พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สนิทัสสนทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๙๓–๑๙๙ (Royal Thai)2/4 in สนิทัสสนทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๑. ปจฺจยานุโลม
เหตุ
๙. สนิทัสสนทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สนิทัสสนทุกะ ปัจจยวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 42, pp. 89–91 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 42, pp. 121–123
อนิทสฺสนํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิทสฺสโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. อนิทสฺสนํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ขนฺเธ ปจฺจยา วตฺถุ, วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา. เอกํ มหาภูตํ ปจฺจยา ฯเปฯ มหาภูเต ปจฺจยา อนิทสฺสนํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ, กฏตฺตารูปํ, อุปาทารูปํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อนิทสฺสนา ขนฺธา. (อิตเรปิ เทฺว ปญฺหา กาตพฺพา.)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ทำสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้ทำขันธ์ ๑ ที่เห็นไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นไม่ได้ทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เห็นไม่ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงเพิ่ม ๒ วาระ แม้นอกนี้)
อารมฺมณ อนิทสฺสนํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิทสฺสโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. อนิทสฺสนํ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา. จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อนิทสฺสนา ขนฺธา. (สงฺขิตฺตํ.)
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ทำสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เห็นไม่ได้ ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เห็นไม่ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (ย่อ)
เหตุยา ตีณิ, อารมฺมเณ เอกํ, อธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณิ. อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ.
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
อนุโลม จบ
_____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย นเหตุ อนิทสฺสนํ ธมฺมํ ปจฺจยา อนิทสฺสโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ อนิทสฺสนํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา อนิทสฺสนํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา อนิทสฺสนา ขนฺธา. วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (อิตเรปิ เทฺว กาตพฺพา. สงฺขิตฺตํ.)
๒. ปัจจยปัจจนียะ
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ทำสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่เห็นไม่ได้ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเห็นไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น อเหตุกะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเห็นไม่ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงเพิ่ม ๒ วาระนอกนี้ ย่อ)
นเหตุยา ตีณิ, นอารมฺมเณ ตีณิ ฯเปฯ โนวิคเต ตีณิ. ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจจนียะ จบ
_____ ๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ ฯเปฯ นกมฺเม เอกํ ฯเปฯ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ. อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ฯเปฯ มคฺเค เอกํ ฯเปฯ อวิคเต ตีณิ. ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ. (นิสฺสยวาโรปิ เอวํ กาตพฺโพ.) _____ ๙. สนิทสฺสนทุก ๕. สํสฏฺฐวาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
ปัจจนียานุโลม จบ
(พึงเพิ่มนิสสยวารอย่างนี้)
End of ปัจจยวาร