arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก ปริวาร · ปัญจวรรค

นวสังคหวรรค ที่ ๕ เล่ม ๘

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๖๒–๑๓๖๕ (Royal Thai)5/6 in ปัญจวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก ปริวาร ปัญจวรรค นวสังคหวรรค ที่ ๕ (Royal Thai Volume 8 · Mahachula Volume 8 · Mahamakut Volume 10 · Chaloem Phrakiat Volume 8)

The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.

ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 10, pp. 976–981

Page 976

พระตถาคตทรงบัญญัติติณวัตถารกะแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์๒ ประการ คือ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑

พระตถาคตทรงบัญญัติติณวัตถารกะแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์๒ ประการนี้

พระตถาคตทรงบัญญัติติณวัตถารกะแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์๒ ประการ คือ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑

พระตถาคตทรงบัญญัติติณวัตถารกะแก่สาวก อาศัยอำนาจประโยชน์๒ ประการนี้.

ปัญญัติวรรค ที่ ๔ จบ

นวสังคหวรรค ที่ ๕

สังคหะ ๙ อย่าง

[๑,๓๖๒] สังคหะมี ๙ อย่าง คือ วัตถุสังคหะ ๑ วิบัติสังคหะ ๑อาบัติสังคหะ ๑ นิทานสังคหะ ๑ บุคคลสังคหะ ๑ ขันธสังคหะ ๑ สมุฏฐาน-สังคหะ ๑ อธิกรณสังคหะ ๑ สมถสังคหะ ๑.

ให้บอกเรื่อง

[๑,๓๖๓] เมื่ออธิกรณ์เกิดขึ้นแล้ว ถ้าคู่ความทั้งสองมาถึง สงฆ์พึงให้ทั้งสองบอกเรื่อง ครั้นแล้วพึงฟังปฏิญญาทั้งสอง แล้วพึงพูดกะคู่ความทั้งสองว่า เมื่อพวกเราระงับอธิกรณ์นี้แล้ว ท่านทั้งสองจักยินดี หรือ ถ้าทั้งสอง

Page 977

รับว่า ข้าพเจ้าทั้งสองจักยินดี สงฆ์พึงรับอธิกรณ์นั้นไว้ ถ้าบริษัทมีอลัชชีมากสงฆ์พึงระงับด้วยอุพพาหิกา ถ้าบริษัทมีคนพาลมาก สงฆ์พึงแสวงหาพระวินัย-ธร อธิกรณ์นั้นจะระงับ โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ใด สงฆ์พึงระงับอธิกรณ์นั้น โดยอย่างนั้น.

พึงรู้วัตถุเป็นต้น

[๑,๓๖๔] พึงรู้วัตถุ พึงรู้โคตร พึงรู้ชื่อ พึงรู้อาบัติคำว่า เมถุนธรรม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า อทินนาทาน เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า มนุสสวิคคหะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า อุตริมนุสธรรม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า ปาราชิก เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า สุกกวิสัฏฐิ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า กายสังสัคคะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า ทุฏฐุลลวาจา เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

Page 978

คำว่า อัตตกาม เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า สัญจริตตะ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า ให้ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตรคำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า ให้ทำวิหารใหญ่ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตรคำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า ตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิกไม่มีมูล เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า ถือเอาเอกเทศบางอย่างแห่งอธิกรณ์อันเป็นเรื่องอื่นให้เป็นเพียงเลศ แล้วตามกำจัดภิกษุด้วยธรรมมีโทษถึงปาราชิก เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า การที่ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุ-ภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติ

คำว่า การที่ภิกษุทั้งหลาย ผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

Page 979

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติคำว่า การที่ภิกษุผู้ว่ายากไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติคำว่า การที่ภิกษุผู้ประทุษร้ายสกุลไม่สละกรรม เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า สังฆาทิเสส เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติคำว่า การอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระปัสสาวะหรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ เป็นทั้งวัตถุ เป็นทั้งโคตร

คำว่า ทุกกฏ เป็นทั้งชื่อ เป็นทั้งอาบัติแล.

