พระวินัยปิฎก จุลวรรค · วัตตขันธกะ
หัวข้อประจำขันธกะ เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๔๖ (Royal Thai)15/15 in วัตตขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค วัตตขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 296–309
หัวข้อประจำขันธกะ
{๔๔๖} เรื่องพระอาคันตุกะสวมรองเท้า กั้นร่ม คลุมศีรษะ พาดจีวรบนศีรษะเข้าไปสู่อาราม ล้างเท้า ด้วยน้ำฉัน ไม่ไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นผู้แก่กว่า ไม่ถามถึงเสนาสนะ งูตกลง มา ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักพากันโพนทะนาพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติว่าภิกษุอาคันตุกะ เข้าอารามพึงถอดรองเท้า ลดร่ม ห่มลดไหล่ เข้าอาราม ไม่ต้องรีบร้อน พึงสังเกตว่าเจ้าถิ่นประชุมกันที่ไหน พึง วางบาตรจีวรไว้ที่แห่งหนึ่ง ถืออาสนะที่สมควร ถามถึง น้ำกินน้ำใช้พึงล้างเท้า พึงเช็ดรองเท้าด้วยผ้าแห้งก่อน ด้วยผ้า เปียกทีหลัง พึงไหว้ภิกษุเจ้าถิ่นผู้แก่กว่า พึงให้ภิกษุ เจ้าถิ่นผู้อ่อนกว่าไหว้ พึงถามเสนาสนะ ทั้งที่มีภิกษุอยู่ หรือไม่มีภิกษุอยู่ พึงถามถึงโคจรคามและอโคจรคามตระกูลที่ได้รับสมมติว่าเป็นเสกขะ ที่ถ่ายอุจจาระ ที่ ถ่ายปัสสาวะ น้ำกิน น้ำใช้ ไม้เท้า กติกาสงฆ์ที่ตั้งไว้ ว่าควรเข้าเวลาไหน พึงรอสักครู่หนึ่ง วิหารรกต้องชำระ ปัดกวาด ก่อนชำระ ต้องขนเครื่องลาดพื้นออกขนเขียงรองเท้าเตียง ฟูก หมอน เตียง ตั่ง กระโถน พนักอิง พึงกวาดหยากไย่แต่เพดานลงมาก่อน พึงเช็ด กรอบหน้าต่าง ประตู และมุมห้อง ฝาทายางไม้ขึ้นรา พื้นทาสีดำ พึงเอาผ้าชุบน้ำเช็ด พื้นมิได้ทำ พึงเอาน้ำ พรมแล้วกวาดเสีย
พึงกวาดหยากเยื่อทิ้ง เครื่องลาดพื้น เขียงรอง เท้าเตียง เตียง ตั่ง ฟูก หมอน ผ้าปูนั่ง ผ้าปูนอน กระโถน พนักอิง ผึ่งแดดแล้วเก็บไว้ที่เดิม
พึงเก็บบาตรจีวร อย่าวางบนพื้นที่ปราศจากเครื่อง รอง พึงเก็บจีวรให้ชายอยู่ด้านนอก ขนดอยู่ด้านใน มี ลมพัดมาทางทิศตะวันออก ตะวันตก ทิศเหนือ หรือ ทิศใต้ พึงปิดหน้าต่างทางทิศนั้น ๆฤดูหนาว กลางวันพึงเปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงปิด ฤดูร้อน กลางวันพึงปิดหน้าต่าง กลางคืนพึงเปิด พึง กวาดบริเวณ ซุ้มน้ำ โรงฉัน โรงไฟ และวัจกุฎี
พึงตักน้ำฉันน้ำใช้และน้ำในหม้อชำระ อาคันตุกวัตร ดังกล่าวมานี้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงพระคุณหาที่ เปรียบมิได้ทรงบัญญัติไว้แล้ว
เรื่องภิกษุเจ้าถิ่นไม่ปูอาสนะ ไม่ตั้งน้ำล้างเท้า ไม่ ลุกต้อนรับ ไม่ถามถึงน้ำฉัน น้ำใช้ ไม่ไหว้ ไม่จัด เสนาสนะให้ บรรดาภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักพากันโพนทะนา
ภิกษุเจ้าถิ่นเห็นพระอาคันตุกะผู้แก่กว่า พึงปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ลุกต้อนรับ ถามถึงน้ำฉัน น้ำใช้ เช็ดรองเท้า ให้ ซักผ้าเช็ดรองเท้าผึ่งไว้ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง พึง ไหว้พระอาคันตุกะผู้แก่กว่า พึงจัดเสนาสนะถวายพึงบอกเสนาสนะที่มีภิกษุอยู่หรือไม่มีภิกษุอยู่ พึง บอกโคจรคามและอโคจรคาม ตระกูลที่เป็นเสกขสมมติ ฐานะ น้ำฉัน น้ำใช้ ไม้เท้า และพึงบอกกติกาสงฆ์ที่ตั้ง
ไว้ว่าเวลานี้ควรเข้าควรออก พระอาคันตุกะอ่อนพรรษา กว่าพึงนั่งบอก
พึงแนะนำพระอาคันตุกะผู้อ่อนพรรษาให้อภิวาท พึงบอกเสนาสนะ นอกนั้นเหมือนนัยหนหลัง อาวาสิก วัตรดังกล่าวมานี้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงนำหมู่ทรง แสดงไว้แล้วเรื่องภิกษุผู้เตรียมจะไปไม่เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้ ไม่มอบหมายเสนาสนะ เครื่อง ไม้ เครื่องดินเสียหาย เสนาสนะไม่มีใครรักษา ภิกษุผู้มี ศีลเป็นที่รักพากันโพนทะนาภิกษุผู้เตรียมจะไปพึงเก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิด ประตูหน้าต่าง มอบหมายเสนาสนะ แล้วจึงหลีกไป พึงมอบหมายภิกษุสามเณร คนวัด หรืออุบาสกก็ได้
พึงยกเตียงขึ้นวางไว้บนศิลา กองเครื่องเสนาสนะไว้ ข้างบน เก็บเครื่องไม้ เครื่องดิน ปิดประตูหน้าต่าง ถ้า วิหารฝนรั่ว ภิกษุผู้เตรียมจะไปอุตสาหะอยู่ พึงมุงหรือ พึงทำความขวนขวาย ในวิหารที่ฝนไม่รั่วก็เหมือนกันถ้าวิหารฝนรั่วทุกแห่ง พึงขนเครื่องเสนาสนะเข้า บ้าน ในที่แจ้งก็เหมือนกัน ด้วยคิดว่าอย่างไรเสีย ชิ้นส่วนของเตียงตั่งก็คงเหลืออยู่บ้าง นี้เป็นวัตรของ ภิกษุผู้เตรียมจะไปพึงประพฤติเรื่องภิกษุทั้งหลายไม่อนุโมทนา พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอนุญาตให้พระเถระอนุโมทนา ภิกษุทั้งหลายเหลือ
พระเถระไว้รูปเดียว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตให้ พระเถรานุเถระรออยู่ ๔-๕ รูป พระเถระรูปหนึ่งปวด อุจจาระกลั้นไว้จนสลบลง นี้เป็นวัตรในการอนุโมทนาเรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มี มารยาท เดินแซง นั่งเบียดเสียดพระเถระ กีดกัน อาสนะภิกษุใหม่ นั่งทับสังฆาฏิ ภิกษุมีศีลเป็นที่รักพา กันโพนทะนาภิกษุพึงนุ่งหมปกปิดมณฑล ๓ คาดประคดเอว ห่มผ้าสองชั้น กลัดลูกดุม ไม่เดินแซง พึงปกปิดกาย ด้วยดี สำรวมด้วยดี มีตาทอดลง ไม่เวิกผ้า ไม่หัวเราะลั่น พึงมีเสียงค่อย ไม่โยกกาย ไม่ไกวแขน ไม่โคลงศีรษะไม่คํ้ากาย ไม่คลุมศีรษะ ไม่เดินกระหย่ง ปกปิดกาย ด้วยดี สำรวมด้วยดี มีตาทอดลง ไม่เวิกผ้า ไม่หัวเราะลั่น พึงมีเสียงค่อย ไม่โยกกาย ไม่ไกวแขน ไม่โคลงศีรษะไม่ค้ำกาย ไม่คลุมศีรษะ ไม่นั่งรัดเข่า ไม่นั่ง เบียดเสียดพระเถระ ไม่กีดกันอาสนะภิกษุใหม่ ไม่นั่ง ทับสังฆาฏิ เมื่อเขาถวายนํ้า พึงรับไปล้างบาตรถือตํ่า ๆ
พึงค่อย ๆ เทนํ้าลงในกระโถน ด้วยคิดว่ากระโถนอย่า เลอะเทอะ ภิกษุใกล้เคียงอย่าถูกนํ้ากระเซ็น ผ้าสังฆาฏิ อย่าถูกนํ้ากระเซ็น
เมื่อเขาถวายข้าวสุก พึงประคองบาตรรับ พึงไว้ โอกาสสำหรับแกง ถ้ามีเนยใส นํ้ามัน หรือแกงออม พระเถระพึงบอกว่าจงถวายภิกษุทุกรูปเท่า ๆ กัน
พึงรับบิณฑบาตโดยเคารพ พึงมีความสำคัญในบาตร พึงรับบิณฑบาตพอสมกับแกง พอเสมอขอบปากบาตร พระเถระไม่พึงฉันก่อนในเมื่อข้าวสุกยังไม่ทั่วถึงภิกษุ ทุกรูป
พึงฉันบิณฑบาตโดยเคารพ พึงมีความสำคัญใน บาตรฉัน พึงฉันบิณฑบาตตามลำดับ พึงฉันพอสมกับ แกง ไม่พึงฉันขยุ้มแต่ยอดลงไป ไม่พึงฉันกลบแกงหรือ กับข้าว ไม่พึงขอแกงหรือกับข้าวมาฉัน ไม่พึงแลดู บาตรของภิกษุอื่นด้วยมุ่งจะยกโทษไม่พึงทำคำข้าวให้ใหญ่นัก พึงทำคำข้าวให้กลมกล่อม ไม่พึงอ้าปากไว้คอยท่า ไม่พึงสอดมือทั้งหมดเข้าปาก ไม่พึงพูดทั้งคำข้าวยังอยู่ในปาก ไม่พึงฉันโยนคำข้าว ไม่พึงฉันกัดคำข้าว ไม่พึงฉันทำแก้มให้ตุ่ย ไม่พึงฉัน สลัดมือ ไม่พึงฉันทำเมล็ดข้าวตกไม่พึงฉันแลบลิ้น ไม่พึงฉันทำเสียงดังจั๊บ ๆ ไม่พึงฉัน ทำเสียงดังซูด ๆ ไม่พึงฉันเลียมือ ไม่พึงฉันขอดบาตร ไม่พึงฉันเลียริมฝีปาก ไม่พึงรับขันนํ้าด้วยมือเปื้อนอามิส
พระเถระไม่พึงรับนํ้าก่อนที่ภิกษุทั้งหมดยังฉันไม่เสร็จ พึงค่อย ๆ ล้างบาตร พึงค่อย ๆ เทนํ้าลงในกระโถน อย่า ให้กระโถนเลอะเทอะ อย่าให้กระเซ็นถูกภิกษุใกล้เคียง อย่าให้กระเซ็นถูกสังฆาฏิ พึงค่อย ๆ เทนํ้าลงบนพื้นดินไม่พึงเทนํ้าล้างบาตรมีเมล็ดข้าว เมื่อกลับ ภิกษุใหม่ พึงกลับก่อน พระเถระพึงกลับทีหลัง พึงปกปิดกายด้วยดี
ไม่พึงเดินกระหย่ง ธรรมเนียมปฏิบัติในโรงฉันดังกล่าว มานี้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นธรรมราชาทรงบัญญัติ ไว้แล้ว
เรื่องภิกษุถือเที่ยวบิณฑบาตนุ่งห่มไม่เรียบร้อย ไม่มี มารยาทเข้าบ้าน ออกจากบ้านไม่กำหนด เข้าออกรีบร้อน เกินไป ยืนไกลเกินไป ใกล้เกินไป นานเกินไป กลับเร็ว เกินไป ภิกษุถือเที่ยวบิณฑบาตอีกรูปหนึ่งก็เป็นเช่นนั้นภิกษุถือเที่ยวบิณฑบาตจะเข้าบ้านพึงปกปิดกายด้วยดี สำรวมด้วยดี มีตาทอดลง ไม่เวิกผ้า ไม่หัวเราะลั่น มี เสียงค่อย ไม่โยกกาย ไม่ไกวแขน ไม่โคลงศีรษะ
ไม่ค้ำกาย ไม่คลุมศีรษะ ไม่เดินกระหย่ง พึงสังเกต ก่อน อย่ารีบร้อนเข้าออก อย่ายืนไกลนัก ใกล้นัก นานนัก อย่ากลับเร็วนัก
พึงกำหนดว่า เขาพักการงาน ลุกจากที่นั่ง จับทัพพี จับภาชนะตั้งไว้หรือไม่ พึงแหวกผ้าซ้อนประคองบาตร รับภิกษา ขณะรับไม่พึงมองดูหน้าผู้ถวาย แม้ในแกงก็ พึงกำหนดเช่นนั้นเหมือนกันเมื่อเขาถวายภิกษาแล้ว ภิกษุพึงคลุมบาตรด้วยผ้า ซ้อนกลับไป พึงปกปิดกายด้วยดีเดินไป พึงสำรวมด้วยดี มีตาทอดลง ไม่เวิกผ้า ไม่หัวเราะลั่น
มีเสียงค่อย ไม่โยกกาย ไม่ไกวแขน ไม่โคลงศีรษะ ไม่คํ้ากาย ไม่คลุมศีรษะ ไม่เดินกระหย่ง รูปใดกลับก่อน พึงปูอาสนะไว้ จัดกระโถนไว้ เตรียมนํ้าฉัน น้ำใช้ไว้
รูปใดกลับทีหลังประสงค์จะฉันก็พึงฉัน ถ้าไม่ ประสงค์ ก็พึงเททิ้ง พึงเก็บอาสนะ น้ำล้างเท้า ตั่ง รองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า เก็บน้ำฉัน น้ำใช้ กวาดโรงฉัน รูปใดเห็นหม้อน้ำฉัน น้ำใช้ หม้อน้ำชำระว่างเปล่า พึง จัดตั้งไว้ ถ้าเป็นการสุดวิสัย พึงกวักมือเรียกเพื่อน มาช่วย แต่ไม่พึงเปล่งวาจา นี้เป็นบิณฑปาติกวัตรเรื่องภิกษุอยู่ป่าไม่เตรียมน้ำฉัน น้ำใช้ ไฟ ไม้สีไฟ ไม่รู้นักษัตร ไม่รู้ทิศ ถูกพวกโจรถาม ก็ตอบว่าไม่มี ไม่รู้ทุกอย่าง จึงถูกทุบตี ภิกษุที่อยู่ป่าพึงเข้าถุงบาตร คล้องบ่า พาดจีวรบนไหล่ ครั้นจะเข้าบ้าน พึงถอด รองเท้าใส่ถุง คล้องบ่า ปกปิดมณฑล ๓ นุ่งห่มให้เป็น ปริมณฑลแม้ในอารัญญิกวัตรก็มีนัยเหมือนปิณฑจาริกวัตร ออกจากบ้านแล้ว พึงเข้าถุงบาตรคล้องบ่า พับจีวรวาง บนศีรษะ สวมรองเท้าเดินไป
พึงเตรียมน้ำฉันน้ำใช้ ไฟ ไม้สีไฟ ไม้เท้า เรียน นักษัตรทั้งสิ้นหรือบางส่วน พึงเป็นผู้ฉลาดในทิศ อารัญญิกวัตรดังกล่าวมานี้อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุงสุด กว่าหมู่สัตว์ทรงบัญญัติไว้แล้ว
เรื่องภิกษุมากรูปทำจีวรในที่แจ้ง ถูกธุลีกลบ ภิกษุ ผู้มีศีลเป็นที่รักพากันโพนทะนา
ถ้าวิหารรก เมื่อจะชำระ ชั้นต้นพึงขนบาตร จีวร ออก ขนฟูก หมอน เตียง ตั่ง กระโถน พนักอิงออกไป
พึงกวาดหยากไย่ลงจากเพดานก่อน พึงเช็ดกรอบ ประตู หน้าต่าง และมุมห้อง ฝาทายางไม้ขึ้นรา พื้น ทาสีดำ พื้นไม่ได้ทำ พึงเช็ดทำให้สะอาด พึงกวาด หยากเยื่อทิ้งเสียไม่พึงเคาะเสนาสนะใกล้ภิกษุ วิหาร นํ้าฉันนํ้าใช้ ไม่พึงเคาะเสนาสนะในที่สูง เหนือลม ใต้ลม เครื่องลาด พื้น เขียงรองเท้าเตียง เตียง
ตั่ง ฟูก หมอน ผ้าปูนั่ง กระโถน พนักอิงพึงตาก แล้วเก็บไว้ที่เดิม เก็บบาตรจีวร บาตรอย่าวางบนพื้นที่ ปราศจากเครื่องรอง จีวรต้องพาดชายไว้ด้านนอก ขนด ไว้ด้านในลมทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ฤดูหนาว กลางวันเปิดหน้าต่าง กลางคืนปิด ฤดูร้อน กลางวันปิดหน้าต่าง กลางคืนเปิด กวาดบริเวณ ซุ้มนํ้าโรงฉัน โรงไฟ วัจกุฎี ตักนํ้าฉันนํ้าใช้มาตั้งไว้ ตักนํ้า มาใส่หม้อนํ้าชำระไว้
อยู่กับภิกษุผู้แก่กว่า ยังไม่ได้บอกกล่าว อย่าให้ อุทเทส ปริปุจฉา อย่าสาธยาย อย่ากล่าวธรรม อย่า ตามประทีป อย่าเปิดหน้าต่าง อย่าปิดหน้าต่าง พึงเดิน ตามภิกษุผู้แก่กว่า อย่ากระทบแม้ด้วยชายผ้าพระผู้มีพระภาคมหาวีรเจ้าทรงบัญญัติเสนาสนวัตร นั้นไว้แล้ว เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ถูกพระเถระห้าม ปิดประตู พระเถระสลบ ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักพากัน โพนทะนา
ภิกษุพึงเทเถ้าทิ้งเสีย กวาดเรือนไฟ ชานภายนอก บริเวณ ซุ้มประตู ศาลาเรือนไฟ บดจุรณ แช่ดิน ตักน้ำไว้ในรางน้ำ เอาดินเหนียวทาหน้า ปิดทั้งข้างหน้า ทั้งข้างหลัง
ไม่นั่งเบียดเสียดพระเถระ ไม่กีดกันอาสนะภิกษุ ใหม่ ถ้าอุตสาหะพึงทำบริกรรมแก่พระเถระในเรือนไฟ อย่าอาบน้ำข้างหน้า เหนือนํ้า ให้หนทาง เรือนไฟ เปรอะเปื้อน รางแช่ดิน เก็บตั่ง ดับไฟ ปิดประตู นี้เป็น ชันตาฆรวัตร
เรื่องภิกษุถ่ายอุจจาระแล้วไม่ชำระ ถ่ายอุจจาระตาม ลำดับผู้แก่พรรษากว่า ทรงอนุญาตให้ถ่ายตามลำดับผู้มา ถึง พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เข้าวัจกุฎีเร็วบ้าง
เวิกผ้านุ่งเข้าไปบ้าง ถอนหายใจแรงพลางถ่าย อุจจาระบ้าง เคี้ยวไม้ชำระฟันบ้าง ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ออกนอกรางบ้าง บ้วนเขฬะลงในรางบ้าง ใช้ไม้ชำระ หยาบบ้าง ทิ้งไม้ชำระลงในช่องถ่ายอุจจาระบ้าง ออก มาเร็วเกินบ้าง เวิกผ้าออกมาบ้าง ชำระมีเสียงดัง จปุจปุบ้าง เหลือน้ำไว้ในกระบอกชำระบ้างภิกษุยืนอยู่ข้างนอกพึงกระแอม ภิกษุอยู่ข้างในพึง กระแอมรับ พึงพาดจีวรไว้บนราว สายระเดียง อย่า รีบด่วนเข้าไป อย่าเวิกผ้าเข้าไป พึงยืนบนเขียง อย่า ถอนหายใจแรง อย่าเคี้ยวไม้ชำระฟัน
อย่าถ่ายอุจจาระปัสสาวะนอกราง อย่าบ้วนเขฬะ ลงในราง อย่าใช้ไม้ชำระหยาบ อย่าทิ้งไม้ชำระลงใน
ช่องถ่าย พึงยืนบนเขียงถ่าย ปิดผ้า อย่าออกมาให้เร็วนัก อย่าเวิกผ้าออกมา ยืนบนเขียงถ่ายแล้วจึงปิด อย่าชำระ ให้มีเสียงดังจปุจปุ
อย่าเหลือนํ้าชำระไว้ ยืนบนเขียงถ่ายแล้วจึงเวิกผ้า วัจกุฎีเปรอะเปื้อน ต้องชำระให้สะอาด ตะกร้าไม้ชำระ เต็ม พึงเทเสีย วัจกุฎี ชานภายนอก บริเวณ ซุ้มประตู พึงตักนํ้าใส่ในหม้อชำระ นี้เป็นวัจกุฎีวัตรเรื่องสัทธิวิหาริกถอดรองเท้า ถวายไม้ชำระฟัน น้ำ ล้างหน้า ปูอาสนะ ถวายยาคู นํ้าล้างภาชนะ เก็บอาสนะ ที่รก เข้าบ้าน ถวายผ้านุ่ง ประคดเอว ผ้าซ้อนสองชั้น บาตรพร้อมทั้งน้ำปัจฉาสมณะ ปิดมณฑล ๓ นุ่งให้เป็นปริมณฑล คาด ประคดเอว ซ้อนผ้าสองชั้น ล้างบาตร เป็นปัจฉาสมณะ เดินไม่ไกล ไม่ชิดนัก รับของในบาตร
พระอุปัชฌาย์กำลังพูด กล่าวถ้อยคำล่อแหลมต่อ อาบัติ กลับมาก่อน ปูอาสนะไว้ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ลุกไปรับ ถวายผ้านุ่งผลัด
ผึ่งที่แดด อย่าผึ่งทิ้งไว้ รอยพับ สอดประคดเอวไว้ ในขนด พระอุปัชฌาย์จะฉัน พึงน้อมบิณฑบาตถวาย ถามถึงนํ้าฉัน ถวายน้ำ รับบาตรมาถือต่ำ ๆ ผึ่งแดดไว้ ครู่หนึ่ง อย่าผึ่งทิ้งไว้อย่าเก็บบาตรไว้บนพื้นที่ปราศจากเครื่องรอง เก็บ จีวรพาดชายไว้ข้างนอก ขนดไว้ข้างใน เก็บอาสนะ เก็บน้ำล้างเท้า กวาดที่รก
พระอุปัชฌาย์จะสรงน้ำ ถวายน้ำเย็น นํ้าร้อน เรือนไฟ บดจุรณ แช่ดิน ตามหลังเข้าไปถวายตั่ง รับ จีวร ถวายจุรณ ถวายดิน ถ้าอุตสาหะ ทาหน้าปิดข้างหน้าข้างหลัง ไม่นั่งเบียดพระเถระ ไม่ กีดกันอาสนะภิกษุใหม่ ทำบริกรรม ออกจากเรือนไฟ ปิดข้างหน้าข้างหลัง ทำบริกรรมในนํ้า อาบนํ้าแล้วพึง ขึ้นก่อน นุ่งผ้า เช็ดตัวพระอุปัชฌาย์ถวายผ้านุ่ง ผ้าสังฆาฏิ ถือตั่งเรือนไฟ ปูอาสนะไว้ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้าไว้ ถามถึง นํ้าฉัน เรียนบาลีอรรถกถา
ถ้าอุตสาหะ พึงปัดกวาดวิหารที่รก ก่อนปัดกวาด พึงขนบาตร จีวร ผ้าปูนั่ง ปูนอน ฟูก หมอนออกก่อน
ขนเตียง ตั่ง เขียงรองเท้าเตียง กระโถน พนักอิง เครื่องลาดพื้นออกไป พึงกวาดหยากไย่แต่เพดานลงมา เช็ดกรอบประตูหน้าต่าง ฝาทายางไม้ พื้นทาสีดำ พื้น มิได้ทำพึงเก็บเครื่องลาดพื้น เขียงรองเท้าเตียง เตียง ตั่ง ฟูก หมอน ผ้าปูนั่ง ปูนอน กระโถน พนักอิง เก็บ บาตรจีวรออกไป
ลมทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศใต้ ฤดูหนาว ฤดูร้อน กลางวัน กลางคืน บริเวณ ซุ้มนํ้า
โรงฉัน โรงไฟ วัจกุฎี ตักนํ้าฉันนํ้าใช้ นํ้าชำระ พระอุปัชฌาย์กระสัน รำคาญ เห็นผิด ต้องครุกาบัติ
ควรมูลายปฏิกัสสนา มานัต อัพภาน ถ้า ถูกลงตัชชนียกรรมนิยสกรรม ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม และอุกเขปนียกรรม
จีวรของพระอุปัชฌาย์ควรซัก ทำ ย้อม พึงซัก ทำ ย้อมให้พลิกกลับไปกลับมา รับบาตร จีวร และบริขาร โกนผม
ทำบริกรรม ทำความขวนขวาย เป็นปัจฉาสมณะ ให้บิณฑบาต เข้าบ้าน อย่าไปป่าช้า อย่าไปสู่ทิศ พระ อุปัชฌาย์อาพาธต้องพยาบาลตลอดชีวิต วัตรดังกล่าวมา นี้เป็นอุปัชฌายวัตรอันสัทธิวิหาริกพึงประพฤติโดยชอบเรื่องพระอุปัชฌาย์สงเคราะห์ด้วยโอวาท อนุศาสนี อุทเทส ปริปุจฉา บาตร จีวร และบริขาร คราวอาพาธ ไม่พึงเป็นปัจฉาสมณะ อุปัชฌายวัตรฉันใด แม้อาจริย วัตรก็ฉันนั้น สัทธิวิหาริกวัตรฉันใด อันเตวาสิกวัตรก็ ฉันนั้น อาคันตุกวัตรฉันใด อาวาสิกวัตรก็ฉันนั้นคมิกวัตร อนุโมทนาวัตร ภัตตัคควัตร ปิณฑปาติก วัตร อารัญญิกวัตร เสนาสนวัตร ชันตาฆรวัตร วัจกุฎีวัตร อุปัชฌายวัตร สัทธิวิหาริกวัตร อาจริยวัตร อันเตวาสิกวัตรก็เหมือนกัน
ในขันธกะนี้มี ๑๙ เรื่อง ๑๔ วัตร ภิกษุผู้ไม่บำเพ็ญ วัตรชื่อว่าไม่บำเพ็ญศีล
ผู้มีศีลไม่บริสุทธิ์ ทรามปัญญา ย่อมไม่ประสพ เอกัคคตาจิต ผู้มีจิตฟุ้งซ่าน มีอารมณ์มาก ย่อมไม่เห็น ธรรมโดยชอบ
เมื่อไม่เห็นพระสัทธรรม ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ ภิกษุ ผู้บำเพ็ญวัตรชื่อว่าบำเพ็ญศีล
ผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีปัญญา ย่อมประสพเอกัคคตาจิต ผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน มีอารมณ์อย่างเดียว ย่อมเห็นธรรม โดยชอบ
