็จการนอน ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้จักสำเร็จการนอนชั่วเวลา ๘๐ พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ
อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ คามนฺตเสนาสเน วสฺสํ อุปคนฺตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ คามนฺตเสนาสเน วสฺสํ อุปคนฺตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ สตฺตาหเมว โข อหํ อาวุโส สารโณ ๑ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชึ อถ อฏฺฐมิยํ อญฺญา อุทปาทิ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล สตฺตาหเมว สารโณ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชิ อถ อฏฺฐมิยํ อญฺญา อุทปาทิ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ
๑ ยุ. กมฺเม พฺยาปชฺชิตา ฯ ม. วิจาริตา ฯ ๒ ม. อุปหริตา ฯ ๓ ยุ. อปสฺเสตา ฯ
ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้จักจำพรรษาใน
เสนาสนะใกล้เขตบ้าน ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้จักจำพรรษาในเสนาสนะใกล้เขตบ้านชั่วเวลา ๘๐พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละประการหนึ่ง ฯ
พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เราได้เป็นผู้ยังมีกิเลสต้องรณรงค์ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อวันที่ ๘ พระอรหัตผลจึงเกิดขึ้น ฯ
อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ได้เป็นผู้ยังมีกิเลสต้องรณรงค์ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อวันที่ ๘ จึงเกิดพระอรหัตผลขึ้น นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่าเป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ
ลเภยฺยาหํ อาวุโส พกฺกุล อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปทนฺติ ฯ อลตฺถ โข อเจโล กสฺสโป อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปทํ ฯ อจิรูปสมฺปนฺโน โข ปนายสฺมา กสฺสโป เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต น จิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร โข ปนายสฺมา กสฺสโป อรหตํ อโหสิ ฯ
อเจล. ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ขอข้าพเจ้าพึงได้บรรพชา ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้เถิด ฯ
ปริพาชกชื่ออเจละ กัสสป ได้บรรพชา ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้แล้วแล ก็แหละท่านพระกัสสปอุปสมบทแล้วไม่นาน เป็นผู้ผู้เดียวหลีกออกไม่ประมาท มีความเพียรส่งตนไปในธรรมอยู่ ไม่ช้าเท่าไร ก็ได้เข้าถึงประโยชน์ที่กุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ อันไม่มี ประโยชน์อื่นยิ่งกว่า เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ทำให้แจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันอยู่ ได้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งกว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่
จบแล้วกิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แลท่านพระกัสสปได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งแล้ว ฯ
อถ โข อายสฺมา พกฺกุโล อปเรน สมเยน อปาปุรณํ อาทาย วิหาเรน วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อชฺช เม ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสตีติ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อปาปุรณํ อาทาย วิหาเรน วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อชฺช เม ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสตีติ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรมาติ ฯ
๑ โป. ม. สรโณ ฯ ยุ. สาโณ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ
ครั้นสมัยต่อมา ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆหลัง แล้ว
กล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา ฯ
ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหาร ทุกๆ หลัง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ
อถ โข อายสฺมา พกฺกุโล มชฺเฌ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสินฺนโก ปรินิพฺพายิ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล มชฺเฌ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสินฺนโก ปรินิพฺพายิ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรมาติ ฯ
พกฺกุลตฺเถรจฺฉริยพฺภูตสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ
ครั้งนั้นแล ท่านพระพักกุละ นั่งปรินิพพานแล้วในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ฯ
ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละนั่งปรินิพพานแล้วในท่าม กลางภิกษุสงฆ์นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่า อัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ
อีกประการหนึ่ง ฯ
จบ พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ที่ ๔
End of ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร