พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · โพชฌงควิภังค์
ปัญหาปุจฉกะ เล่ม ๓๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๖๔–๕๖๘ (Royal Thai)4/4 in โพชฌงควิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
_________
๓. ปญฺหาปุจฺฉก
๓. ปัญหาปุจฉกะ
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ โพชฌงควิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 78 · Chaloem Phrakiat Volume 35)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 35, pp. 278–280 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 35, pp. 366–370
สตฺต โพชฺฌงฺคา: สติสมฺโพชฺฌงฺโค ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค ปืติ-สมฺโพชฺฌงฺโค ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺโค สมาธิสมฺโพชฺฌงฺโค อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค.
โพชฌงค์ ๗ คือ
๑. สติสัมโพชฌงค์ ๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
๓. วิริยสัมโพชฌงค์ ๔. ปีติสัมโพชฌงค์
๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ๖. สมาธิสัมโพชฌงค์
๗. อุเปกขาสัมโพชฌงค์
สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ กติ กุสลา? กติ อกุสลา? กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา? กติ อรณา?
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาโพชฌงค์ ๗ โพชฌงค์เท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไร เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
๑. ติก สิยา กุสลา, สิยา อพฺยากตา. ปืติสมฺโพชฺฌงฺโค สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโต. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา, สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา. สิยา วิปากา, สิยา วิปากธมฺมธมฺมา. อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา. อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา. สิยา สวิตกฺกสวิจารา, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา, สิยา อวิตกฺกอวิจารา. ปืติสมฺโพชฺฌงฺโค น ปืติสหคโต, สุขสหคโต, น อุเปกฺขา-สหคโต. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา ปืติสหคตา, สิยา สุขสหคตา, สิยา อุเปกฺขาสหคตา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพา. เนว ทสฺสเนน น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา. สิยา อปจยคามิโน, สิยา เนวา จยคามินาปจยคามิโน. สิยา เสกฺขา, สิยา อเสกฺขา.
อปฺปมาณา. อปฺปมาณารมฺมณา. ปณีตา. สิยา สมฺมตฺตนิยตา, สิยา อนิยตา. น มคฺคารมฺมณา, สิยา มคฺคเหตุกา, สิยา มคฺคาธิปติโน, สิยา น วตฺตพฺพา “มคฺคเหตุกา”ติปิ, “มคฺคาธิปติโน”ติปิ. สิยา อุปฺปนฺนา, สิยา อนุปฺปนฺนา, สิยา อุปฺปาทิโน. สิยา อตีตา, สิยา อนาคตา, สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา. น วตฺตพฺพา “อตีตารมฺมณา”ติปิ, “อนาคตารมฺมณา”ติปิ, “ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา”ติปิ. สิยา อชฺฌตฺตา, สิยา พหิทฺธา, สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา. พหิทฺธา- รมฺมณา. อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา.
๑. ติกมาติกาวิสัชนา
๑-๒๒. กุสลติกาทิวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
ปีติสัมโพชฌงค์ สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โพชฌงค์ ๖ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มีโพชฌงค์ ๗ ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี
โพชฌงค์ ๗ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ ของอุปาทานโพชฌงค์ ๗ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส
โพชฌงค์ ๗ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้ง วิตกและวิจารก็มี ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยปีติ แต่สหรคตด้วยสุข ไม่สหรคต ด้วยอุเบกขา โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคต ด้วยอุเบกขาก็มีโพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และ นิพพานก็มีโพชฌงค์ ๗ ที่เป็นของเสขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสขบุคคลก็มี
โพชฌงค์ ๗ เป็นอัปปมาณะ
โพชฌงค์ ๗ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์
โพชฌงค์ ๗ เป็นชั้นประณีต
โพชฌงค์ ๗ ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี
โพชฌงค์ ๗ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์
โพชฌงค์ ๗ ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีมรรคเป็นเหตุ หรือมีมรรคเป็นอธิบดีก็มีโพชฌงค์ ๗ ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นแน่นอนก็มี
โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี
โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มีโพชฌงค์ ๗ มีธรรมเป็นภายนอกตนเป็นอารมณ์
โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้
๒. ทุก ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค เหตุ, ฉ โพชฺฌงฺคา เหตุสมฺปยุตฺตา. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค เหตุ เจว สเหตุโก จ. ฉ โพชฺฌงฺคา น วตฺตพฺพา “เหตู เจว สเหตุกา จา”ติ, สเหตุกา เจว น จ เหตู. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺโต จ. ฉ โพชฺฌงฺคา น วตฺตพฺพา “เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จา”ติ, เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู. ฉ โพชฺฌงฺคา น เหตู สเหตุกา. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺโค น วตฺตพฺโพ “น เหตุ สเหตุโก”ติปิ, “น เหตุ อเหตุโก”ติปิ. สปฺปจฺจยา, สงฺขตา, อนิทสฺสนา, อปฺปฏิฆา, อรูปา, โลกุตฺตรา, เกนจิ วิญฺเญยฺยา, เกนจิ น วิญฺเญยฺยา. โน อาสวา, อนาสวา, อาสววิปฺปยุตฺตา, น วตฺตพฺพา “อาสวา เจว
สาสวา จา”ติปิ, “สาสวา เจว โน จ อาสวา”ติปิ. น วตฺตพพา “อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จา”ติปิ, “อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา”ติปิ. อาสววิปฺปยุตฺตา อนาสวา. โน สญฺโญชนา ฯเปฯ โน คนฺถา ฯเปฯ โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ฯเปฯ โน ปรามาสา ฯเปฯ สารมฺมณา, โน จิตฺตา, เจตสิกา, จิตฺต-สมฺปยุตฺตา, จิตฺตสํสฏฺฐา, จิตฺตสมุฏฺฐานา, จิตฺตสหภุโน, จิตฺตานุปริวตฺติโน, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน, จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน, พาหิรา. โน อุปาทา, อนุปาทินฺนา, โน อุปาทานา ฯเปฯ โน กิเลสา ฯเปฯ น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, น ภาวนาย ปหาตพฺพา. น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา, น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา. สิยา สวิตกฺกา, สิยา อวิตกฺกา, สิยา สวิจารา, สิยา อวิจารา.
ปืติสมฺโพชฺฌงฺโค อปฺปืติโก. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา สปฺปืติกา, สิยา อปฺปืติกา. ปืติสมฺโพชฺ- ฌงฺโค น ปืติสหคโต. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา ปืติสหคตา, สิยา น ปืติสหคตา. ปืติสมฺโพชฺฌงฺโค สุขสหคโต. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา สุขสหคตา, สิยา น สุขสหคตา. ปืติสมฺโพชฺฌงฺโค น อุเปกฺขา- สหคโต. ฉ โพชฺฌงฺคา สิยา อุเปกฺขาสหคตา, สิยา น อุเปกฺขาสหคตา, น กามาวจรา, น รูปาวจรา, น อรูปาวจรา, อปริยาปนฺนา, สิยา นิยฺยานิกา, สิยา อนิยฺยานิกา, สิยา นิยตา, สิยา อนิยตา, อนุตฺตรา, อรณาติ. ปญฺหาปุจฺฉกํ. โพชฺฌงฺควิภงฺโค สมตฺโต.
๒. ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุ โพชฌงค์ ๖ สัมปยุตด้วยเหตุ
ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุและมีเหตุ โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุ และมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ โพชฌงค์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโพชฌงค์ ๖ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์กล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็น เหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ
๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ มีปัจจัยปรุงแต่ง โพชฌงค์ ๗ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
โพชฌงค์ ๗ เห็นไม่ได้ โพชฌงค์ ๗ กระทบไม่ได้
โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นรูป โพชฌงค์ ๗ เป็นโลกุตตระ
โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ได้ โพชฌงค์ ๗ จิตบางดวงรู้ไม่ได้
๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอาสวะ โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
โพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ โพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะ และเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโพชฌงค์ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุต ด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะโพชฌงค์ ๗ วิปปยุตจากอาสวะ โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
๔-๙. สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ
๑๐-๑๒. มหันตรทุกาทิวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ รับรู้อารมณ์ได้ โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นจิต
โพชฌงค์ ๗ เป็นเจตสิก โพชฌงค์ ๗ สัมปยุตด้วยจิต
โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิต โพชฌงค์ ๗ มีจิตเป็นสมุฏฐาน
โพชฌงค์ ๗ เกิดพร้อมกับจิต โพชฌงค์ ๗ เป็นไปตามจิต
โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน โพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิตมี จิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตโพชฌงค์ ๗ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต โพชฌงค์ ๗ เป็นภายนอก
โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอุปาทายรูป โพชฌงค์ ๗ กรรมอันประกอบด้วยตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดถือโพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค โพชฌงค์ ๗ ไม่ต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓โพชฌงค์ ๗ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค โพชฌงค์ ๗ ไม่มี เหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓โพชฌงค์ ๗ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี โพชฌงค์ ๗ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มี วิจารก็มี
ปีติสัมโพชฌงค์ไม่มีปีติ โพชฌงค์ ๖ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี
ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยปีติ โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยปีติก็มี
ปีติสัมโพชฌงค์สหรคตด้วยสุข โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่ สหรคตด้วยสุขก็มี
ปีติสัมโพชฌงค์ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา โพชฌงค์ ๖ ที่สหรคตด้วยอุเบกขา ก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีโพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นกามาวจร โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นรูปาวจร
โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นอรูปาวจร โพชฌงค์ ๗ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
โพชฌงค์ ๗ ที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจาก วัฏฏทุกข์ก็มี โพชฌงค์ ๗ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มีโพชฌงค์ ๗ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า โพชฌงค์ ๗ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้
ปัญหาปุจฉกะ จบ
โพชฌังควิภังค์ จบบริบูรณ์
End of ปัญหาปุจฉกะ