เมื่อเห็นพระสัทธรรมย่อมพ้นจากทุกข์ได้ เพราะ เหตุนั้นแล โอรสของพระชินเจ้าผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ พึงบำเพ็ญวัตรอันเป็นพระโอวาทของพระพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐ แต่นั้นจักถึงพระนิพพาน ดังนี้แล
จบ วัตตขันธกะ
๑. ปาติโมกขุทเทสยาจนะ
ว่าด้วยพระอานนท์ทูลขอให้ทรงแสดงพระปาติโมกข์
{๔๔๗} [๓๘๓] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ปุพพาราม ปราสาทของมิคารมารดา ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นเป็นวันอุโบสถ ๑๕ คํ่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามีภิกษุสงฆ์แวดล้อมประทับนั่งอยู่ เมื่อล่วงเข้า ราตรีแล้ว ปฐมยามผ่านไปแล้ว ท่านพระอานนท์ลุกจากอาสนะ ห่มผ้า อุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประนมมือหันไปทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ล่วงเข้า ราตรีแล้ว ปฐมยามผ่านไปแล้ว ภิกษุสงฆ์นั่งอยู่นานแล้ว ขอพระผู้มี พระภาคเจ้าทรงพระกรุณาโปรดแสดงพระปาติโมกข์แก่ภิกษุทั้งหลายเถิด พระพุทธเจ้าข้า”เมื่อพระอานนท์กราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนิ่งอยู่
เมื่อมัชฌิมยามแห่งราตรีผ่านไป ท่านพระอานนท์ลุกจากอาสนะ ห่ม ผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ประนมมือหันไปทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ อยู่แล้วกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นครั้งที่ ๒ ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ล่วงเข้าราตรีแล้ว มัชฌิมยามผ่านไปแล้ว ภิกษุสงฆ์นั่งอยู่นานแล้ว ขอ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระกรุณาโปรดแสดงพระปาติโมกข์แก่ภิกษุทั้งหลาย เถิด พระพุทธเจ้าข้า”
- ๑ปาติโมกขัฏฐปนขันธกะ ตอนว่าด้วยการงดพระปาติโมกข์ เกี่ยวกับเรื่องการสวดพระปาติโมกข์ มีแสดงไว้โดยพิสดารแล้วในอุโปสถขันธกะ แห่งมหาวรรค (ปฐมภาค) พระบาลีวินัยปิฎก เล่ม ๔ เนื้อหาส่วนใหญ่ในขันธกะนี้เน้นเรื่องการงดปาติโมกข์ที่ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรม มี ๑๐ หัวข้อ
- ๒คำว่า มิคารมารดา หมายถึงนางวิสาขา มหาอุบาสิกา
End of หัวข้อประจำขันธกะ