arnon.world

คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘

Text layerBuddha’s wordsItems 672–677 (Royal Thai)2/2 in อานาปานาทิเปยยาล4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

คังคาเปยยาลที่ ๙

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ คังคาเปยยาลที่ ๙ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว คงฺคา นที ปาจีนนินฺนา ปาจีนโปณา ปาจีนปพฺภารา ฯเปฯ

ฉ ปาจีนโต นินฺนา ฉ นินฺนา จ สมุทฺทโต

เทฺว เต ฉ ทฺวาทส โหนฺติ วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ

คงฺคาเปยฺยาโล นวโม ฯ

Royal Thai

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีนฉันใด ฯลฯ

แม่น้ำทั้ง ๖ สายไหลไปสู่ทิศปราจีน แม่น้ำทั้ง ๖ สายไหลไปสู่สมุทร ทั้ง ๒ อย่างๆละ ๖ รวมเป็น ๑๒ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่าวรรค.

จบ คังคาเปยยาลที่ ๙

อัปปมาทวรรคที่ ๑๐

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ อัปปมาทวรรคที่ ๑๐ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

Pali (Siam Rath)

ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตา อปาทา ๑ วา ทฺวิปาทา วา จตุปฺปาทา วา พหุปฺปาทา วาติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน ๒ วสฺสิกํ

ราชา จนฺทิมสุริยา จ ๓ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ฯ

(อปฺปมาทวคฺโค ๔ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส โพชฺฌงฺควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ ๕-) ฯ

โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส อปฺปมาทวคฺโค ทสโม ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่ไม่มีเท้าก็ดี ๒ เท้าก็ดี ๔ เท้าก็ดี เท้ามากก็ดี มีประมาณเท่าใด พึงขยายเนื้อความอย่างที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง.

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓. กูฏสูตร ๔. มูลสูตร ๕. สารสูตร ๖. วัสสิกสูตร ๗. ราชาสูตร ๘. จันทิมสูตร ๙. สุริยสูตร ๑๐. วัตถสูตร

(พึงขยายความอัปปมาทวรรค ด้วยสามารถโพชฌงค์ แห่งโพชฌงคสังยุต)

จบ อัปปมาทวรรคที่ ๑๐ แห่งโพชฌงคสังยุต

พลกรณียวรรคที่ ๑๑

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ พลกรณียวรรคที่ ๑๑ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เยเกจิ พลกรณียา กมฺมนฺตา กยิรนฺตีติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺขกุมฺเภน ๑ สุกิยา ๒

อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นที ๓ ฯ

(พลกรณียวคฺโค โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส โพชฺฌงฺควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ

พลกรณียวคฺโค เอกาทสโม ฯ

๑ ม. ยุ. อปทา วา ... พหุปฺปทา วา ฯ ๒ ยุ. สาโร จ ... ฯ ๓ ยุ. จสทฺโท

นตฺถิ ฯ ๔-๕ ยุ. อปฺปมาทวคฺเค ... วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใดอย่างหนึ่ง อันบุคคลทำอยู่ การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้ฉันใด.

(พึงขยายเนื้อความอย่างที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. พลสูตร ๒. พีชสูตร ๓. นาคสูตร ๔. รุกขสูตร ๕. กุมภสูตร ๖. สุกสูตร ๗. อากาสสูตร ๘. เมฆสูตรที่ ๑ ๙. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๐. นาวาสูตร ๑๑. อาคันตุกสูตร ๑๒. นทีสูตร

(พึงขยายความพลกรณียวรรค ด้วยสามารถโพชฌงค์ แห่งโพชฌงคสังยุต)

จบ พลกรณียวรรคที่ ๑๑

เอสนาวรรคที่ ๑๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ เอสนาวรรคที่ ๑๒ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

Pali (Siam Rath)

ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา ฯ กตมา ติสฺโส ฯ กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนาติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

เอสนา วิธา อาสโว ภโว จ ทุกฺขตา ติสฺโส

ขีลํ มลํ จ นีโฆ จ เวทนา ตณฺหาเยน ๔ จาติ ฯ

(โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส เอสนาเปยฺยาลํ วิเวกนิสฺสิตโต วิทูหิ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ

เอสนาวคฺโค ทฺวาทสโม ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ อย่างนี้ ๓ อย่างเป็นไฉน? คือ การ

แสวงหากาม ๑ การแสวงหาภพ ๑ การแสวงหาพรหมจรรย์ ๑ (พึงขยายเนื้อความที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภวสูตร ๕. ทุกขสูตรที่ ๑๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๘. ขีลสูตร ๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนาสูตร ๑๒. ตัณหาสูตร.

(เอสนาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต บัณฑิตพึงให้พิสดารโดยอาศัยวิเวก)

จบ เอสนาวรรคที่ ๑๒

โอฆะ ๔

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต อานาปานาทิเปยยาล คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘ โอฆวรรคที่ ๑๓ ถึงวรรคที่ ๑๘ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโรเม ภิกฺขเว โอฆา ฯ กตเม จตฺตาโร ฯ กาโมโฆ ภโวโฆ ทิฏฺโฐโฆ อวิชฺโชโฆติ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โอฆะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน? ได้แก่โอฆะ

คือกาม โอฆะคือภพ โอฆะคือทิฏฐิ โอฆะคืออวิชชา (พึงขยายเนื้อความดังที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่าง).

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถีนิทานํ ฯ ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว อุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ กตมานิ ปญฺจ ฯ รูปราโค อรูปราโค มาโน อุทฺธจฺจํ อวิชฺชา ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา ฯ กตเม สตฺต ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ฯเปฯ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ราควินยปริโยสานํ ๑ โทสวินยปริโยสานํ โมหวินยปริโยสานํ อมโตคธํ อมตปรายนํ อมตปริโยสานํ นิพฺพานนินฺนํ นิพฺพานโปณํ นิพฺพานปพฺภารํ ฯ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ปญฺจนฺนํ อุทฺธมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ อภิญฺญาย ปริญฺญาย ปริกฺขยาย ปหานาย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพาติ ฯ

โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ

กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ

โอฆวคฺโค เตรสโม ฯ

ฉ ปาจีนโต นินฺนา ฉ นินฺนา จ สมุทฺทโต

เทฺว เต ฉ ทฺวาทส โหนฺติ วคฺโค เตน ปวุจฺจติ ๒ ฯ

(โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส คงฺคาเปยฺยาลํ ราควเสน วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ

วคฺโค จุทฺทสโม ฯ

ตถาคตํ ปทํ กูฏํ มูลํ สาเรน วสฺสิกํ

ราชา จนฺทิมสุริยา จ วตฺเถน ทสมํ ปทํ ๓ ฯ

(อปฺปมาทวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ ปณฺณรสโม ฯ

พลํ พีชญฺจ นาโค จ รุกฺขกุมฺเภน สุกิยา ๔

อากาเสน จ เทฺว เมฆา นาวา อาคนฺตุกา นที ๕ ฯ

(โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส พลกรณียวคฺโค ราควเสน วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ โสฬสโม ฯ

เอสนา วิธา อาสโว ภโว จ ทุกฺขตา ติสฺโส

ขีลํ มลํ จ นีโฆ จ เวทนา ตณฺหาเยน จ ฯ

โพชฺฌงฺคสํยุตฺตสฺส เอสนาวคฺโค สตฺตรสโม ฯ

โอโฆ โยโค อุปาทานํ คนฺถา อนุสเยน จ

กามคุณา นีวรณา ขนฺธา อุทฺธมฺภาคิยานีติ ฯ

(ราควินยปริโยสานโทสวินยปริโยสานโมหวินยปริโยสานวเสน โอฆวคฺโค วิตฺถาเรตพฺโพ) ฯ อฏฺฐารสโม ฯ (ยทปิ มคฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาริตํ ๑ ตทปิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ) ฯ

