พระวินัยปิฎก ปริวาร · สมุฏฐาน
ภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้น เล่ม ๘
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๒๓๐–๑๒๔๑ (Royal Thai)1/1 in สมุฏฐาน4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก ปริวาร สมุฏฐาน ภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้น (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 8, pp. 651–659
อัตถาปัตติสมุฏฐาน
ว่าด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติ
{๑๒๓๐} [๔๗๐] อาบัติที่ภิกษุไม่มีความจงใจต้อง มีความจงใจออก มีอยู่อาบัติที่ภิกษุมีความจงใจต้อง ไม่มีความจงใจออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุไม่มีความจงใจต้อง ไม่มีความจงใจออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีความจงใจต้อง มีความจงใจออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นกุศลต้อง มีจิตเป็นกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นกุศลต้อง มีจิตเป็นอกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นกุศลต้อง มีจิตเป็นอัพยากฤตออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอกุศลต้อง มีจิตเป็นกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอกุศลต้อง มีจิตเป็นอกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอกุศลต้อง มีจิตเป็นอัพยากฤตออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอัพยากฤตต้อง มีจิตเป็นกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอัพยากฤตต้อง มีจิตเป็นอกุศลออก มีอยู่
อาบัติที่ภิกษุมีจิตเป็นอัพยากฤตต้อง มีจิตเป็นอัพยากฤตออก มีอยู่
๑. ปาราชิก
{๑๒๓๑} <*> ถาม : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไรตอบ : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาถาม : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
- [๔๗๑] - ผู้รวบรวม
ตอบ : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจา เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มีถาม : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มีถาม : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
จบ ปาราชิก ๔ สิกขาบท
๒. สังฆาทิเสส
{๑๒๓๒} [๔๗๑]<*> ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจา
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถึงการจับต้องกายกับมาตุคามเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถึงการจับต้องกายกับมาตุคามเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจา
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้พูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
- [๔๗๒] - ผู้รวบรวม
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้พูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้กล่าวคุณแห่งการบำเรอความใคร่ของตน ในสำนักมาตุคามเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้กล่าวคุณแห่งการบำเรอความใคร่ของตน ในสำนักมาตุคามเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถึงการชักสื่อเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถึงการชักสื่อเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มีถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเองเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเองเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างวิหารใหญ่เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ให้สร้างวิหารใหญ่เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มีถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกอันไม่มีมูลเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกอันไม่มีมูลเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
ถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถือเอาเอกเทศบางส่วนแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่นให้เป็นเพียงเลศแล้วใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ถือเอาเอกเทศบางส่วนแห่งอธิกรณ์ เรื่องอื่นให้เป็นเพียงเลศแล้วใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มีถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ยอมสละจนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกาย วาจาและจิตถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไรตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกาย วาจา และจิตถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ว่ายากไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ว่ายากไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเดียว คือ เกิดทางกาย วาจา และจิตถาม : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูลไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสสของภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูลไม่ยอมสละ จนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบเกิดขึ้นด้วยสมุฐานเดียว คือ เกิดทางกาย วาจา และจิต
