พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
เรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึก เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๗๑–๔๘๑ (Royal Thai)15/24 in สมุจจยขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ เรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึก (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 6, pp. 291–295
ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางอย่าง ไม่รู้บางอย่าง รู้ที่สุดราตรี ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีไม่สงสัย สงฆ์พึงให้ปริวาสดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างนี้แล”
จบ ปริวาส
๓. จัตตาฬีสกะ
ว่าด้วยภิกษุที่เป็นกรณีตัวอย่างในวุฏฐานวิธี ๔๐ กรณี
กำลังอยู่ปริวาสสึกไป
{๔๗๑}[๑๖๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังอยู่ปริวาสสึกไป เธอกลับมาขออุปสมบทต่อภิกษุทั้งหลายอีก ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดังต่อไปนี้{๔๗๒}“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสสึกไปปริวาสของผู้สึกใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๑)
กำลังอยู่ปริวาสสึกไปบวชเป็นสามเณร
{๔๗๓}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสสึกไปบวชเป็นสามเณร ปริวาสของสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๒)
กำลังอยู่ปริวาสเกิดวิกลจริต
{๔๗๔}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสเกิดวิกลจริตปริวาสของผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๓)
กำลังอยู่ปริวาสเกิดมีจิตฟุ้งซ่าน
{๔๗๕}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสเกิดมีจิตฟุ้งซ่าน ปริวาสของเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีกก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๔)
กำลังอยู่ปริวาสกระสับกระส่ายเพราะเวทนา
{๔๗๖}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสเกิดกระสับกระส่ายเพราะเวทนา ปริวาสของเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๕)
กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ
{๔๗๗}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ ปริวาสของเธอผู้สูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๖)
กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ
{๔๗๘}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ ปริวาสของเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๗)
กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า
{๔๗๙}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า ปริวาสของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๘)
ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกไป
{๔๘๐}[๑๖๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกไป การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๙)
ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกไปบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
{๔๘๑}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกไปบวชเป็นสามเณร การชักเข้าหาอาบัติเดิมของสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๐)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเกิดวิกลจริต การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหาย
วิกลจริต ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้วที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๑)
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเกิดมีจิตฟุ้งซ่าน การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๒)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเกิดกระสับกระส่ายเพราะเวทนา การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีกก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว
ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๓)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๔)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำคืนอาบัติ การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้ถูกสงฆ์ยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๕)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฏฐิอันชั่วช้า การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้
ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม (๑๖)
ควรมานัตสึกไป
{๔๘๒}[๑๖๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรมานัตสึกไป การให้มานัตแก่เธอผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้วพึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๗)
ควรมานัตสึกไปบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
{๔๘๓}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรมานัตสึกไปบวชเป็นสามเณร การให้มานัตแก่สามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๘)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรมานัตเกิดวิกลจริต การให้มานัตแก่เธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๙)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรมานัตเกิดมีจิตฟุ้งซ่าน การให้มานัตแก่เธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอไม่มีจิตฟุ้งซ่านอีก ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๒๐)ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ควรมานัตเกิดกระสับกระส่ายเพราะเวทนา การให้มานัตแก่เธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้
End of เรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึก