arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ขุททกวัตถุขันธกะ

เรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์ เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖๙–๑๗๒ (Royal Thai)18/27 in ขุททกวัตถุขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์ (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 75–77

Page 75

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ลูกดุมชนิดต่าง ๆ รูปใดใช้ ต้อง อาบัติทุกกฏ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตลูกดุมที่ทำด้วยกระดูก งา เขา ไม้อ้อ ไม้ไผ่ ไม้จริง ยางไม้ เมล็ดผลไม้ โลหะ เปลือกสังข์ เส้นด้าย”

พระพุทธานุญาตแผ่นผ้ารองลูกดุม

{๑๖๘} สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเย็บตรึงลูกดุมบ้างรังดุมบ้างลงที่จีวร จีวร ชำรุด ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตแผ่นผ้ารองลูกดุม แผ่นผ้ารอง รังดุม”

ภิกษุทั้งหลายเย็บตรึงแผ่นผ้ารองลูกดุม แผ่นผ้ารองรังดุมที่ชายจีวร มุมผ้าเปิด ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ติดแผ่นผ้ารองลูกดุม แผ่นผ้า รองรังดุม ที่ชายผ้าลึกเข้าไป ๗-๘ นิ้ว”

พระพุทธบัญญัติห้ามนุ่งห่มผ้าอย่างคฤหัสถ์

{๑๖๙} [๒๘๐] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์ คือ นุ่งปล่อยชายเหมือนงวงช้าง นุ่งปล่อยชายคล้ายหางปลา นุ่งปล่อยชาย สี่แฉก นุ่งห้อยชายคล้ายก้านตาล นุ่งยกกลีบตั้งร้อย ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม” ภิกษุทั้งหลายจึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงนุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์ คือ นุ่งปล่อยชาย เหมือนงวงช้าง นุ่งปล่อยชายคล้ายหางปลา นุ่งปล่อยชายสี่แฉก นุ่งห้อยชาย คล้ายก้านตาล นุ่งยกกลีบตั้งร้อย รูปใดนุ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ”

Page 76

{๑๗๐} สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ห่มผ้าอย่างคฤหัสถ์ ชาวบ้านพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม” ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงห่มผ้าอย่างคฤหัสถ์ รูปใดห่ม ต้อง อาบัติทุกกฏ”

พระพุทธบัญญัติห้ามนุ่งห่มเหน็บชายกระเบน

{๑๗๑} สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าเหน็บชายกระเบน ชาวบ้าน พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนลูกหาบของหลวง” ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงนุ่งผ้าเหน็บชายกระเบน รูปใดนุ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ”

พระพุทธบัญญัติห้ามหาบของสองข้าง

{๑๗๒} [๒๘๑] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุฉัพพัคคีย์หาบของสองข้าง ชาว บ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนลูกหาบของหลวง” ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงหาบของสองข้าง รูปใดหาบ ต้อง อาบัติทุกกฏ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คอน หาม เทิน แบก กระเดียด หิ้ว”

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑กระเดียด ในที่นี้ หมายถึงกิริยาที่เอาเข้าข้างสะเอว (พจนานุกรม)
Page 77

พระพุทธานุญาตไม้ชำระฟัน

{๑๗๓} [๒๘๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายไม่เคี้ยวไม้ชำระฟัน ปากมี กลิ่นเหม็น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

โทษในการไม่เคี้ยวไม้ชำระฟัน

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การไม่เคี้ยวไม้ชำระฟันมีโทษ ๕ ประการนี้ คือ

๑. นัยน์ตาไม่แจ่มใส

๒. ปากมีกลิ่นเหม็น

๓. ลิ้นรับรสอาหารไม่บริสุทธิ์

๔. ดีและเสมหะห่อหุ้มอาหาร

๕. ไม่ชอบอาหาร

การไม่เคี้ยวไม้ชำระฟันมีโทษ ๕ ประการนี้แล

อานิสงส์ในการเคี้ยวไม้ชำระฟัน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเคี้ยวไม้ชำระฟันมีอานิสงส์ ๕ ประการนี้ คือ

๑. นัยน์ตาแจ่มใส

๒. ปากไม่มีกลิ่นเหม็น

๓. ลิ้นรับรสอาหารบริสุทธิ์

๔. ดีและเสมหะไม่ห่อหุ้มอาหาร

๕. ชอบอาหาร

การเคี้ยวไม้ชำระฟันมีอานิสงส์ ๕ ประการนี้แล

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้ชำระฟัน”

End of เรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์