พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ · อรหันตวรรค
๑๐. รัตติสูตร เล่ม ๒๒
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๕๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในอรหันตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อรหันตวรรค รัตติสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๒ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๒ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๒)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๒ หน้า ๖๐๔–๖๐๖
(๑) เป็นผู้มีศรัทธา (๒) เป็นผู้มีหิริ
(๓) เป็นผู้มีโอตตัปปะ (๔) เป็นผู้ปรารภความเพียร
(๕) เป็นผู้มีปัญญา
(๖) เป็นผู้ไม่มีความห่วงใยในร่างกายและชีวิต
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้สามารถที่จะทำให้แจ้งซึ่งอัครธรรมคืออรหัตได้
๑๐. รัตติทิวสสูตร
ว่าด้วยผู้หวังได้ความเสื่อมและผู้หวังได้ความเจริญ
{๓๕๕} [๘๔] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ พึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรมอย่างเดียวไม่พึงหวังได้ความเจริญเลยตลอดคืน หรือวันที่ผ่านมา ธรรม ๖ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้(๑) เป็นผู้มีความปรารถนามาก มีความคับแค้นใจ ไม่สันโดษ ด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ตามมีตามได้(๒) เป็นผู้ไม่มีศรัทธา
(๓) เป็นผู้ทุศีล
(๔) เป็นผู้เกียจคร้าน
(๕) เป็นผู้มีสติหลงลืม
(๖) เป็นผู้มีปัญญาทราม
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล พึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรมอย่างเดียว ไม่พึงหวังได้ความเจริญเลย ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ พึงหวังได้ ความเจริญในกุศลธรรมอย่างเดียว ไม่พึงหวังได้ความเสื่อมเลยตลอดคืนหรือ วันที่ผ่านมา ธรรม ๖ ประการคืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้(๑) เป็นผู้ไม่มีความปรารถนามาก ไม่มีความคับแค้นใจ สันโดษ ด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ตามมีตามได้(๒) เป็นผู้มีศรัทธา
(๓) เป็นผู้มีศีล
(๔) เป็นผู้ปรารภความเพียร
(๕) เป็นผู้มีสติ
(๖) เป็นผู้มีปัญญา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล พึงหวังได้ความเจริญในกุศลธรรมอย่างเดียว ไม่พึงหวังได้ความเสื่อมเลย ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา”
จบ อรหัตตวรรคที่ ๓
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้คือ
๑. ทุกขสูตร ๒. อรหัตตสูตร
๓. อุตตริมนุสสธัมมสูตร ๔. สุขโสมนัสสสูตร
๕. อธิคมสูตร ๖. มหันตัตตสูตร
๗. ปฐมนิรยสูตร ๘. ทุติยนิรยสูตร
๙. อัคคธัมมสูตร ๑๐. รัตติทิวสสูตร
(๙) ๔. สีติวรรค
๑. สีติภาวสูตร
ว่าด้วยผู้ไม่สามารถและสามารถบรรลุความเป็นผู้เย็น
{๓๕๖} [๘๕] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นผู้ไม่สามารถที่จะทำให้แจ้งซึ่งความเย็นอย่างยิ่งได้ ธรรม ๖ ประการ คืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้(๑) ไม่ข่มจิตในสมัยที่ควรข่ม
(๒) ไม่ประคองจิตในสมัยที่ควรประคอง
(๓) ไม่ทำจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรให้ร่าเริง
(๔) ไม่วางเฉยจิตในสมัยที่ควรวางเฉย
(๕) เป็นผู้น้อมไปในธรรมเลว (๖) เป็นผู้ยินดียิ่งในสักกายะ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้ไม่สามารถที่จะทำให้แจ้งซึ่งความเย็นอย่างยิ่งได้
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล ย่อมเป็นผู้สามารถที่จะทำให้แจ้งซึ่งความเย็นอย่างยิ่งได้ ธรรม ๖ ประการคือ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้(๑) ข่มจิตในสมัยที่ควรข่ม
(๒) ประคองจิตในสมัยที่ควรประคอง
(๓) ทำจิตให้ร่าเริงในสมัยที่ควรให้ร่าเริง
(๔) วางเฉยจิตในสมัยที่ควรวางเฉย
(๕) เป็นผู้น้อมไปในธรรมประณีต
(๖) เป็นผู้ยินดียิ่งในนิพพาน
- ๑สักกายะ ดูเชิงอรรถ ๒ ข้อ ๖๑ (มัชเฌสูตร ฉักกนิบาต) หน้า ๕๖๐ ในเล่มนี้
จบ ๑๐. รัตติสูตร