โพชฺฌงฺคสํยุตฺตํ สมตฺตํ ๒ ฯ

______________

สติปฏฺฐานสํยุตฺตํ

_______

อมฺพปาลิวคฺโค ปฐโม

๑ ม. รุกฺโข กุมฺเภน สูกิยา ฯ เอวมุปริ ฯ ๒ ยุ. สูกิยา ฯ ๓ ยุ. อิติสทฺโท อตฺถิ ฯ

๔ ม. ตณฺหาตสินาย ฯ ยุ. ตณฺหาตเสน ฯ เอวมุปริ ฯ

๑ ยุ. วิเวก ... วิราค ... นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามํ ฯ ๒-๓-๕ ม. อิติสทฺโท

อตฺถิ ฯ ๔ ยุ. สุกียํ ฯ

๑ ม. วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ ๒ ม. ทุติยํ ฯ

Royal Thai

สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้๕ ประการเป็นไฉน? คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไป เพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล โพชฌงค์ ๗ เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวกอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด

มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย โพชฌงค์ ๗ เหล่านี้แล อันภิกษุควรเจริญ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปเพื่อละซึ่งสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องสูง ๕ ประการนี้แล.

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร ๕. อนุสยสูตร๖. กามคุณสูตร ๗. นิวรณสูตร ๘. ขันธสูตร ๙. อุทธัมภาคิยสูตร

จบ โอฆวรรคที่ ๑๓

แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่ทิศปราจีน แม่น้ำทั้ง ๖ สาย ไหลไปสู่สมุทร ทั้ง ๒อย่างนั้น อย่างละ ๖ รวมเป็น ๑๒ เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่าวรรค

(คังคาเปยยาลแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายความด้วยสามารถแห่งราคะ)

จบ วรรคที่ ๑๔

๑. ตถาคตสูตร ๒. ปทสูตร ๓. กูฏสูตร ๔. มูลสูตร ๕. สารสูตร ๖. วัสสิกสูตร ๗. ราชสูตร ๘. จันทิมสูตร ๙. สุริยสูตร ๑๐. วัตถสูตร

(อัปปมาทวรรค พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ)

จบ วรรคที่ ๑๕

๑. พลสูตร ๒. พีชสูตร ๓. นาคสูตร ๔. รุกขสูตร

๕. กุมภสูตร ๖. สุภสูตร ๗. อากาสสูตร ๘. เมฆสูตรที่ ๑

๙. เมฆสูตรที่ ๒ ๑๐. นาวาสูตร ๑๑. อาคันตุกสูตร ๑๒. นทีสูตร

(พลกรณียวรรคแห่งโพชฌงคสังยุต พึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งราคะ)

จบ วรรคที่ ๑๖

๑. เอสนาสูตร ๒. วิธาสูตร ๓. อาสวสูตร ๔. ภูวสูตร

๕. ทุกขสูตรที่ ๑ ๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๘. ขีลสูตร

๙. มลสูตร ๑๐. นีฆสูตร ๑๑. เวทนาสูตร ๑๒. ตัณหาสูตร.

จบ เอสนาวรรคแห่งโพชฌงคสังยุตที่ ๑๗

๑. โอฆสูตร ๒. โยคสูตร ๓. อุปาทานสูตร ๔. คันถสูตร

๕. อนุสยสูตร ๖. กามคุณสูตร ๗. นีวรณสูตร ๘. ขันธสูตร

๙. อุทธัมภาคิยสูตร.

(โอฆวรรคพึงขยายเนื้อความให้พิสดารด้วยสามารถแห่งการกำจัดราคะเป็นที่สุด การกำจัดโทสะเป็นที่สุด และการกำจัดโมหะเป็นที่สุด)

จบ วรรคที่ ๑๘

(มรรคสังยุตแม้ใด ขยายเนื้อความให้พิสดารแล้ว โพชฌงคสังยุต แม้นั้น ก็พึงขยายเนื้อความให้พิสดาร)

จบ โพชฌงคสังยุต

End of คังคาเปยยาล · อัปปมาทวรรค · พลกรณียวรรค · เอสนาวรรค · โอฆวรรค · วรรค ที่ ๑๔ · วรรค ที่ ๑๕ · วรรค ที่ ๑๖ · เอสนาวรรค · วรรค ที่ ๑๘