arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน อนุโลมติกปัฏฐาน · วิปากติกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๐

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๕๔–๑๔๑๗ (Royal Thai)7/7 in วิปากติกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อนุโลมติกปัฏฐาน วิปากติกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 40 · Mahachula Volume 40 · Mahamakut Volume 86 · Chaloem Phrakiat Volume 40)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 40, pp. 812–850

Page 812

๓. วิปากติกะ ๖. สัมปยุตตวาร

๑-๔. ปัจจยจตุกกะ

{๑๓๕๓} [๘๙] สภาวธรรมที่เป็นวิบากสัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่เป็นวิบากเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเกิดขึ้น ...

ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร ...

ในนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร ...

ในนอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร...

ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร...

จบ สัมปยุตตวาร

๓. วิปากติกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๓๕๔} [๙๐] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ วิปากเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ วิปากเหตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ วิปากเหตุเป็น

Page 813

ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ วิปากเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย (๓)

{๑๓๕๕} [๙๑] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซี่งเป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุ ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย(๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งเป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย (๓)

{๑๓๕๖} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย

อารัมมปัจจัย

{๑๓๕๗} [๙๒] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งวิปากขันธ์ทั้งหลายโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ (๑)

Page 814

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระเสกขะพิจารณาผล เห็นแจ้งวิปากขันธ์ทั้งหลายโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยวิปากจิตด้วยเจโตปวิยญาณ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๒)*

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอรหันต์พิจารณาผล เห็นแจ้งวิปากขันธ์ทั้งหลายโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยวิปากจิตด้วยเจโตปริยญาณ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๓)

{๑๓๕๘} [๙๓] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนออกจากฌาน พิจารณาฌาน พระเสกขะพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พระเสกขะออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในก่อน เห็นแจ้งขันธ์ที่ เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกุศลโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกุศลโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็น

Page 815

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ (และ)อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ อากาสา นัญจายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนวิบากโดยอารัมมณปัจจัยอากิญจัญญายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนวิบากโดย อารัมมณปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอรหันต์ออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณากุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนพระอรหันต์พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในก่อน เห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็น เหตุให้เกิดวิบากด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยาโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนกุศลเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๓){๑๓๕๙} [๙๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดย

Page 816

อารัมมฌปัจจัย คือ พระอรหันต์พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พระอรหันต์เห็นแจ้งจักขุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นแจ้งขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนกิริยาเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนกิริยาโดยอารัมมณปัจจัย อากิญจัญญายตนกิริยาเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาโดยอารัมมณปัจจัย

ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณเจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอารัมมณปัจจัย พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศล และอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาสัมพนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๒)

Page 817

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระเสกขะ ทั้งหลายพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน (และ) มรรคโดยอารัมมณปัจจัย พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งโสตะ ... ขันธ์ที่เป็นสกาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน ... เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสืยงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณโดยอารัมมณปัจจัย (๓)

อธิปติปัจจัย

{๑๓๖๐} [๙๕] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สกาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะ ทั้งหลายพิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ทำวิปากขันธ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

Page 818

ที่เป็นอารัมมณาธิปติป็จจัย ได้แก่ พระอรหันต์พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๔)

{๑๓๖๑} [๙๖] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษา อุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานพิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระเสกขะพิจารณาโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาโวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระเสกขะออกจากมรรค พิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ทำขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คืออารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

Page 819

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์ออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๓){๑๓๖๒} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์พิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนัแน่น

ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะพิจารณานิพพานให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรคโดยอธิปติปัจจัย

Page 820

บุคคลทำจักขุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะ ทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ทำโสตะ ... ทำขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะและทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๓)

อนันตรปัจจัย

{๑๓๖๓} [๙๗] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ วิปากขันธ์ซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ปัญจวิญญาณเป็นปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบาก โดยอนันตรปัจจัย มโนธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมทีไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ ภวังค์เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะโดยอนันตรปัจจัย มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาโดยอนันตรปัจจัย (๒)

{๑๓๖๔} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ... โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น

Page 821

ปัจจัยแก่วุฏฐานะ มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลมของพระเสกขะเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนกุศลของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๒)

