arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต · วรรคที่ ๕

๘. กัลยาณสูตร เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๗๗ (Royal Thai)8/10 in วรรคที่ ๕4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๘. กัลยาณสูตร

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๕ กัลยาณสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 45 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๘ กลฺยาณสีโล ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณธมฺโม กลฺยาณปญฺโญ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจติ ฯ

๑ กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณสีโล โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สีลวา โหติ ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณสีโล โหติ ฯ อิติ กลฺยาณสีโล ฯ ๒ กลฺยาณธมฺโม จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สตฺตตฺตึสโพธิปกฺขิกานํ ๑ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคมนุยุตฺโต วิหรติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณธมฺโม โหติ ฯ อิติ กลฺยาณสีโล กลฺยาณธมฺโม ฯ ๓ กลฺยาณปญฺโญ จ กถํ โหติ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ กลฺยาณปญฺโญ โหติ ฯ อิติ กลฺยาณสีโล กลฺยาณธมฺโม กลฺยาณปญฺโญ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจตีติ ฯ

ยสฺส กาเยน วาจาย มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ

ตํ เว กลฺยาณสีโลติ อาหุ ภิกฺขุํ หิรีมตํ ฯ

ยสฺส ธมฺมา สุภาวิตา ปตฺตสมฺโพธิคามิโน ๓

ตํ เว กลฺยาณธมฺโมติ อาหุ ภิกฺขุํ อนุสฺสทํ ฯ

โย ทุกฺขสฺส ปชานาติ อิเธว ขยมตฺตโน

ตํ เว กลฺยาณปญฺโญติ อาหุ ภิกฺขุํ อนาสวํ

เตหิ ธมฺเมหิ สมฺปนฺนํ อนีฆํ ฉินฺนสํสยํ

อสิตํ สพฺพโลกสฺส อาหุ สพฺพปหายินนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

๑ สํสารํ นาติวตฺตเร เอตมาทีนวํ ญตฺวา ฯ ๒ โป. สุสณฺฐิตา ฯ ม. ยุ. ปณฺฑิโต ฯ

๓ ม. ยุ. อาคนฺตา ฯ ๔ ม. ยุ. อฏฺฐกถายํ ชาติมรณคามิโน ฯ

๕ โป. ม. ยุ. ตติยภาณวารํ ฯ

๑ ม. ยุ. สตฺตนฺนํ โพธิปกฺขิยานํ ฯ ๒ โป. ม. หิรีมนํ ฯ

๓ ม. สตฺตสมฺโพธิคามิโน ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศีลงาม มีธรรมงาม มีปัญญางามเรากล่าวว่าเป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นบุรุษผู้สูงสุดในธรรมวินัยนี้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีศีลงามอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีลสำรวมแล้วด้วยความสำรวมในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจรมีปรกติเห็นภัยในโทษมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีศีลงามอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้มีศีลงามด้วยประการดังนี้ ฯ

ภิกษุเป็นผู้มีธรรมงามอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้ประกอบด้วยความเพียรในการเจริญโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการเนืองๆ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุเป็นผู้มีธรรมงามอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้มีศีลงาม มีธรรมงาม ด้วยประการดังนี้ ฯ

ภิกษุเป็นผู้มีปัญญางามอย่างไร ภิกษุในธรรมวินัยนี้กระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้มีปัญญางามอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้มีศีลงาม มีธรรมงาม มีปัญญางาม ด้วยประการดังนี้ เรากล่าวว่า เป็นพระอรหันตขีณาสพ อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นบุรุษสูงสุดในธรรมวินัยนี้ ฯ

ภิกษุใดไม่มีการทำชั่วด้วยกาย วาจา ใจ พระอริยเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น กล่าวภิกษุผู้มีหิรินั้นแลว่า ผู้มีศีลงาม ภิกษุใดเจริญดี

แล้ว ซึ่งธรรมทั้งหลายอันให้ถึงอริยมรรคญาณเป็นเครื่องตรัสรู้ดีที่ตนได้บรรลุแล้ว พระอริยเจ้าทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นกล่าวภิกษุผู้ไม่มีกิเลสเครื่องฟูขึ้นนั้นแลว่า ผู้มีธรรมอันงาม ภิกษุใดรู้ชัดซึ่งความสิ้นไปแห่งทุกข์ของตนในอัตภาพนี้แล พระอริยเจ้าทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น กล่าวภิกษุผู้ไม่มีอาสวะ สมบูรณ์ด้วยธรรมเหล่านั้น ผู้ไม่มีทุกข์

ตัดความสงสัยได้แล้ว ไม่อาศัยละกิเลสทั้งหมดในโลกทั้งปวงว่า ผู้

มีปัญญางาม ฯ

จบสูตรที่ ๘

End of ๘. กัลยาณสูตร