arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · คันถสัมปยุตตทุกะ

ปฏิจจวาร เล่ม ๔๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๒๗–๕๓๓ (Royal Thai)1/4 in คันถสัมปยุตตทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เหตุ

๒๘. คันถสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ คันถสัมปยุตตทุกะ ปฏิจจวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 42, pp. 254–258 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 42, pp. 351–356

บาลี (มหาจุฬาฯ)

คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. คนฺถสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๑)

คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. คนฺถสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โลโภ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. โทมนสฺสสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปฏิฆํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. (๒) คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. คนฺถสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โลโภ จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ปฏิฆญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้น โลภะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น ปฏิฆะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ โลภะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ปฏิฆะ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. คนฺถวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิฆํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ขนฺเธ ปฏิจฺจ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)

คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. ปฏิฆํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. (๒)

คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. ปฏิฆํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยขันธ์ ... (ย่อ) (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์อาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ ปฏิฆญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๑)

คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. คนฺถสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ จ โลภญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. โทมนสฺสสหคเต ขนฺเธ จ ปฏิฆญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. (๒) คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ ปฏิฆญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและอาศัยโลภะเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสและอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. คนฺถสมฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๑)

คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ โลโภ. โทมนสฺสสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปฏิฆํ. (๒)

คนฺถสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต จ คนฺถวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โลโภ จ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ปฏิฆญฺจ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ โลภะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น ปฏิฆะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยโทมนัสเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และโลภะอาศัย ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ และปฏิฆะอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. คนฺถวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา. (๑)

คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตํ โลภํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. ปฏิฆํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. (๒)

คนฺถสมฺปยุตฺตญฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺตญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถสมฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ทิฏฺฐิคตวิปฺปยุตฺตโลภสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ โทมนสฺสสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ ปฏิฆญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๑) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากคันถะ เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยโลภะที่วิปปยุตจากทิฏฐิเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์อาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะและที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยโลภะซึ่งวิปปยุตจากทิฏฐิและอาศัยโลภะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัสและอาศัยปฏิฆะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา นว, อารมฺมเณ ฉ, อธิปติยา นว, อนนฺตเร ฉ, สมนนฺตเร ฉ, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ ฉ, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย ฉ, ปุเรชาเต ฉ, อาเสวเน ฉ, กมฺเม นว, วิปาเก เอกํ, อาหาเร นว, อินฺทฺริเย นว, ฌาเน นว, มคฺเค นว, สมฺปยุตฺเต ฉ, วิปฺปยุตฺเต นว, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา ฉ, วิคเต ฉ, อวิคเต นว. อนุโลมํ. _____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๖ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๖ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๖ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ

อาเสวนปัจจัย มี ๖ วาระ

กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ

วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ

อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ

อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ

ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ

มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ

สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ

วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ

นัตถิปัจจัยมี ๖ วาระ

วิคตปัจจัย มี ๖ วาระ

อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

อนุโลม จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นเหตุ คนฺถวิปฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ คนฺถวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ คนฺถวิปฺปยุตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (สงฺขิตฺตํ.) (๑) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร

นเหตุปัจจัย

สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งวิปปยุตจากคันถะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (ย่อ) (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ นเหตุยา เอกํ, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ, นปุเรชาเต สตฺต. (นปุเรชาเต วิภชนฺเตน อรูปํ ปฐมํ กาตพฺพํ. รูปํ ยตฺถ ลพฺภติ, ปจฺฉา กาตพฺพํ. ปฏิฆญฺจ อรูเป นตฺถิ.) นปจฺฉาชาเต นว, นอาเสวเน นว, นกมฺเม จตฺตาริ, นวิปาเก นว, นอาหาเร เอกํ, นอินฺทฺริเย เอกํ, นฌาเน เอกํ, นมคฺเค เอกํ, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ฉ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ

นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ

(นปุเรชาตปัจจัย เมื่อจะจำแนก พึงจัดอรูปไว้ก่อน พึงจัดรูปไว้ในที่ที่มีได้ใน ภายหลัง ส่วนในอรูปไม่มีปฏิฆะ)

นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ

นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ

โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ

โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, (เอวํ คเณตพฺพํ สงฺขิตฺตํ.) โนวิคเต ตีณิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ

(พึงนับอย่างนี้ ย่อ)

โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ฯเปฯ อวิคเต เอกํ. (สหชาตวาโรปิ เอวํ กาตพฺโพ.) _____ ๒๘. คนฺถสมฺปยุตฺตทุก ๑. ปจฺจยวาร ๑. ปจฺจยานุโลม ๑. วิภงฺควาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ

อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

(แม้สหชาตวารก็พึงทำอย่างนี้)

End of ปฏิจจวาร