จบ สังฆาทิเสส ๑๓ สิกขาบท
- ๑ฯลฯ ฯลฯ หมายถึงละข้อความไว้จนถึงสิกขาบทสุดท้ายแห่งเสขิยวัตร
{๑๒๓๓} ถาม : ทุกกฏของภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในนํ้าเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไรตอบ : ทุกกฏของภิกษุผู้อาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในนํ้าเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานแดียว<*> คือ เกิดทางกาย กับจิต มิใช่ทางวาจา
จบ เสขิยะ ๗๕ สิกขาบท
๓. ปาราชิกาทิ
ว่าด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติปาราชิกเป็นต้น
สมุฏฐานแห่งปาราชิก ๔
{๑๒๓๔} [๔๗๓] ถาม : ปาราชิก ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาราชิก ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งสังฆาทิเสส ๑๓
{๑๒๓๕} ถาม : สังฆาทิเสส ๑๓ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : สังฆาทิเสส ๑๓ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจา กับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งอนิยต ๒
{๑๒๓๖} ถาม : อนิยต ๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
- เดียว - ผู้รวบรวม
ตอบ : อนิยต ๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐
{๑๒๓๗} ถาม : นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจาและจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งปาจิตตีย์ ๙๒
{๑๒๓๘} ถาม : ปาจิตตีย์ ๙๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาจิตตีย์ ๙๒ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางวาจามิใช่ ทางกาย มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งปาฏิเทสนียะ ๔
{๑๒๓๙} ถาม : ปาฏิเทสนียะ ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : ปาฏิเทสนียะ ๔ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๔ คือ เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิตก็มี เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทาง กาย วาจา และจิตก็มี
สมุฏฐานแห่งเสขิยะ ๗๕
{๑๒๔๐} ถาม : เสขิยะ ๗๕ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : เสขิยะ ๗๕ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาก็มี เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกายก็มี เกิดทางกาย วาจา และจิตก็มี
จบ อัตถาปัตติสมุฏฐาน
หัวข้อประจำอัตถาปัตติสมุฏฐาน
{๑๒๔๑} ไม่มีความจงใจ ๑ มีจิตเป็นกุศล ๑ สมุฏฐานทุกสิกขาบท ๑ ขอท่านทั้งหลายจงรู้สมุฏฐานโดยรู้ตามธรรมเทอญ
ทุติยคาถาสังคณิกะ
ว่าด้วยถ้อยคำที่กล่าวคละกันไว้ด้วยคาถา หัวข้อที่ ๒
๑. กายาทิอาปัตติ
ว่าด้วยอาบัติทางกายเป็นต้น
{๑๒๔๒} [๔๗๔] ถาม : อาบัติทางกายจัดไว้เท่าไร ทางวาจาจัดไว้เท่าไร เมื่อปกปิดต้องอาบัติเท่าไร อาบัติที่มีการจับต้องเป็นปัจจัยมีเท่าไรตอบ : อาบัติทางกายจัดไว้ ๖ ทางวาจาจัดไว้ ๖ เมื่อปกปิดต้องอาบัติ ๓ อาบัติที่มีการจับต้องเป็นปัจจัยมี ๕
ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นเป็นต้น
{๑๒๔๓} ถาม : อาบัติเพราะอรุณขึ้นมีเท่าไร อาบัติชื่อว่ายาวตติยกามีเท่าไร อาบัติชื่ออัฏฐวัตถุกาในพระศาสนานี้มีเท่าไร สงเคราะห์สิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวลด้วยอุทเทสเท่าไร
- ๑อาบัติทางกายจัดไว้ ๖ ได้แก่ อาบัติ ๖ ตัวที่เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๔ ในอันตรเปยยาล (ดูข้อ ๒๘๙ หน้า ๓๒๖-๓๒๗ ในเล่มนี้)
- ๒ทางวาจาจัดไว้ ๖ ได้แก่ อาบัติ ๖ ตัวที่เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๕ ในอันตรเปยยาล (ดูข้อ ๒๙๑ หน้า ๓๒๗-๓๒๘ ในเล่มนี้)
- ๓เมื่อปกปิด ต้องอาบัติ ๓ คือ (๑) ปาราชิก เมื่อภิกษุณีปกปิดโทษคืออาบัติปาราชิกของภิกษุณีด้วยกัน (๒) ปาจิตตีย์ เมื่อภิกษุปกปิดอาบัติสังฆาทิเสสของภิกษุด้วยกัน (๓) ทุกกฏ เมื่อปกปิดอาบัติชั่วหยาบของตน (นัย วิ.อ. ๓/๕๒๖)
- ๔อาบัติ...มี ๕ คือ (๑) ปาราชิกสำหรับภิกษุณีผู้กำหนัด (๒) สังฆาทิเสสสำหรับภิกษุผู้กำหนัด (๓) ถุลลัจจัย เมื่อใช้กายสัมผัสของที่เนื่องด้วยกายมีเสื้อผ้าเป็นต้น (๔) ทุกกฏ เมื่อใช้สิ่งของโยนไปถูกต้องกายหรือของเนื่องด้วยกาย (๕) ปาจิตตีย์ เมื่อใช้นิ้วมือจี้เล่น (นัย วิ.อ. ๓/๕๒๖)
End of ภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้น