พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๗๑–๕๗๓ (Royal Thai)2/2 in คันถคันถสัมปยุตตทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 450–453
๓๐. คันถคันถสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๕๗๑} [๑๑๒] สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย
คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย(๓)[๑๑๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถะทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย (๓)[๑๑๔] สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย
(๑)สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะ ทั้งที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และสภาวธรรมที่เป็นคันถะโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณาทิปัจจัย
{๕๗๒} [๑๑๕] สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นคันถะและที่สัมปยุตด้วยคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ
เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นคันถะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) เพราะปรารภสภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นคันถะและขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะจึงเกิดขึ้น (๓)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) เพราะปรารภสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยคันถะ แต่ไม่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นคันถะจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มมูลบทเข้ามา) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะแต่ไม่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นคันถะและขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะทั้งหลายจึงเกิดขึ้น (๓)(โดยนัยนี้ วารทั้ง ๓ นอกนี้ก็ควรจัดเข้าไว้เหมือนกับอารัมมณปัจจัยนั่นเอง อธิปติปัจจัยก็ดี อนันตรปัจจัยก็ดี อุปนิสสยปัจจัยก็ดี ไม่ต้องจำแนกไว้)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๕๗๓} [๑๑๖] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๙ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๙ ”
ในนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”
ในกัมมปัจจัย ” ๓ ”
ในอาหารปัจจัย ” ๓ ”
ในอินทริยปัจจัย ” ๓ ”
ในฌานปัจจัย ” ๓ ”
ในมัคคปัจจัย ” ๙ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในวิคตปัจจัย ” ๙ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”
(มีแต่ปัจจัยที่เป็นนาม แต่ละปัจจัย ก็พึงจัดให้มีปัจจัยละ ๓ วาร อารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย ควรเปลี่ยนให้ครบทั้ง ๙ วาร โดยนัยนี้ แม้ในปัญหาวาร ก็ควรจัดไว้ทั้งหมด)
จบ คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
๓๑. คันถวิปปยุตตคันถนิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
เหตุปัจจัย
{๕๗๔} [๑๑๗] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะอาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็น
End of ปัญหาวาร