{๑๓๖๕} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ อนุโลมของพระอรหันต์เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาของพระอรหันต์ผู้ออก จากนิโรธสมาบัติเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอนันตรปัจจัย คือ อาวัชชนะเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอนันตรปัจจัย (๓)

สมนันตรปัจจัย

{๑๓๖๖} [๙๘] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยสมนันตรปัจจัย (สมนันตรปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย)

สหชาตปัจจัย

{๑๓๖๗} [๙๙] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓โดยสหชาตปัจจัย ... มี ๓ วาร

Page 822

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... มหาภูตรูป ๑ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์มีมหาภูตรูป ๑ ... (๑){๑๓๖๘} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๒)

{๑๓๖๙} สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยสหชาตปัจจัย ... (๑)

{๑๓๗๐} สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและทีไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ วิปากขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย ... ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยสหชาตปัจจัย

Page 823

อัญญมัญญปัจจัย

{๑๓๗๑} [๑๐๐] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบาก ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยธัญญมัญญปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ทีไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุโดยอัญญมัญญปัจจัย ... (๓){๑๓๗๒} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยอัญญมัญญปัจจัย ... (๒)

{๑๓๗๓} สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และ ที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัญญมัญญปัจจัย ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... (๑) (มี ๗ วาร)

Page 824

นิสสยปัจจัย

{๑๓๗๔} [๑๐๑] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยนิสสยปัจจัย มี ๓ วาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ... จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยนิสสยปัจจัย ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลาย ... ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลาย ... (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยนิสสยปัจจัย คือ หทัยวัตถุเป็นปัจจัย แก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ... (๓)

{๑๓๗๕} สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะ ... ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ ... (๑)สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก โดยนิสสยปัจจัย คือ วิปากขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลาย ... (ย่อ) ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)

Page 825

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและหทัยวัตถุ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมซี่งเป็นเหตุให้เกิด วิบากและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดย นิสสยปัจจัย (๒) (มี ๑๓ วาร)

อุปนิสสยปัจจัย

{๑๓๗๖} [๑๐๒] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ กายิกสุขเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข กายิกทุกข์ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย กายิกทุกข์เป็นปัจจัยแก่กายิกสุข กายิกทุกข์ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย ผลสมาบัติเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาทัยกายิกสุข จึงให้ทาน สมาทานศีล ... ทำลายสงฆ์ อาศัยกายิกทุกข์ จึงให้ทาน สมาทานศีล ... ทำลายสงฆ์ กายิกสุข ... กายิกทุกข์เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... แก่ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

Page 826

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่ เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยกายิกสุข จึงทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เห็นแจ้งสังขารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา อาศัยกายิกทุกข์ จึงทำกิริยาสมาบติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว ... (๓)

{๑๓๗๗} [๑๐๓] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น เหตุให้เกิดวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา จึงให้ทาน ... ก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ... สุตะ ... จาคะ ... ปัญญา จึงให้ทาน ... ก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยราคะ ... โทสะ ...โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา จึงให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ... ศรัทธา ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล ... แก่ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย บริกรรมแห่งปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน ... บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอุปนิสสยปัจจัย ... บริกรรมแห่งปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค ... บริกรรมแห่งจตุตถมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ... ปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ทุติยมรรคเป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ตติยมรรคเป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรคโดยอุปนิสสยปัจจัย พระเสกขะทั้งหลายอาศัยมรรคจึงทำกุศลสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ... มรรคของพระเสกขะทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา

Page 827

... แก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะโดยอุปนิสสยปัจจัย ปาณาติบาต เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ... แก่มิจฉาทิฏฐิโดยอุปนิสสยปัจจัย ... มิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏิ ... แก่พยาบาท ... มาตุฆาตกรรมเป็น ปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรมโดยอุปนิสสยปัจจัย ... เป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ โดยอุปนิสลยปัจจัย นิยตมิจฉาทิฏฐิเป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ ... แก่สังฆเภทกกรรมโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑){๑๓๗๘} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา จึงทำตนให้เดือดร้อนให้เร่าร้อน เสวยทุกข์ที่มีการแสวงหาเป็นมูล ... อาศัยความปรารถนา จึงทำตนให้เดือดร้อนให้เร่าร้อน ... ศรัทธา ... ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข กายิกทุกข์ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย กุศลกรรมและอกุศลกรรมเป็นปัจจัยแก่วิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมทีไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยมรรค จึงทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว เห็นแจ้งสังขารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มรรคของพระอรหันต์เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา (และ) ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและอฐานะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

Page 828

{๑๓๗๙} [๑๐๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์อาศัยอุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะ จึงทำกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยได้แก่ อุตุ ...โภชนะ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่กายิกสุข กายิกทุกข์ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ...

ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุ จึงให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ อาศัยโภชนะ ... เสนาสนะ จึงให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ อุตุ ... โภชนะ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

ปุเรชาตปัจจัย

{๑๓๘๐} [๑๐๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

Page 829

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์เห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... กาย ... รูป ... โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ... ฟังเลียงด้วยทิพพโสตธาตุ ...

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ เห็นแจ้งโสตะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... จึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาลัมพนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย ...

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย

ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุ ... เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น

Page 830

เห็นแจ้งโสตะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น ... เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ... ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ...

ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)

ปัจฉาชาตปัจจัย

{๑๓๘๑} [๑๐๖] สภาวธรรมที่เปันวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ วิปากขันธ์ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)

{๑๓๘๒} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปัจฉาชาตปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยปัจฉาชาตปัจจัย

อาเสวนปัจจัย

{๑๓๘๓} [๑๐๗] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ เป็น เหตุให้เกิดวิบากโดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอาเสวนปัจจัย ... อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภูอนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑){๑๓๘๔} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอาเสวนปัจจัยคือ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากซึ่งเกิดก่อน ๆ ... เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย

Page 831

กัมมปัจจัย

{๑๓๘๕} [๑๐๘] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย คือ วิปากเจตนาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากเจตนา ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย คือ วิปากเจตนาเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากเจตนาเป็น ปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ... เจตนาเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย คือ วิปากเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากเจตนาเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓){๑๓๘๖} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็ นวิบากโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนา ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย

Page 832

ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย

ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย มีอย่างเดียว คือ นานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๔)สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๕){๑๓๘๗} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)

วิปากปัจจัย

{๑๓๘๘} [๑๐๙] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปากปัจจัย คือ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ

Page 833

วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ ... (๒)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปากปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ทั้งหลาย

อาหารปัจจัย

{๑๓๘๙} [๑๑๐] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายมี ๓ วาร (แม้ปฏิสนธิขณะ พึงจำแนกให้ได้ ๓ วารเหล่านี้)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอาหารปัจจัย กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอาหารปัจจัย (๑)

อินทริยปัจจัย

{๑๓๙๐} [๑๑๑] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอินทริยปัจจัย ... มี ๓ วาร (ปฏิสนธิขณะก็พึงจำแนก)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอินทริยปัจจัย มี ๓ วาร

Page 834

{๑๓๙๑} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอินทริยปัจจัยคือ อินทรีย์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย ... (๒)

{๑๓๙๒} สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์และ จักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย กายินทรีย์และกายวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทรียปัจจัย (๑)

ฌานปัจจัย

{๑๓๙๓} [๑๑๒ สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยฌานปัจจัย คือ องค์ฌานที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยฌานปัจจัย

มัคคปัจจัย

{๑๓๙๔} [๑๑๓] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาร

Page 835

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยมัคคปัจจัย คือ องค์มรรคที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยมัคคปัจจัย

สัมปยุตตปัจจัย

{๑๓๙๕} [๑๑๔] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ...

{๑๓๙๖} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากโดยสัมปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่ เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากโดยสัมปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยสัมปยุตตปัจจัย

วิปปยุตตปัจจัย

{๑๓๙๗}[๑๑๕] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย

Page 836

ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

{๑๓๙๘} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)

{๑๓๙๙} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดย วิปปยุตตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย

Page 837

ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็น ปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรม ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)

อัตถิปัจจัย

{๑๔๐๐} [๑๑๖] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... (๑)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็น

Page 838

วิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)

{๑๔๐๑} [๑๑๗] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดย อัตถิปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตกิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซี่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากและที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหุตให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๓){๑๔๐๒} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตภิปัจจัยขันธ์ ๒ เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ... มหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่

Page 839

จิตตลมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ... มหาภูตรูป ๑ ...

ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ พระอรหันต์เห็นแจ้งจักขุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โสตะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย

กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัย แก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุ โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดี เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาสัมพนะ ... โสตะ ... หทัยวัตถุ ... วิบากจึงเกิดขึ้นโดยความเป็นตทาสัมพนะ ... รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)

Page 840

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ พระเสกขะหรือปุถุชนเห็นแจ้งจักขุโดยความ เป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดี ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น โสตะ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย (๓){๑๔๐๓} [๑๑๘] สภาวธรรมที่เป็นวิบากและที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะวิปากขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิปากขันธ์และกพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ... วิปากขันธ์ที่เกิดหลังและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)

Page 841

{๑๔๐๔} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิด วิบากโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย

ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบากและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตกิปัจจัย (๒)

นัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยและอวิคตปัจจัย

[๑๑๙] สภาวธรรมที่เป็นวิบาก (นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัยเหมือนกับอนันตรปัจจัย อวิคตปัจจัยเหมือนกับอัตถิปัจจัย)

๑. ปัจจนียานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๑๔๐๕} [๑๒๐] ในเหตุปัจจัย มี ๗ วาร

ในอารัมมณปัจจัย ,, ๙ ,,

Page 842

ในอธิปติปัจจัย มี ๑๐ วาร

ในอนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,

ในสมนันตรปัจจัย ,, ๗ ,,

ในสหชาตปัจจัย ,, ๑๑ ,,

ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ๗ ,,

ในนิสสยปัจจัย ,, ๑๓ ,,

ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ๙ ,,

ในปุเรชาตปัจจัย ,, ๓ ,,

ในปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๓ ,,

ในอาเสวนปัจจัย ,, ๒ ,,

ในกัมมปัจจัย ,, ๙ ,,

ในวิปากปัจจัย ,, ๓ ,,

ในอาหารปัจจัย ,, ๗ ,,

ในอินทริยปัจจัย ,, ๙ ,,

ในฌานปัจจัย ,, ๗ ,,

ในมัคคปัจจัย ,, ๗ ,,

ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ๓ ,,

ในวิปปปยุตตปัจจัย ,, ๕ ,,

ในอัตถิปัจจัย ,, ๑๓ ,,

ในนัตถิปัจจัย ,, ๗ ,,

ในวิคตปัจจัย ,, ๗ ,,

ในอวิคตปัจจัย ,, ๑๓ ,,

สภาคะ

{๑๔๐๖} ในอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๗ วาร

ในสหชาตปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร

Page 843

ในอัญญมัญญปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๕ วาร

ในนิสสยปัจจัย กับ ... ,, ๗ ,,

ในวิปากปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

(จำนวนอนุโลมในวิปากติกะ พึงให้พิสดารเหมือนจำนวนอนุโลมแห่ง ปัญหาวารในกุสลติกะที่นับไว้แล้ว)

จบ อนุโลม

๒. ปัจจนียุทธาร

{๑๔๐๗} [๑๒๑] สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวะธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย (๔)

Page 844

{๑๔๐๘} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็น วิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบากที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยกัมมปัจจัย (๔)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยสหชาตปัจจัย (๕)

{๑๔๐๙} สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่เป็นวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)

Page 845

{๑๔๑๐} สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นวิบาก มี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไมใช่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก มี ๔ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย (๒){๑๔๑๒} สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไม่ใช่เป็น เหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก มี ๒ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ที่ไม่เป็นวิบาก และที่ไมใช่เป็น เหตุให้เกิดวิบากเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและที่ไม่ใช่เป็นเหตุ ให้เกิดวิบาก มี ๔ อย่าง คือ สหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย (๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๑๔๑๒} [๑๒๒] ในนเหตุปัจจัย มี ๑๖ วาร

ในนอารัมมณปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนอธิปติปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนอนันตรปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนสมนันตรปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนสหชาตปัจจัย ,, ๑๒ ,,

ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ๑๒ ,,

ในนนิสสยปัจจัย ,, ๑๒ ,,

Page 846

ในนอุปนิสสยปัจจัย มี ๑๖ วาร

ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ๑๔ ,,

ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนอาเสวนปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนกัมมปัจจัย ,, ๑๕ ,,

ในนวิปากปัจจัย ,, ๑๔ ,,

ในนอาหารปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนอินทริยปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนฌานปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนมัคคปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ๑๒ ,,

ในนวิปปปยุตตปัจจัย ,, ๑๐ ,,

ในโนอัตถิปัจจัย ,, ๑๐ ,,

ในโนนัตถิปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในโนวิคตปัจจัย ,, ๑๖ ,,

ในโนอวิคตปัจจัย ,, ๑๐ ,,

สภาคะ

{๑๔๑๓} ในนอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑๖ วาร … ในนอวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑๐ วาร(จำนวนปัจจนียะในวิปากติกะ พึงให้พิสดารเหมือนจำนวนปัจจนียะ ในกุสลติกะที่ให้พิสดารไว้แล้ว)

จบ ปัจจนียะ

Page 847

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุสภาคะ

{๑๔๑๔} [๑๒๓] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาร

ในนอธิปติปัจจัย กับ ... มี ๗ วาร

ในนอนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในนอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนกัมมปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๔ ,,

ในนอาหารปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนอินทริยปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนฌานปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในโนนัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในโนวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ฆฏนา

{๑๔๑๕} ในนอารัมมณปัจจัย กับปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๗ วาร…

Page 848

ในนอัญญมัญญปัจจัย กับ ... มี ๓ วาร ...

ในนวิปากปัจจัย ,, ,, ๔ ,, ...

ในนสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในนวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,, ...

ในโนวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

(จำนวนอนุโลมปัจจนียะในวิปากติกะ พึงให้พิสดารเหมือนกับจำนวน อนุโลมปัจจนียะในกุสลติกะที่ให้พิสดารไว้แล้ว ผู้มีปัญญาพึงจำแนกวิธีการสาธยายให้พิสดารเช่นนี้)

จบ อนุโลมปัจจนียะ

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

{๑๔๑๖} [๑๒๔] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในอธิปติปัจจัย กับ ... มี ๑๐ วาร

ในอนันตรปัจจัย กับ ... ,, ๗ ,,

ในสมนันตรปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในสหชาตปัจจัย ,, ,, ๑๑ ,,

ในอัญญมัญญปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในนิสสยปัจจัย ,, ,, ๑๓ ,,

ในอุปนิสสยปัจจัย ,, ,, ๙ ,,

ในปุเรชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในปัจฉาชาตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในอาเสวนปัจจัย ,, ,, ๒ ,,

ในกัมมปัจจัย ,, ,, ๙ ,,

Page 849

ในวิปากปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในอาหารปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในอินทริยปัจจัย ,, ,, ๙ ,,

ในฌานปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในมัคคปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในสัมปยุตตปัจจัย ,, ,, ๓ ,,

ในวิปปยุตตปัจจัย ,, ,, ๕ ,,

ในอัตถิปัจจัย ,, ,, ๑๓ ,,

ในนัตถิปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในวิคตปัจจัย ,, ,, ๗ ,,

ในอวิคตปัจจัย ,, ,, ๑๓ ,,

ติกนัย

{๑๔๑๗} ในอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาร ... ในอวิคตปัจจัย กับ ... มี ๑๓ วาร(จำนวนปัจจนียานุโลมในวิปากติกะ พึงให้พิสดารเหมือนกับจำนวนปัจจนียานุโลมในกุสลติกะที่ให้พิสดารไว้แล้ว)

จบ ปัจจนียานุโลม

จบ วิปากติกะที่ ๓

Page 850

๔. อุปาทินนติกะ ๑. ปฏิจจวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๑๔๑๘} [๑] สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของ อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัย ขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็น อารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ... มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน อาศัยสภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นสภาวธรรม ซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน และที่ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานอาศัย สภาวธรรมที่ตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น สภาวธรรมซึ่งตัณหาและทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)

End of ปัญหาวาร