นวสังคหวรรค ที่ ๕ จบ

หัวข้อประจำวรรค

[๑,๓๖๕] อปโลกนกรรม ๑ ญัตติ-

กรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม๑ วัตถุ ๑ ญัตติ ๑ อนุสาวนา ๑ สีมา ๑บริษัท ๑ พร้อมหน้า ๑ สอบถาม ๑ ปฏิญญา๑ ควรสติวินัย ๑ วัตถุ ๑ สงฆ์ ๑ บุคคล ๑ญัตติ ๑ ตั้งญัตติภายหลัง ๑ วัตถุ ๑ สงฆ์ ๑บุคคล ๑ สวดประกาศ ๑ สวดในกาลไม่ควร๑ สีมาเล็กเกิน ๑ สีมาใหญ่เกิน ๑ สีมามี

Page 980

นิมิตขาด ๑ สีมาใช้เงาเป็นนิมิต ๑ สีมาไม่มีนิมิต ๑ อยู่นอกสีมาสมมติสีมา ๑ สมมติสีมาในนที ๑ ในสมุทร ๑ ในชาตสระ ๑ คาบเกี่ยวสีมา ๑ ทับสีมาด้วยสีมา ๑ กรรมอันสงฆ์

จตุวรรคพึงทำ ๑ กรรมอันสงฆ์ปัญจวรรค

พึงทำ ๑ กรรมอันสงฆ์ทสวรรคพึงทำ ๑

กรรมอันสงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ๑ ไม่นำฉันทะมา ๑ นำฉันทะมา ๑ บุคคลผู้เข้ากรรม ๑

ผู้ควรฉันทะ ๑ ผู้ควรธรรม ๑ อปโลกน-

กรรม ๕ สถาน ๑ ญัตติกรรม ๙ สถาน ๑

ญัตติทุติยกรรม ๗ สถาน ๑ ญัตติจตุตถ-

กรรม ๗ สถาน ๑ ความรับว่าดี ๑ ความ

ผาสุก ๑ บุคคลผู้เก้อยาก ๑ ภิกษุมีศีลเป็นที่รัก ๑ อาสวะ ๑ เวร ๑ โทษ ๑ ภัย ๑อกุศลธรรม ๑ คฤหัสถ์ ๑ บุคคลผู้ปรารถ-นาลามก ๑ ชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ ชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ ความตั้งอยู่แห่งพระสัท-ธรรม ๑ อนุเคราะห์พระวินัย ๑ ปาติโมกขุ-

เทศ ๑ งดปาติโมกข์ ๑ งดปวารณา ๑

ตัชชนียกรรม ๑ นิยสกรรม ๑ ปัพพาชนิย-กรรม ๑ ปฏิสารณียกรรม ๑ อุกเขปนียกรรม

Page 981

๑ ปริวาส ๑ อาบัติเดิม ๑ มานัต ๑ อัพภาน

๑ โอสารณา ๑ นิสสารณา ๑ อุปสมบท ๑

อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติย-กรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑ ยังมิได้ทรงบัญญัติ ๑ ทรงบัญญัติซ้ำ ๑ สัมมุขาวินัย ๑สติวินัย ๑ อมูฬหวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑เยภุยยสิกา ๑ ตัสสปาปิยสิกา ๑ ติณวัตถา-รกะ ๑ วัตถุ ๑ วิบัติ ๑ อาบัติ ๑ นิทาน ๑บุคคล ๑ ขันธ์ ๑ สมุฏฐาน ๑ อธิกรณ์ ๑

สมถะ ๑ สังคหะ ๑ ชื่อ ๑ และอาบัติ ๑

ดังนี้แล.

คัมภีร์ปริวาร จบ

คาถาส่งท้าย

[๑,๓๖๖] ก็พระวินัยธร ผู้เรืองนาม

มีปัญญามาก ทรงสุตะ มีวิจารณญาณ สอบสวนแนวทางของท่านบุรพาจารย์ในที่นั้น ๆแล้วคิดเขียนข้อพิสดาร และสังเขปนี้ในสาย

กลาง ตามแนวทางที่วางไว้ ซึ่งจะนำความ

สะดวกมาให้แก่เหล่าศิษย์ คัมภีร์นี้เรียกว่า

ปริวาร มีทุกเรื่องพร้อมทั้งลักษณะ มีอรรถ

End of นวสังคหวรรค ที่ ๕