พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๖๖–๔๗๐ (Royal Thai)14/24 in สมุจจยขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 6, pp. 288–291
สุทธันตปริวาส
สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส
{๔๖๖}[๑๕๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวเธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกในที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้สุทธันุตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุนั้น”
วิธีให้สุทธันตปริวาส
{๔๖๗}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประนมมือแล้วกล่าวคำขอ ว่าดังนี้
คำขอสุทธันตปริวาส
‘ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ข้าพเจ้าไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์’
พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ... พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ...
{๔๖๘}ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้
กรรมวาจาให้สุทธันตปริวาส
[๑๕๗] ‘ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุรูปนี้ชื่อนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี เธอขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุรูปนี้ชื่อนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว เธอไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี เธอขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกะสงฆ์ สงฆ์ให้สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุชื่อนี้ การให้สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุชื่อนี้ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วงข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ... ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๓...
สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นอันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุชื่อนี้ชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้”
วิธีให้สุทธันตปริวาสและปริวาส
{๔๖๙}[๑๕๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ พึงให้ปริวาสอย่างนี้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส
ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส
ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางอย่าง ไม่รู้บางอย่าง ไม่รู้ที่สุดราตรี ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีสงสัย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสที่สุดอาบัติภิกษุไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติสงสัย ในที่สุดราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสที่สุดอาบัติภิกษุรู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติระลึกได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติไม่สงสัย ในที่สุดราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาสที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาสดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้แล
{๔๗๐}[๑๕๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ ไม่สงสัยในที่สุดอาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้ปริวาส
ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้ปริวาส
ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางอย่าง ไม่รู้บางอย่าง รู้ที่สุดราตรี ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุดราตรีไม่สงสัย สงฆ์พึงให้ปริวาสดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างนี้แล”
จบ ปริวาส
๓. จัตตาฬีสกะ
ว่าด้วยภิกษุที่เป็นกรณีตัวอย่างในวุฏฐานวิธี ๔๐ กรณี
กำลังอยู่ปริวาสสึกไป
{๔๗๑}[๑๖๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังอยู่ปริวาสสึกไป เธอกลับมาขออุปสมบทต่อภิกษุทั้งหลายอีก ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดังต่อไปนี้{๔๗๒}“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสสึกไปปริวาสของผู้สึกใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๑)
กำลังอยู่ปริวาสสึกไปบวชเป็นสามเณร
{๔๗๓}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้กำลังอยู่ปริวาสสึกไปบวชเป็นสามเณร ปริวาสของสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ก็ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วก็เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป (๒)
End of สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส