arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · คันถสัมปยุตตทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๔๖–๕๖๓ (Royal Thai)4/4 in คันถสัมปยุตตทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ คันถสัมปยุตตทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 422–444

Page 422

ในนอาเสวนปัจจัย กับเหตุปัจจัย ” ๖ ”

ในนกัมมปัจจัย ” ” ๔ ”

ในนวิปากปัจจัย ” ” ๖ ”

ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๖ ”

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

{๕๔๕} [๖๘] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

ในอนันตรปัจจัย กับ ... ” ๑ ” ...

ในอวิคตปัจจัย ” ” ๑ ”

(สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)

๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๕๔๖} [๖๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่โลภะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒)

Page 423

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโลภะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)[๗๐] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งวิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

[๗๑] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์

Page 424

ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)

อารัมมณปัจจัย

{๕๔๗} [๗๒] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท แม้ในวารทั้ง ๓) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะ ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะจึงเกิดขึ้นเพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะจึงเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะจึงเกิดขึ้น (๓)[๗๓] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วใน

Page 425

ก่อน ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ... ผล ... นิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละได้แล้วซึ่งวิปปยุตจากคันถะ พิจารณากิเลลที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน เห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะ โลภะ และปฏิฆะโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลินเพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่วิปปยุตจากคันถะ ... วิจิกิจฉา ... อุทธัจจะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตซึ่งวิปปยุตจากคันถะด้วยเจโตปริยญาณอากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ

... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ... พิจารณาความประพฤติในกาลก่อน ออกจากฌาน ... ยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น เพราะปรารภกุศลนั้น ราคะที่สัมปยุตด้วยคันถะ ... ทิฏฐิ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น (ย่อ) (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะ โลภะ และปฏิฆะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิโลภะและขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะจึงเกิดขึ้น (๓)

Page 426

[๗๔] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะ ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะจึงเกิดขึ้น (๓)

อธิปติปัจจัย

{๕๔๘} [๗๕] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิจึงเกิดขึ้น

Page 427

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย อธิปติธรรมที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่โลภะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย อธิปติธรรมที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โลภะ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย อธิปติธรรมที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ปฏิฆะ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

[๗๖] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณ์ากุศลนั้นทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณา กุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌาน แล้วพิจารณาฌาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากผล แล้วพิจารณาผล ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่

Page 428

โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย ยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะและโลภะ ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่วิปปยุตจากคันถะจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณาความประพฤติดีในกาลก่อน ... ออกจากฌานแล้ว ยินดีเพลิดเพลินฌาน ... จักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะและโลภะทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่สัมปยุตด้วยคันถะทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะและโลภะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะจึงเกิดขึ้น (๓)

[๗๗] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอธิปติปัจจัย มือย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยคันธะที่วิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (พึงถามถึงมูลบท) เพราะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจาก

Page 429

ทิฏฐิและโลภะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะจึงเกิดขึ้น (๓)

อนันตรปัจจัย

{๕๔๙} [๗๘] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะที่เกิดหลัง

ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)[๗๙] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอนันตรปัจจัย คือ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ปฏิฆะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอนันตรปัจจัย คือ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็น

Page 430

ปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ปฏิฆะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอนันตรปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอนันตรปัจจัย คือ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ปฏิฆะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ และขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยอนันตรปัจจัย (๓)

[๘๐] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตตจากทิฏฐิ และโลภะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏิฐิและโลภะที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่ง

Page 431

เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

สมนันตราทิปัจจัย

[๘๑] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ โดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย

อุปนิสสยปัจจัย

{๕๕๐} [๘๒] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท แม้อุปนิสสยปัจจัย ทั้ง ๓ วารก็ควรจัดไว้) ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะ โดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท แม้อุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ วารก็ควรจัดไว้) ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)[๘๓] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ อาศัยศีล ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย

Page 432

... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ความปรารถนา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วก่อมานะ ... ทิฏฐิ ... อาศัยศีล ... ปัญญา ... ราคะ ... มานะ ... ความปรารถนา ... เสนาสนะแล้วฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ราคะ ... โทสะ.... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ วาร ก็พึงจัดไว้ด้วย) บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วก่อมานะ ... อาศัยศีล ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย เสนาสนะ แล้วฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... ปัญญา ... ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... ความปรารถนา ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ และขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)[๘๔] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

Page 433

ที่เป็นปกตูปนิสสปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและ โลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะและโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิ และปฏิฆะโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงถามถึงมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะและขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

ปุเรชาตปัจจัย

{๕๕๑} [๘๕] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่วิปปยุตจากคันถะ ... วิจิกิจฉา ... อุทธัจจะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ...

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิและปฏิฆะโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

Page 434

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่สัมปยุตด้วยคันถะ ... ทิฏฐิ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะจึงเกิดขึ้น

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะและขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)

ปัจฉาชาตปัจจัย

{๕๕๒} [๘๖] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑ วาร

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑ วาร

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)

Page 435

อาเสวนปัจจัย

{๕๕๓} [๘๗] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอาเสวนปัจจัย (เหมือนกับอนันตรปัจจัย อาวัชชนะก็ดี วุฏฐานะก็ดีไม่มี)

กัมมปัจจัย

{๕๕๔} [๘๘] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ โดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย

ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่โลภะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโลภะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓)

Page 436

[๘๙] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย

ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ..

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)

วิปากาทิปัจจัย

{๕๕๕} [๙๐] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาร

{๕๕๖} สภาวธรรมที่สัมปยุตตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาร

วิปปยุตตปัจจัย

{๕๕๗} [๙๑] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยวิปปยุตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ พึงจำแนกออกไป) (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ) (๑)

Page 437

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยวิปปยุตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะและขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)[๙๒] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

อัตถิปัจจัย

{๕๕๘} [๙๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย (ย่อ พึงจำแนกออกไป) (๒)

Page 438

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะ โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)

[๙๔] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย (ย่อ พึงจำแนกออกไป) (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ปฏิฆะที่สหรคตด้วยโทมนัสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... หทัยวัตถุ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่สัมปยุตด้วยคันถะ ... ทิฏฐิ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ โลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภจักขุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่สหรคดด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะ

Page 439

ซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ และขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะโดยอัตถิปัจจัย (๓)

[๙๕] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยคันถะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ...

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โลภะโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะโดยอัตถิปัจจัย

Page 440

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัยที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัย แก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและโลภะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ...

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดย อัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ...

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและหทัยวัรถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโลภะโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ...

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และปฏิฆะโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๓)

Page 441

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๕๕๙} [๙๖] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”

ในอธิปติปัจจัย ” ๙ ”

ในอนันตรปัจจัย ” ๙ ”

ในสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”

ในสหชาตปัจจัย ” ๙ ”

ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”

ในนิสสยปัจจัย ” ๙ ”

ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”

ในปุเรชาตปัจจัย ” ๓ ”

ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ๓ ”

ในอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”

ในกัมมปัจจัย ” ๔ ”

ในวิปากปัจจัย ” ๑ ”

ในอาหารปัจจัย ” ๔ ”

ในอินทริยปัจจัย ” ๔ ”

ในฌานปัจจัย ” ๔ ”

ในมัคคปัจจัย ” ๔ ”

ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๖ ”

ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๕ ”

ในอัตถิปัจจัย ” ๙ ”

ในนัตถิปัจจัย ” ๙ ”

Page 442

ในวิคตปัจจัย มี ๙ วาร

ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”

จบ อนุโลม

๒. ปัจจนียุทธาร

{๕๖๐} [๙๗] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

[๙๘] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันภะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)

Page 443

[๙๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

{๕๖๑} [๑๐๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในนอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”

(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาร)

ในนอวิคตปัจจัย ” ๙ ”

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

{๕๖๒} [๑๐๑] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในนอธิปติปัจจัย กับ ... ” ๙ ” ...

ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๙ ” ...

ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”

ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ” ...

Page 444

ในนมัคคปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๓ ”

ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๖ ”

ในโนนัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”

ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

{๕๖๓} [๑๐๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในอธิปติปัจจัย กับ ... ” ๙ ”

(พึงขยายอนุโลมาติกาให้พิสดาร) ...

ในอวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

จบ คันถสัมปยุตตทุกะ

๒๙. คันถคันถนิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

เหตุปัจจัย

{๕๖๔} [๑๐๓] สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่เป็นอารมณ์ของคันถะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่เป็นอารมณ์ของคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ อภิชฌากายคันถะอาศัยสีลัพพตปรามาสกายคันถะเกิดขึ้น สีลัพพตปรามาสกายคันถะอาศัยอภิชฌากายคันถะเกิดขึ้น ... อภิชฌากายคันถะอาศัยอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะเกิดขึ้น อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะอาศัยอภิชฌากายคันถะเกิดขึ้น (๑)

End of ปัญหาวาร