พระวินัยปิฎก มหาวรรค · อุโบสถขันธกะ
ปาติโมกขุเทศ ๕ เล่ม ๔
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖๗ (Royal Thai)6/14 in อุโบสถขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก มหาวรรค อุโบสถขันธกะ ปาติโมกขุเทศ ๕ (Royal Thai Volume 4 · Mahachula Volume 4 · Mahamakut Volume 6 · Chaloem Phrakiat Volume 4)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 4, pp. 265–268
ธรรม ๑ การทำอุโบสถเป็นวรรคโดยธรรม ๑ การทำอุโบสถที่พร้อมเพรียงโดยธรรม ๑
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในการทำอุโบสถ ๔ อย่างนั้น การทำอุโบสถเป็นวรรคโดยไม่เป็นธรรมนี้ใด การทำอุโบสถเห็นปานนั้นไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต
ในการทำอุโบสถ ๔ อย่างนั้น การทำอุโบสถที่พร้อมเพรียงโดยไม่เป็นธรรมนี้ใด การทำอุโบสถเห็นปานนั้นไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต
ในการทำอุโบสถ ๔ อย่างนั้น การทำอุโบสถเป็นวรรคโดยธรรมนี้ใด การทำอุโบสถเห็นปานนั้นไม่ควรทำ และเราก็ไม่อนุญาต
ในการทำอุโบสถ ๔ อย่างนั้น การทำอุโบสถที่พร้อมเพรียงโดยธรรมนี้ใด การทำอุโบสถเห็นปานนั้นควรทำ และเราก็อนุญาต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงทำในใจว่า ‘จักทำอุโบสถกรรมชนิดที่พร้อมเพรียงโดยธรรม’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล”
๑๑. ว่าด้วยการสวดปาติโมกข์ย่อเป็นต้น
ปาติโมกขุทเทส ๕
{๑๖๗} [๑๕๐] ครั้งนั้นแล ภิกษุทั้งหลายได้มีความสงสัยว่า “ปาติโมกขุทเทส การสวดปาติโมกข์มีเท่าไรหนอแล” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปาติโมกขุทเทสนี้มี ๕ คือ
ภิกษุสวดนิทาน จบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือโดยสุตบท นี้เป็นปาติโมกขุทเทสที่ ๑
สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ จบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือโดยสุตบท นี้เป็นปาติโมกขุทเทสที่ ๒
สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ สวดสังฆาทิเสส ๑๓ จบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือโดยสุตบท นี้เป็นปาติโมกขุทเทสที่ ๓
สวดนิทาน สวดปาราชิก ๔ สวดสังฆาทิเสส ๑๓ สวดอนิยต ๒ จบแล้ว พึงสวดอุทเทสที่เหลือโดยสุตบท นี้เป็นปาติโมกขุทเทสที่ ๔สวดโดยพิสดารทีเดียว เป็นปาติโมกขุทเทสที่ ๕
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปาติโมกขุทเทสมี ๕ นี้แล”
เรื่องทรงห้ามสวดปาติโมกข์ย่อ
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาต
การสวดปาติโมกข์ย่อไว้แล้ว จึงสวดปาติโมกข์ย่อทุกครั้ง ภิกษุทั้งหลายจึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งห้ามภิกษุทั้งหลายว่า
- ๑คำว่า นิทาน ในที่นี้หมายถึงคำเริ่มต้นในการสวดปาติโมกข์ซึ่งมีพระพุทธานุญาตกำหนดไว้เป็นแบบในข้อ ๑๓๔ (หน้า ๒๔๔ ในเล่มนี้ และดูคำอธิบายในข้อ ๑๓๕ หน้า ๒๔๕-๒๔๗ ในเล่มนี้)
- ๒พึงสวดอุทเทสที่เหลือโดยสุตบท หมายถึงการยกหัวข้อที่เป็นจำนวนสิกขาบทมาสวดย่อว่า “ท่านทั้งหลาย ธรรมคือปาราชิก ๔ สิกขาบท ฯลฯ ธรรมคืออธิกรณสมถะ ๗ ท่านทั้งหลายได้ฟังมาแล้ว ฯลฯ ไม่วิวาทกันศึกษาในสิกขาบทนั้นเถิด” โดยสอบถามยํ้าถึงความบริสุทธิ์ของแต่ละท่านในธรรมคือสิกขาบทนั้นๆ ก่อนแล้ว ซึ่งคำว่า โดยสุตบท ก็คือบทที่สวดว่า สุตา โข ปนายสฺมนฺเตหิ แปลว่า “ท่านทั้งหลายได้ฟังมาแล้ว” นั่นเองโดยสุตบทในอีก ๔ วิธีที่เหลือก็พึงทราบตามนัยนี้ เพียงแต่สวดจบอุทเทสใดแล้ว ก็ไม่ต้องสวดอุทเทสนั้นในสุตบทอีก (นัย วิ.อ. ๓/๑๓๑)
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ย่อ รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ”
ทรงอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ย่อเมื่อมีอันตราย
สมัยต่อมา ที่อาวาสแห่งหนึ่งแถบแคว้นโกศล ได้มีภัยคือความพลุกพล่านในวันอุโบสถ ภิกษุทั้งหลายไม่อาจสวดปาติโมกข์โดยพิสดารได้ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีอันตราย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ย่อได้”
ทรงห้ามสวดปาติโมกข์ย่อเมื่อไม่มีอันตราย
สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ แม้เมื่ออันตรายไม่มี ก็สวดปาติโมกข์ย่อ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งห้ามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อไม่มีอันตราย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ย่อ รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีอันตราย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ย่อได้
อันตรายในเรื่องนั้นเหล่านี้ คือ
๑. ราชันตราย พระราชาเสด็จมา
๒. โจรันตราย โจรมาปล้น
- ๑อันตราย ในที่นี้หมายถึงเหตุที่ทำให้ไม่ต้องสวดปาติโมกข์โดยพิสดาร
๓. อัคยันตราย ไฟไหม้
๔. อุทกันตราย น้ำหลากมา
๕. มนุสสันตราย คนมามาก
๖. อมนุสสันตราย ผีเข้าภิกษุ
๗. วาฬันตราย สัตว์ร้ายเข้ามา
๘. สิริงสปันตราย งูร้ายเลื้อยเข้ามา
๙. ชีวิตันตราย ภิกษุอาพาธหนักจะถึงมรณภาพ
๑๐. พรหมจริยันตราย มีอันตรายแก่พรหมจรรย์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดปาติโมกข์ย่อได้ในเพราะอันตรายเห็นปานนี้ เมื่อไม่มีอันตราย ให้สวดโดยพิสดาร”
ทรงห้ามแสดงธรรมท่ามกลางสงฆ์ก่อนได้รับอาราธนา
{๑๖๘} ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ไม่ได้รับอาราธนาแสดงธรรมในท่ามกลางสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งห้ามภิกษุทั้งหลายว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่ได้รับอาราธนาไม่พึงแสดงธรรมในท่ามกลางสงฆ์ รูปใดแสดง ต้องอาบัติทุกกฏดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้เถระแสดงธรรมเอง หรือ อาราธนาผู้อื่นให้แสดง”
- ๑มีอันตรายแก่พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงมีพวกชาวบ้านประสงค์จะให้ภิกษุรูปหนึ่งหรือหลายรูปลาสิกขา (วิ.อ. ๓/๑๓๑)
End of ปาติโมกขุเทศ ๕